02?????????????
ลายเส้นคั่น
ที่ตั้ง บ้านโคกหม้อ ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพ ทัน จังหวัดอุทัยธานี

วัสดุ ฝ้าย หรือไหม

วิธีการทำ
การทอผ้าห่มใช้เวลานาน (ประมาณ-๖ เดือนต่อหนึ่งผืน) เพราะจะเริ่มตั้งแต่การปลูกฝ้าย การเก็บฝ้าย การตัดฝ้าย และการปั่นฝ้ายให้ฝ้ายเป็นเส้นยาว แล้วนำไปฟอกให้เส้นฝ้ายสะอาดหลัง จากนั้นนำไปย้อมสีตามต้องการโดยสีที่ใช้ย้อมจะสกัดสีจากเปลือกไม้ ดอกไม้ เมื่อย้อมเสร็จก็จะนำเส้นฝ้ายไปใส่เครื่องทอผ้า (เรียกว่ากี่ทอผ้าซึ่งจะมีอุปกรณ์หลายชั้นประกอบกัน และทุกชิ้นจะ ทำขึ้นจากไม้เท่านั้น
หลังจากนั้นก็จะเริ่มทอผ้าให้เป็นผืนตามต้องการ และใส่ลายผ้าโดยวิธีการ "จก" และ "ขิด" ผ้าห่ม ผืน จะมีหลายลาย ซึ่งผู้ทอนำแบบมาจากสิ่งแวดล้อม เช่น รูปพืช สัตว์ ที่รู้จักหรือจินตนาการขึ้นเองจากธรรมชาติในผืนหนึ่งจะมีลวดลายเกือบ ๑๐ ลาย เช่น
ลายหน่วยหรือลายไทย จะนิยมทอไว้ตรงกลางผืนผ้า
ลายลอกข้างกระแต จะนิยมทอไว้ด้านข้างของผ้าทั้งซ้ายขวา
ลายปีกไก่ ลายนาคใหญ่ ลายขอกำ (กำมือ)
ลายดอกแก้ว ลายอ้อแอ้ (เป็นลายที่แสดงถึงการเดินทางไกลขึ้นเขา ลงห้วย)
ลายช้าง ลายม้า (สมัยโบราณไม่มียานพาหนะจึงเดินทาง ด้วยขี่ช้างขี่ม้า)
ลายดอกสร้อย ลายเหล่านี้จะนำไปไว้ส่วนหัวและส่วน ท้ายของผ้าห่ม
ส่วนสีต่าง ที่นำมาใส่ลายผ้านั้นทุกสีสามารถบ่งบอกถึงสิ่งแวดล้อมรอบด้านเช่น
สีแดง หมายถึง ดวงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่างและความร้อนแก่โลก
สีเขียว หมายถึง ต้นไม้ ป่าไม้
สีเหลืองแก่ หมายถึง ผลไม้ที่สุกงอมสามารถรับประทานได้แล้ว
สีเหลืองอ่อน หมายถึง ผลไม้ที่ยังไม่สุกดี
สีขาว หมายถึง ท้องฟ้า
สีดำ หมายถึง ความมืด
เมื่อทอเสร็จเป็นผ้าห่มแล้วจะต้องนำไปทาแทบแดงหรือหุ้มด้วยผ้าสีแดงที่ขอบผ้าหรือ ร่มผ้าทั้ง ด้านเป็นการรักษาร่มผ้าไม่ให้ขาดหรือหลุดง่ายและที่ต้องใช้สีแดงเพราะจะได้มองเห็นได้ชัดเจน เวลาขาดหรือหลุดจะได้ซ่อมได้ถูกต้อง

การประยุกต์ใช้
ผ้าห่มโบราณนี้เป็นของชนชาติลาวครั่งที่สาว ชาวลาวครั่งทอขึ้นเพื่อใช้ห่มไปดูหนังดู ละครในเวลากลางคืนกันอากาศเย็น แต่จุดประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งเพื่อต้องการให้คนหนุ่มในหมู่บ้าน ได้มอง เห็นว่าตนเองเป็นคนมีฝีมือ เป็นการเริ่มต้นของวิธีค้นหาคู่ครองของลาวครั่ง
ปัจจุบันนี้มีผู้นิยมนำผ้าห่มโบราณนี้ไปใช้ประดับบ้านเช่น ทำม่าน ทำผ้าปูโต๊ะ แขวนที่ ผนังบ้าน ผ้าคลุมเตียงนอน และใช้ตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม และได้นำลายดั้งเดิมมาใช้ทอเป็นผ้านุ่ง กันมากขึ้น

หมายเหตุ
ลาวครั่ง เป็นชนเชื้อชาติลาวที่อพยพมาในประเทศไทยเมื่อหลายร้อยปีก่อนโดยอพยพมาจาก ประเทศลาว ได้มาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดสระบุรี (ปัจจุบันไม่มีชนชาติลาวครั่งแล้ว) ต่อมาได้ย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ในพื้นที่ภาคกลาง ปัจจุบันนี้จังหวัดที่มีชนชาติลาวครั่งตั้งถิ่นฐานอยู่คือ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดพิจิตร จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ ชนชาตินี้ใช้ครั่งในการย้อมเส้นฝ้ายและเส้นไหม จึงเรียกตัวเองว่า "ลาวครั่ง" ปัจจุบันชนชาติลาว ที่รักษาประเพณีวัฒนธรรมและการทอผ้าโบราณ ไว้เกือบสมบูรณ์ที่สุด คือชนชาติลาวครั่ง ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี
ขิด คือ การทำให้เกิดลวดลายบนเนื้อผ้าทั้งด้านหน้าและด้านหลังด้วยการยกเส้นด้ายด้วยไม้ ผ่า (อุปกรณ์ในการทอผ้าขิด) และการใช้กระสวยพุ่ง ขิดจะทำให้เกิดลวดลายดอกด้วยเส้นด้าย เพียงเส้นเดียวเท่านั้น
จก คือ การทำให้เกิดลวดลายบนเนื้อผ้าโดยใช้นิ้วมือดึงเส้นด้าย (ในสมัยโบราณใช้ขนเม่น ปัจจุบันไม่สามารถหาขนเม่นได้จึงใช้นิ้วมือแทน) จกต่างจากขิดคือ สามารถทำให้เกิดลวดลายได้ หลายสี


[จอหลัก |ความเป็นมา |ชมจังหวัด |ถามไถ่ไทย |ฟังเพลง |ชมวิดีโอ |หอวัฒนธรรมนิทัศน์ |คณะผู้จัดทำ |กาญจนาภิเษก]
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร