พระธาตุบังพวน
สถานที่ตั้ง
เลขที่ ๑๗๒ บ้านพระธาตุบังพวน หมู่ที่ ๓ อำเภอพระธาตุบังพวน
อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
ประวัติความเป็นมา
เจดีย์พระธาตุบังพวนสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช
๒๐๐๐ ดังปรากฏในคัมภีร์ใบลานชื่อ
อุรังคธาตุหรืออุรังคนิทานว่ามีพระอรหันต์ ๓ รูป
คือ พระรักขิตเถระ พระธรรมรักขิตเถระ และพระสังฆรักขิตเถระ
ซึ่งเป็นศิษย์ของพระมหากัสสปะเถระ พร้อมด้วยศิษย์ซึ่งเป็นพระอรหันต์อีก
๕ รูป เดินทางไปประเทศอินเดียอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำนวน
๔๕ พระองค์ มาประดิษฐานไว้ ณ สถานที่ ๔ แห่ง คือ
ที่พระเจดีย์พระธาตุบังพวน ๒๙ องค์
ที่พระธาตุกลางน้ำ เมืองหล้าหนองคาย ๙ องค์
ที่พระธาตุโพนจิกเวียงงัว (ธาตุบุ๋) ๓ องค์ และ
ที่พระธาตุหอผ้าหอแพร ๔ องค์
ในปีพุทธศักราช ๒๑๐๓ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองหลวงพระ-บางมาสร้างใหม่ที่เมืองเวียงจันทน์
ได้มีพระราชศรัทธาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยได้สร้างเสริม
พระธาตุบังพวนให้ใหญ่โตขึ้น โดยก่ออิฐโลมต่อออกไปอีก
และได้ก่อสร้างกำแพงรอบวัด ซุ้มประตูทั้ง ๔ ทิศ ในบริเวณลานพระธาตุ
สร้างอุโบสถ วิหารพระประธาน และพระนาคปรก รวมทั้งศิลาจารึกไว้ที่ข้างพระประธานในวิหาร
ทรงสร้างสระน้ำ และบ่อน้ำในบริเวณวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๒๑๐ มีเขตวิสุงคามสีมาขนาดกว้าง
๔.๒๐ เมตร ยาว ๑๒.๖๐ เมตร
วันที่ ๒๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๓ เวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา
เจดีย์พระธาตุบังพวนได้พังทลายลง เนื่องจากเกิดพายุและฝนตกหนักรัฐบาลไทยโดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการก่อสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหม่ในเวลาต่อwb
สิ้นงบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่ง |