![]() ![]()
|
|
ชื่อ เมรุลอยหัวเวียง เมรุลอยเป็นสถาปัตยกรรมไม้เฉพาะกิจเพื่อใช้ในการเผาศพ แหล่งสำคัญของอาชีพเมรุลอยในปัจจุบันอยู่ที่ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มประกอบอาชีพอย่างจริงจังประมาณ ๔๐ ปีมาแล้ว มีวิวัฒนาการจากการสร้างเมรุชั่วคราวหลังเล็ก ๆ และตกแต่งฐานเผาศพด้วยการแทงหยวก รูปทรงโดยรวมคล้ายธรรมมาสน์ หลังคาเป็นเรือนยอดใช้เผาศพในวัดที่ไม่มีเมรุปูน ในปัจจุบันในตำบลหัวเวียงมีผู้ประกอบอาชีพ ๑๐ ราย มีเมรุลอยทั้งสิ้น ๑๔ หลัง ลักษณะและวิธีการใช้ เมรุลอย มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไม้ชั่วคราวที่สร้างเป็นชิ้นส่วนไว้เพื่อให้ถอดประกอบได้ นำไปใช้ประกอบในงานเผาศพตามวัดต่าง ๆ โดยมีความใหญ่โตสวยงามแตกต่างกันออกไปตามจำนวนยอดเมรุและชั้นของเมรุลอย ขนาดใหญ่ที่สุด คือ เมรุลอย ๕ ชั้น ๙ ยอด ลดหลั่นกันมาจนขนาดเล็ก คือเมรุลอย ๓ ชั้น ยอดเดียว วิธีการใช้งานของเมรุลอยเช่นเดียวกับเมรุปูนตามวัดทั่วไป คือ เป็นอาคารสำหรับตั้งศพก่อนเผา และเมื่อถึงเวลาเผาจะเผาบนเมรุลอยนั้น โดยเผาในหีบเหล็กขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นเตาเผา ประโยชน์ เมรุลอยเป็นผลงานด้านเทคโนโลยีพื้นบ้านของช่างไทย ที่ใช้ความรู้ความสามารถดั้งเดิมในการสร้างผลงานด้วยการสร้างชิ้นส่วนขึ้นก่อนแล้วนำไปประกอบด้วยหลักการ ปรุง เช่นเดียวกับปรุงเรือนไทย เป็นรวบรวมผลงานของช่างไทยหลายแขนง เช่น ช่างไม้ ช่างแกะสลัก ช่างเขียน นอกจากนั้นยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีการตายที่ถูกต้องของคนไทย สำหรับประโยชน์ต่อชุมชนนั้น เห็นได้ชัดจากการให้เช่าเมรุลอยช่างอยุธยาในแต่ละครั้ง สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มบุคคลต่าง ๆ ตั้งแต่เจ้าของเมรุลอย ช่างและคนงานประจำเมรุลอย นายหน้าคนกลางผู้ติดต่อเมรุลอย รายได้จากการให้เช่าเมรุลอยทั้ง ๑๔ หลัง เฉลี่ยหลังหนึ่งรับงาน ๑๐ งานใน ๑ ปี ราคาค่าเช่าเฉลี่ยจากราคากลาง ๆ ตั้งแต่เมรุลอยยอดเดียว ถึงเมรุลอย ๙ ยอด หลังละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท เมรุลอยหลังหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในเขตเทศบาลตำบลหัวเวียง ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท สรุปแล้วเมรุลอยทั้งหมด ๑๔ หลังในเขตเทศบาลตำบลหัวเวียงสร้างรายได้หมุนเวียนในเขตเทศบาล เป็นเงินประมาณ ๙,๘๐๐,๐๐๐ บาท หรือประมาณเกือบ ๑๐ ล้านบาท ใน ๑ ปี เอกสารอ้างอิง ประพัฒน์ วรทรัพย์. เมรุลอยช่างอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาไทยคดีศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏนครปฐม. ๒๕๔๔. |