รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี รูปดวงตราประจำจังหวัด

ลิเกป่า

ลิเกป่าเป็นศิลปะการแสดงที่เคยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ จังหวัดทางภาคใต้ทั่วๆ ไป แต่ในปัจจุบันลิเกป่ามีเหลืออยู่น้อยมาก ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า เดิมลิเกป่าจะมีแสดง ให้ดูทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นบวชนาค งานวัด หรืองานศพ
เชื่อกันว่าการแสดงลิเกป่าของชาวภาคใต้แบบอย่างมาจากพวกแขก คำว่า "ลิเก" น่านะมา จากคำว่า "ดำเกร์" ซึ่งเป็นภาษา เปอร์เซีย แต่หากพิจารณาเครื่องดนตรีที่ใช้คือ รำมะนาแล้ว ก็ชวนให้เข้าใจว่า น่าจะได้แบบอย่างมาจากมลายู เพราะมลายูมีกลอง ชนิดหนึ่งเรียกว่า "ระบานา" เหมือนกับรำมะนา ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของลิเกป่า
ลิเกป่ามีเครื่องดนตรีประกอบการแสดง 3 อย่าง คือ กลองรำมะนา 1-2 ใบ ฉิ่ง 1 คู่ กรับ 1 คู่ บางคณะอาจจะมีโหม่ง และทับด้วย ลิเกป่ามีนายโรงเช่นเดีวกับหนังตะลุง และมโนราห์ และโร สำหรับการแสดงก็คล้ายกับโรงมโนราห์ ผู้แสดงลิเกป่า คณะหนี่งมีประมาณ 6-8 คน ถ้ารวมลูกคู่ด้วยก็จะมีจำนวนคนพอๆ กับมโนราห์หนึ่งคณะ การแสดงจะเริ่มด้วยการโหมโรง เพื่อเรียกคนดู ขณะโหมโรงจะมีบทเพลงร้องคลอดนตรีไปด้วย โดยผลัดกันร้องทีละคน บางคณะอาจจะมีลูกคู่ออกมารำสมบท การร้องเพลงประกอบการประโคมดนตรีเช่นนี้เรียกว่า "เกริ่นวง" ต่อจากเกริ่นวงแขกขาวกับแขกแดงจะออกมาเต้นและร้องประกอบ โดยลูกคู่จะรับไปด้วย หลังจากนั้นจะมีผู้ออกมาบอกเรื่อง แล้วก็จะเริ่มแสดงเลย สำหรับเวลาในการแสดงก็แล้วแต่จะตกลงกัน ระหว่างคณะลิเกกับผู้รับไปแสดง
ลิเกป่านิยมนำวรรณคดีเก่าๆ มาแสดง หรือบางทีก็นำเอานิทานพื้นบ้าน หรือคิดเรื่องที่จะแสดงเอง เช่น ลิเกป่าคณะนายจรัส คลาดทุกข์ ซึ่งอยู่ที่บ้านไสใน อำเภอกาญจนดิษฐ์ มักจะแสดงเรื่อง โคบุด ลักษณาวงศ์ หรือสุวรรณหงศ์ สำหรับการแต่งกาย ก็มักจะแต่งตามมีตามเกิด แต่พระเอกมักจะแต่งกายงามเป็นพิเศษ คือนุ่งผ้าโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนยาว สวมทองกร สายสร้อย สังวาล ทับทรวงและชฎาส่วนนางเอกจะแต่งกายแบบชาวแขก ภาษาที่ใช้เจรจาหรือร้องมักจะใช้ภาษาพื้นเมืองที่ตนถนัดเป็นส่วนใหญ่ แต่บางทีตัวเอกโดยเฉพาะพระเอก นางเอก และผู้ร้าย อาจจะพูดภาษากลาง ซึ่งสำเนียงพูดอาจแปร่งไปบ้าง


Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ