ทรงดนตรีกับนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๒๘


เสด็จฯ บันทึกเทปดนตรีไทยร่วมกับคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่องเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓o


ทรงดนตรีร่วมกับวงปี่พาทย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ในห้องฝึกซ้อม
ทรงศึกษาดนตรี(ต่อ)
เป็นอัน ว่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนถึงทรงสำเร็จการ ศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ทรงเครื่องสายมา โดยตลอด ทรงได้ทั้งซอด้วง ซออู้ จะเข้ แม้ แต่ขลุ่ยก็ทรงได้เอง เสด็จที่ไหนมักจะ มีขลุ่ยติดไปด้วย เคยปรากฎมาครั้งหนึ่ง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินประพาสประเทศเยอรมณี ที่เมือง มิวนิค ทรงขลุ่ย โฮเต็ลที่ประทับ มีฝรั่งเดิน ค้นหาที่มาของเสียงขลุ่ยที่ทรงนั้น เพราะ ติดใจว่าเพลงไพเราะ ส่วนการขับร้องนั้น ทรง ต่อทางร้องจากคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ บ้าง ต่อ จากอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน บ้าง แล้วแต่โอกาส ทรง แบบครูพักลักจำบ้าง ผู้คนที่ได้เห็น ได้ฟังก็ชื่นชมยินดี ต่างก็ชื่นอก ชื่นใจว่าทรงดนตรีไทยได้ดี และทรงเป็น ผู้นำให้คนหนุ่มสาว สนใจดนตรีไทยได้ มาก
ได้กล่าวมาแล้วว่าโปรดระนาด เคยเสร็จ พระราชดำเนินร้านเครื่องดนตรีดุริยบรรณ ของตระกูล ดุริยางกูร และครูโองการ กลีบชื่น ถวายระนาด ให้ทรงลอง แต่ก็ยังไม่สบโอกาสที่จะ ได้ทรงจริง เวลาผ่านไปจนถึงประมาณปี .. ๒๕๒๘ วันหนึ่งที่บ้านปลายเนิน อันเป็นวังของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศ รานุวัดติวงศ์ ที่คลองเตย โดยปกติก็ เสด็จเป็นประจำทุกปีในวันหาทุนสิริน ธร ซึ่งตรงกับสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุก ปี ในปีนั้น ได้ตัดสินพระทัยเรียนระนาด เอกอย่างจริงจังที่วังคลองเตยนั้น โดยมี ครูสิริชัยชาญ พักจำรูญ เป็นพระอาจารย์ ต่อจาก นั้นก็เสด็จทรงดนตรีไทยเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ที่วังคลองเตย ทรงเริ่มเรียนอย่างมีแบบแผน จัดท่าตั้งแต่การจับไม้ระนาด การตีระนาด แบบต่าง และท่าที่ประทับขณะทรงระนาด เริ่ม เรียนอย่างแบบโบราณด้วยเพลงต้น เพลงฉิ่งสามชั้น ใหม่ ทรงปรารภว่าตีระนาดนี้ เมื่อยพระองค์ รับสั่งว่าการตีระนาดนั้น ต้องใช้กล้ามเนื้อ คุมทั้งพระองค์ ต่อมาก็ทรงชิน แล้วทรง ต่อเพลงจะเข้หางยาว เพลงดวงพระธาตุ จนครบ ตับต้นเพลงฉิ่งสามชั้น นับเป็นความสำเร็จขั้น แรก จากนั้นก็ทรงต่อเพลงโหมโรงเช้า มี เพลงสาธุการเหาะ รัว กลม และชำนาญ แล้วทรงต่อเพลง ฉิ่ง มุล่ง ต้องทรงทำการบ้านด้วยการไล่ ระนาดทุกเช้า บรรทมตื่นแล้วก็ไล่ระนาดในห้อง พระบรรทม พระพี่เลี้ยงเล่าว่า นอนฟังตั้งแต่ หนวกหู จนในที่สุดก็เพราะและไม่รู้ สึกหนวกหูอีกเลย ต่อมาทรงใช้ผ้าคลุม ฝืนระนาด และตีลงบนผ้า จากผ้าชั้นเดียว เปลี่ยนเป็นผ้าสองชั้น จนพระหัตถ์แม่นยำและ ได้เสียงเสมอกันทั้งสองพระหัตถ์ขวา-ซ้าย ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเคร่งครัด และตั้งแต่ทรง ระนาดเป็นต้นมา พระจริยาวัตรในการทรงดนตรีก็ เปลี่ยนไปมาก
คือทรงดนตรีร่วมกลุ่มหรือทรงขับ ร้องน้องลงมา คล้ายกับทรงซุ่มหัดอยู่เงียบ จนถึง .. ๒๕๒๙ จึงได้ทรง บรรเลงระนาดเอกปรากฏต่อหน้ามหาชนครั้งแรกในงาน ดนตรีไทยอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครูดนตรีไทยหลาย คนออกจะทึ่งว่า ทรงได้ดี และมีพระ คุณลักษณะงามพร้อมนักศึกษาคนหนึ่ง ถึงกับออก ปากอุทานว่า "เดี๋ยวนี้ทรงระนาดทีเดียวหรือ " ครูดนตรีไทยหลายคน เช่น ครูเฉลิม บัวทั่ง ก็ทึ่งมาก ต่อจากนั้นก็ทรงต่อเพลงโหม โรงเย็น ซึ่งเป็นเพลงที่ยาวมาก กว่าจะจบ ถึงเพลงกราวในก็ใช้เวลาเป็นเดือน ทรงได้ คล่องไม่มีหยุดตลอดความยาวของเพลงหลายสิบ นาที จากนั้นก็ทรงเพลงช้า เพลงประกอบการแสดง เพลงระบำต่าง เป็นต้น จะเห็นได้ว่า งดการ ทรงดนตรีโดยไม่มีการเตรียมพระองค์มาตั้ง แต่เริ่มการเรียนระนาดเอก ทรงเคร่งครัดในระเบียบ แบบแผนมากขึ้นจนเห็นได้ชัด
นอกจาก ครูที่กล่าวนามมาแล้ว ยังทรงเคารพนับถือ อาจารย์มนตรี ตราโมทเป็นอย่างยิ่ง เมื่อทรงทราบว่า อาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร เป็นนักระนาดฝีมือเยี่ยม เปิดร้าน ขายเครื่องดนตรี ก็เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมร้าน ของครูประสิทธิ์ ถาวร เงียบ โดยไม่เกริ่นให้ครู ทราบ ทรงใช้เวลากว่า ชั่วโมง ที่ร้านอาจารย์ ประสิทธิ์ เพื่อศึกษาเรื่องเทคนิคการตีระนาดเอก รวมทั้ง โปรดเกล้าให้ครูประสิทธิ์เข้ามาเฝ้าที่พระ ตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อทรงทราบเรื่องราวเกี่ยวกับเทคนิค การตีระนาดซ้ำอีก
สมเด็จพระเทพรัตราช สุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยเรื่อง ดนตรีอย่างแท้จริง ทรงจดเรื่องราวต่าง ลง ไว้ในไดอารี่เป็นประจำ ทรงพระอักษรเร็วและทรง จำคนได้แม่น ทรงมีพระราชอุตสาหะสูง เมื่อ ตั้งพระทัยว่าจะทรงทำแล้วก็ทรงทำ ได้สำเร็จ ขณะนี้ตั้งพระทัยว่าจะทรงต่อ เพลงเดี่ยวกราวในทางของจางวางทั่ว พาทยโกศล จาก ครูเตือน พาทยกุล ซึ่งเหลืออยู่เพียงคนเดียวใน กลุ่มนักระนาดเอกบ้านฝั่งธนฯ

[ ส่วนบน ] [ หน้าแรก ] [ หน้าสารบัญ ] [ หน้าที่ผ่านมา ] [ หน้าถัดไป ]