เสด็จไปพระราชทานรางวัลการประกวดอ่านทำนองเสนาะ และการประกวดโคลงสี่สุภาพ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๑





ทรงสักวากลอนสด
งานวรรณกรรมที่ ยืนยันความเป็นปฏิภาณกวีของสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ที่จะเว้นกล่าว ถึงมิได้ คือ การทรงสักวากลอนสร่วมกับ กวีอาวุโสในราชกาลปัจจุบันหลายครั้ง เช่นเมื่อ วัน ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๓๑ พระองค์ได้เสด็จทรงเปิดเรือนไทย หมู่ ศูนย์วิจัยวัฒนธรรมเอเชียอาคเนย์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ตำบล ศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้ทรงรับ บทรจนา ในเรื่องสังข์ทองตอนเลือกคู่ ทรงแต่ง กลอนสดไหว้ครู และสักวาลาจากได้อย่างไพเราะ
อีกวโรกาสหนึ่งพระองค์ได้ทรงสักวากลอนสด เรื่องพระอภัยมณี ในงานนิทรรศการ ชีวิตไทยในวรรณกรรม สุนทรภู่ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๓๑ ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ การทรง สักวาครั้งนี้ได้มีผู้ร่วมวงสักวาคือ ...คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านผู้หญิง สมโรจน์ สวัสดิกุล อยุธยา คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ทั้งยังมี...อรฉัตร ซองทอง และนายเนาวรัตน พงษ์ไพบูลย์ พระองค์ ได้ทรงแจกบทตัวละคร และบทอวยพรผู้ เล่นสักวาได้เป็นอย่างดี มีความหมายและความ นัยลึกซึ้ง ทำให้ผู้ฟังได้รับถ้อยคำ ชื่นใจยิ่งนัก
ในงานวันเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ศกนี้ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม บรมราชกุมารี ก็ได้ทรงสักวาอีกครั้งหนึ่ง
ผู้เล่นสักวานั้น นอกจากต้องเป็นปฏิภาณกวี แต่ง กลอนสักวาได้อย่างคล่อง แคล่วว่องไวมีไหวพริบ โต้ตอบอย่างคมคายแล้ว ยังต้องมีความรู้ เกี่ยวกับวรรณคดีไทย รู้ลักษณะและบทบาท ของตัวละครที่ตนได้รับมอบหมายให้เล่น รู้ทำนองเพลงและดนตรีที่บรรเลงประกอบ ตลอดจนสามารถ นำข่าวคราวเหตุการณ์บ้านเมืองมาแทรกให้ผู้ ฟังสนุกสนานเพลิดเพลินอีกด้วย
สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงรับบทเจ้า เงาะในการทรงสักวา เรื่องสังข์ทองตอนหาปลา พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ดูว่า
"สักวาท่องไปในแหล่งหล้า
เที่ยวเสาะหาความรู้ ตามครูสอน
อันวิชาล้ำเลิศคุณยิ่งสุนทร ดุจทินกรส่องสว่างกระจ่างวัน
ท่านผู้ใดให้ปัญญาพาให้รู้ ท่านผู้นั้นหรือคือครูผู้สร้างสรรค์
ข้า สำนึกในเมตตาค่าอนันต์ ด้วยจิตมั่นกตัญญุตาครานี้เอย"
หลังจากที่ผู้บอกสักวาเท้าสามล นางมณฑา และ นางรจนาได้แต่งดำเนินเนื้อความจนถึงตอนที่ เจ้าเงาะจะต้องไปหาปลาตามพระบัญชาของ เท้าสามลแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม บรมราชกุมารีก็ทรงบอกสักวาบทเจ้าเงาะก่อน ถอดรูปเป็นพระสังข์ว่า
"สักวารจนาเจ้าอย่าเศร้า
ในเมืองเราปูปลาหาได้ง่าย
สิ่งแวดล้อมปลาไม่ไม่น่าจะอยู่สบาย แต่ไม่ตายเพราะปลาเราเขาอดทน
แล้วคลาไคลไปถึงซึ่งริมฝั่ง ที่ต้นไทรใบบังยังมีผล
ถอดรูปเงาะใช้วิชามหามนต์ ในบัลดลเรียกมัจฉาจงมาเอย"

ต่อจากนั้นทรงตอบโต้ หกเขยที่มาขอปลา โดยรับบทพระสังข์ ว่า
"สักวาพระสังข์ช่างวิปริต
มีความคิดพิเรนเป็นหนักหนา
ขอจมูกหกเขยแลกกับปลา แล้วเสกมนต์ใส่มัจฉาทุกทุกพันธุ์
ตัวไหนที่ถึงฆาตจงมานี่ สองสามตัวเอาไปซีอย่าเดียดฉันท์
สวมรูปเงาะเหาะกลับเร็วฉับพลัน หาบปลาไปหลายพันมันมือเอย"

หลังจากการเย้ยหยันปะทะคารมกัน ระหว่างนางรจนากับธิดาทั้งหกจนต้องห้ามปราม แล้วเจ้าเงาะก็ชวนนางรจนากลับบ้านกลับบ้าน ปลายนา พระองค์ทรงบอกสักวาบทนี้ว่า
"สักวาพูดไปสองภัยเบี้ย
กลับกระท่อมไปเสียยังดีกว่า
เรื่องการเมืองแสนเบื่อเหลือระอา จะขอลากลับเชียงใหม่ไปทำงาน
กะหล่ำปลีทำตั้งไฉ่ยังไม่หั่น เดี๋ยวไม่ทันตากเห็ดหอมถนอมอาหาร
สตรอเบอรี่กวนแยมไว้ได้อยู่นาน จะได้เป็นบรรณาการแก่ท่านเอย"

ต่อจากนั้น ถึงบทสักวาลาจากที่แสนซาบซึ้ง พระองค์ทรง ลาว่า
" สักวาร้องมาเป็นครู่ใหญ่
สำราญใจอิ่มเอมเกษมสานต์
ขอขอบคุณท่านผู้ฟังนั่งอยู่นาน หวังว่าคงสนุกสนานไปด้วยกัน
ดอกเอยเจ้าดอกคัดเค้า
ในอุทยานของเรางามตาเอย
อยู่อัมพวาเพื่อรักษาศิลปะไทย ที่องค์จอมราชัยทรงสร้างสรรค์ไว้คู่ชาติเอย
ถึงกำเนิดเวลาต้องลาลับ
แต่วันหน้าจะกลับมาสรวลสันต์
การสิ่งใดที่เสริมเพิ่มสัมพันธ์ มุ่งหมายมั่นก่อประโยชน์โปรดคิดเอย
ดอกเอยเจ้าดอกพิกุล
กลิ่นเกลี้ยงหอมกรุ่นอยู่กลางนอกชานเอย
จะไปหนใดให้คนรักคนนิยม แซ่ซ้องร้องชื่นชม สนิทสนมกันเอย"
เสียงร้องเพลงขับบทสักวาลาจาก ที่แสนไพเราะนี้ ทำให้ผู้ที่ได้ฟังพระ สุรเสียงบอกสักวาและฟังดนตรีไทยที่แว่วหวาน ในพระอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ นั้นมี ความชุ่ม ชื่นใจและปลื้มเปรมสุดจะพรรณนา อยากให้คน หนุ่มสาวทั้งหลายได้ซึมซับเอาความงดงามนี้ ไว้เพื่อตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย สมกับที่เราได้มี พระบรมราชกุมารีที่ เป็นรัตนกวีของแผ่นดินอยู่เช่นนี้ ขออัญเชิญตอนหนึ่งของคำสดุดีพระเกียรติคุณ ในวาระที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าฯถวาย ปริญญาบัตรอักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เมื่อ .. 2527 ว่า
"ประจักษ์พยานอันเด่นชัด ชัดที่แสดงถึงพระปรีชาญาณและความรู้อัน เป็นเลิศทางอักษรศาตร์ก็คือ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราช นิพนธ์วรรณกรรมต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมากทั้งภาคร้อยแก้ว และภาคร้อยกรอง อันนับเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม ของประเทศชาติได้โสดหนึ่ง พระราชนิพนธ์ร้อยแก้ว ส่วนใหญ่ เป็นพระราชบันทึกเกี่ยวกับการเสด็จต่าง ประเทศหลายครั้งหลายหน เรื่องประเภทร้อยแก้วดังกล่าว ได้รับการยกย่องจากผู้อ่านทั้งหลายว่า มีเอกลักษณ์เด่นพิเศษ คือ การใช้ภาษาแบบบรรยาย โวหารที่แจ่มแจ้ง กะทัดรัดและไพเราะ ส่วน พระราชนิพนธ์ ร้อยกรองนั้น แสดงให้เห็นความชำนาญในฉันทลักษณ์ หรือแบบแผนการประพันธ์ทุกชนิดอย่างแม่นยำและ ทรงแสดงอัจฉริยภาพทางกวีโวหารอย่างชัดแจ้ง คือทรงใช้คำที่มีความหมายดีเด่นเหมาะ สมแก่ข้อความและสละสลวยไพเราะอย่างยิ่ง รวมความ แล้วกล่าวได้ว่า ทรงเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงาน ทางวรรณกรรมอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งในด้านปริมาณและคุณ ลักษณะ สมกับที่เป็นนักอักษรศาสตร์ที่แท้จริง "
อะไรคือสายใยที่ร้อยโยงเชื่อมต่อ ความละเอียดประณีตของศิลปวัฒนธรรม ให้สำพันธ์ต่อ เนื่องในกลุ่มชนชาวไทยต่างรุ่นและต่างกาล เวลา สายทิพย์นั้นคือศัพท์เสียงจำเรียงถ้อย เป็นวรรณกรรม จรรโลงจิตใจให้คนไทยรู้คุณค่าของปัญญา ไทยเราเอง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม บรมราชกุมารี ได้ทรงแสดงพระปรีชาญาณของพระ องค์ท่านออกมาเป็นผลงานวรรณกรรมอยู่อย่างมิ ขาดสาย สมควรที่อนุชนทั้งหลายจะเจริญรอย ตามพระจริยาวัตร ฝึกหัดและฝึกฝนตนให้ เข้าถึงแก่นแท้ของวัฒนธรรมไทย แล้วอนุรักษ์ไว้ ให้วิวัฒนาอยู่ตราบชั่วกัลปาวสาน
ศาสตราจารย์สุมน อมรวิวัฒน์

[ ส่วนบน ] [ หน้าแรก ] [ หน้าสารบัญ ] [ หน้าที่ผ่านมา ]