เสด็จด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๑


ระหว่างเส้นทางเสด็จขึ้นสู่ด่านเจดีย์สามองค์อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๑
เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรม ราชกุมารีทรงสอบเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ นั้น ทรงเป็นสมเด็จ เจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงศึกษาต่อชั้นอุดม ศึกษาในประเทศ เป็นที่ตื่นเต้นและชื่นชมยิน ดีของพสกนิกร คณาจารย์ และเหล่านิสิตร่วมมหาวิทยาลัย ระหว่าง สี่ปี่ที่ทรงศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ในมหาวิทยาลัย แห่งนี้ กล่าวได้ว่าทรงเป็นนิสิต "ตัวอย่าง " ทรงเก่งทั้งทางด้านวิชาการและไม่ทรง ละเลยทางด้านกิจกรรม ทรงเป็นที่หนึ่งของ รุ่นมาตลอดสี่ปี ทรงร่วมกิจกรรมของคณะ และมหาวิทยาลัยหลายด้าน อาทิ ทรงเป็นนักกลอนน้องใหม่ นักดนตรีชมรมดนตรีไทยและทรงเป็นกองบรรณาธิการวาร สาร "อักษรศาสตรพิจารณ์"
สองปี แรกที่ทรงศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาทรงสนพระราชหฤทัยในวิชา การหลายสาขาทั้งทางด้านภาษาฝรั่งเศส ภาษาไทย ภาษาบาลี สันสกฤต ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ในปีสามเมื่อ ถึงเวลาที่ต้องทรงเลือกวิชาเอก พระองค์ทรง เลือกเรียนสาขาวิชาประวัติศาสตร์หลายปีหลังจาก นั้นเมื่อพระสหายกราบทูลถามถึงสาเหตุที่ทรง เลือกวิชานี้ สมเด็จพระเทพรัตน-ราชสุดา ทรงเล่าว่า ทรงสนพระราชหฤทัยวิชาประวัติศาสตร์ มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงจำได้ว่า พระพี่เลี้ยงอ่านหนังสือเรื่อง "ไทยรบพม่า" ถวายตั้งแต่พระชนมายุสองพรรษา โปรดมาก ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี นาถ ทรงอ่านและทรงเล่าเรื่องพงศาวดาร และเกร็ดประวัติ ศาสตร์ต่าง พระราชทานเสมอ ทำให้ พระองค์ยิ่งทรงสนพระราชหฤทัย ทรงเห็นว่า เป็นเรื่องสนุก เมื่อเจริญพระชันษาขึ้น ก็โปรดอ่าน หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ จึงทรงรู้เรื่องราวเก่า ดี ด้วยเหตุนี้เมื่อทรงสนทนากับ "พวก ผู้ใหญ่" มักทรงได้รับคำชมว่า เก่ง พระองค์จึงทรงรู้สึกว่าการอ่านหนังสือประเภท นี้เป็นการดี
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงเล่าต่อไปว่า คราวที่ตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนาง เจ้าพระบรมราชินีนาถ ไปประเทศอังกฤษเมื่อพระ ชนมายุสิบเอ็ดพรรษา พระ วรวงศ์เธอพระ องค์เจ้าวิภาวดีรังสิต นำเสด็จไปชม สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง พระองค์หญิง ทรงเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อังกฤษอย่างมีสีสันสนุก สนาน เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก ไปหอคอย ลอนดอน "ท่านเซอร์" ผู้รับเสด็จแปลก ใจและทึ่งมากที่เด็กวัยขนาดนี้มีความ รู้ความเข้าใจ สามารถซักถามเรื่องประวัติศาสตร์ได้ อย่างดี "ท่านเซอร์" ประทับใจมากจนกราบ บังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะขอ รับพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เป็นบุตรบุญธรรม ท่านเชื่อว่าในภายภาคหน้า พระองค์จะทรงเล่าเรียนได้ดีทางด้านประวัติ ศาสตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาทรงรับสั่ง ต่อไปว่า นอกจากทรงสนพระราชหฤทัย " เรื่องเก่า " แล้ว ยังทรงอยากรู้เรื่องความ เป็นไปของบ้านเมือง ซึ่งวิชาประวัติศาสตร์ให้ความ รู้เรื่องเหล่านี้ พระองค์ทรงสรุปว่าที่ทรง เลือกวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอกนั้น เพราะความสน พระราชหฤทัยเป็นสำคัญ
ระหว่างที่ทรงศึกษาวิชา ประวัติศาสตร์ที่คณะอักษรศาสตร์ สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาทรงมุ่งศึกษาเป็นพิเศษทางด้านประวัติศาสตร์ ไทยและประวัติศาสตร์เอเชีย อาทิ ประวัติศาสตร์จีน ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการที่ทรง ศึกษา นอกจากจะทรงฟังคำบรรยายของพระอาจารย์ ผู้สอนแล้ว โปรดค้นคว้าเพิ่มเติมจากหนังสือต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เวลาที่ทรงทำ รายงานจะทรงค้นข้อมูลอย่างละเอียด พิถีพิถันตรวจ สอบข้อมูล เนื่องจากทรงใช้เวลามากกับการ ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล จึงมักทรงเสีย ดายข้อมูลอยู่เสมอ บางครั้งควรจะสรุปความ จากข้อมูลต่างๆ แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดากลับใส่ข้อมูลเสียเต็มที่จนพระอาจารย์ ผู้สอนต้องถวายรายงานกลับคืน ขอให้ทรง "ย่อย" ข้อมูลเสียบ้าง กว่าสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาจะทรงจัดการตัดข้อมูล ได้ก็ทรงถอนพระทัยแล้วถอนพระทัยอีก พระสหายจึงถวายพระนามว่า "เจ้ากรมข้อ มูล" พระอัธยาศัยที่โปรดการเก็บรักษาข้อมูล และหลักฐานทางประวัติศาสตร์นี้เป็นที่ประจักษ์ชัด ในเวลาต่อมา เมื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัด นิทรรศการเรื่อง "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม บรมราชกุมารีกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ได้พระราชทานเอกสารและหลักฐานส่วนพระองค์ขณะทรง ศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มาจัดแสดง เอกสารและหลัก ฐานเหล่านี้ทรงเก็บรักษาไว้อย่างดี นับแต่ บัตรประจำตัวนิสิตตั้งแต่ชั้นปีที่หนึ่ง สมุด จดงาน รายงาน และแม้กระทั่งกระเป๋าย่ามคู่พระ ทัย

[ ส่วนบน ] [ หน้าแรก ] [ หน้าสารบัญ ] [ หน้าถัดไป ]