รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด รูปดวงตราประจำจังหวัด
ประวัติเมืองร้อยเอ็ด

ประวัติเมืองร้อยเอ็ดแบ่งออกเป็น ๓ สมัย ได้แก่ สมัยพุทธกาล สมัยผาแดง และสมัยอยุธยา - รัตนโกสินทร์
สมัยพุทธกาลตามตำนานอุรังคธาตุ (หนังสือใบลานเขียนอักขระไทยน้อยจากหลวงพระบาง ซึ่งเผยเส้นทางแพร่พระพุทธศาสนา มายังสุวรรณภูมิ ซึ่งมีนครใหญ่อยู่ ๔ แห่ง ได้แก่เมืองสากลนคร (จังหวัดสกลนคร) เมืองสาเกตนคร(จังหวัดร้อยเอ็ด) เมืองมรุกขนคร (เมืองธาตุพนม) และเมืองอินทรปัฎฐนคร (พนมเปญ) สาเหตุนครเป็นศูนย์กลาง มีพระเจ้ากุลุนทะเป็นเจ้าครองนครคนแรก มีเมืองขึ้น ๑๐๑ เมือง (สิบเอ็ดเมือง) มีทางเข้าเมือง ๑๑ ประตู คือ
ด้านทิศเหนือ มีประตูเมืองฟ้าแดด เมืองสีแก้ว เมืองเชียงเหียน
ด้านทิศตะวันออก มีประตูเมืองเซียงขวง เมืองเซียงดี และเมืองไพ
ด้านตะวันตก มีประตูเมืองเปือย เมืองทองและเมืองหงษ์
ด้านทิศใต้ มีประตูเมืองบัว เมืองคอง
มีวิหารสูง ๖ ชั้น บันได ๒๙ ขั้น มีหน้าต่าง ๑๘ ช่อง ประตู ๑๑ ช่อง อยู่กลางบึงใหญ่ (บึงพลาญชัย) จึงได้มีคำกลอนกล่าวคำว่า เป็นเมืองสิบเอ็ดปักตู สิบแปดปองเอี้ยม ซาวเก้า แม่คั่นได
อาณาจักรสาเกตนครเริ่มเสื่อมจนกลายเป็นเมืองร้าง จนถึง พ.ศ. ๒๒๕๖ เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูรไปปกครองจำปาศักดิ์ จึงแต่งตั้งให้เจ้าแก้วมงคลคุมคนลาวมาดูแลที่บ้านทุ่ง(อ.สุวรรณภูมิ) เจ้าแก้วถึงแก่กรรม บุตรชาย ๒ คน คือ ท้าวมืดและท้าวธน ขึ้นครองเมืองสืบต่อกันตามลำดับ และต่อมาตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. ๒๓๑๕ ตรงกับสมัยพระเจ้าตากสินขึ้นครองราชย์ ได้ย้ายเมืองจากเมืองทุ่งไปตั้งที่ดงข้าวสาร ตั้งเป็นเมืองศรีภูมิ (อ.สุวรรณภูมิ)ในปี พ.ศ.๒๓๑๘ พระเจ้าตากสินได้โปรดเกล้าให้ตั้งท้าวธน เป็นพระยาขัติยะวงษาเจ้าเมือง ส่วนเมืองสุวรรณภูมิแต่งตั้งเป็นท้าวโอ้ะเป็นพระยารัตนวงศาเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ
ในสมัยรัตนโกสินทร์ร้อยเอ็ดรวมอยู่ในมณฑลอีสาน แต่เนื่องจากร้อยเอ็ดเป็นเมืองที่เจริญมานานและมีความสำคัญจึงเปลี่ยนแปลง จากมณฑลอีสาน เป็นมณฑลร้อยเอ็ดและตั้งเป็นจังหวัดร้อยเอ็ดเมืองต่างๆ ได้ยุบเป็นอำเภอขึ้นกับจังหวัดร้อยเอ็ด

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ