รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดพิจิตร รูปดวงตราประจำจังหวัด
ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีแข่งขันเรือยาว จังหวัดพิจิตร
ประเพณีแข่งขันเรือยาว จังหวัดพิจิตร

เนื่องจากจังหวัดพิจิตร เป็นจังหวัดที่ตั้งในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง จึงมีแหล่งน้ำที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่ง แม่น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ของจังหวัดพิจิตร มี ๒ สาย คือแม่น้ำน่านและแม่น้ำยม พอถึงฤดูน้ำหลาก (เดือนกันยายน - ตุลาคม) แม่น้ำทั้งสองสายจะมีน้ำเต็มฝั่งบรรดาวัดต่างๆ ที่ต้องอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ก็ได้จัดให้มีงานปิดทองไหว้พระประจำปีขึ้น ทำให้ประชาชน ที่พายเรือมาเที่ยวงานก็ได้มีแนวคิดที่จะจัดให้มีการแข่งขันการพายเรือขึ้น จนในที่สุดกลายเป็นประเพณีการแข่งขันเรือกันขึ้น แต่เดิมนั้น (ตามที่ผู้เฒ่าได้เล่าให้ฟังว่าเรือที่นำมาพายแข่งนั้นมิได้กำหนดว่าเป็นเรือประเภทใดแน่นอน ต่อมาภายหลังจึงได้กำหนด เป็นเรือยาวขึ้น จนกลายเป็นประเพณีที่สืบต่อมาจนทุกวันนี้)
สำหรับวัดท่าหลวงซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เป็นวัดที่มีพระพุทธรูป ที่งดงามด้วยพุทธลักษณะสำคัญประดิษฐานอยู่ คือ หลวงพ่อเพชร เป็นที่เคารพสักการะของชาวพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียง
ปัจจุบันวัดท่าหลวงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง จึงกำหนดให้มีการจัดงานปิดทองไหว้พระประจำปี จึงจัดให้ มีการแข่งขันเรือยาวเป็นที่ครึกครื้นมโหฬารมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเอี่ยมเป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เรือที่ใช้ในการแข่งขัน สมัยนั้นเป็นเรือเผ่นม้า ซึ่งสำหรับท่าหลวงก็มีเรือไว้แข่งเป็นของตนเองถึง ๔ ลำ
ประเพณีแข่งขันเรือยาว จังหวัดพิจิตร
ทุกครั้งที่วัดท่าหลวงจัดงานประเพณีปิดทองไหว้พระ ก็มีการแข่งขันเรือควบคู่ไปด้วยเสมอ วัดต่างๆ ในจังหวัดพิจิตร ได้จัดส่งเรือเข้าร่วมการแข่งขันด้วยความเคารพนับถือและบูชาในองค์ หลวงพ่อเพชรและหลวงพ่อเอี่ยม โดยที่ทางวัดไม่ต้องมีหนังสือไปเชิญ ไม่ต้องจ่ายค่าลากจูงเรือ มาแข่งถือว่ามาด้วยความเลื่อมใส แม้รางวัลจะเป็นเพียงแป้งบวล ถุงเดียว หรือเหรียญหลวงพ่อ เพชรเหรียญเดียว หรือผ้าห่มหลวงพ่อผืนเดียวก็ตาม ทุกวัดต่างก็เต็มใจและดีใจที่ได้รับรางวัล เป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้มีเรือจากวัดต่างๆ มาร่วมการแข่งขันเสมอ เช่น วัดหาดมูลกระบือ วัดท่าฬ่อ วัดไดชุมแสง วัดหัวดง วัดบางไผ่ วัดหงษ์ วัดดาน วัดราชช้างขวัญ เป็นต้น
ต่อมาในสมัยที่นายชูวงศ์ ฉายะบุตร ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรได้พิจารณาเห็นว่าวัดท่าหลวงเป็นวัดใหญ่ ที่มีความสำคัญที่สุดในจังหวัดพิจิตร และมีพระพุทธรูปที่งดงามตามพุทธลักษณะประดิษฐานอยู่ สมควรที่จะได้จัดงานประเพณี การแข่งขันเรือยาวให้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่สนุกสนานระดับชาติ จึงได้ติดต่อประสานความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผลการดำเนินงานได้รับการขานตอบจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงกำหนดการจัดงานให้ตรงกับวันเสาร์และอาทิตย์ต้นเดือน กันยายนของทุกปี เพราะใกล้เคียงกับกำหนดเดิม (ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๐ปี และได้เริ่มจัดเป็นงานประเพณีทุกปี มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นมา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ จังหวัดได้กราบบังคลทูลฯ ขอพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นรางวัลให้แก่เรือ แข่งขันทั้ง ๓ ประเภท คือ เรือยาวใหญ่ เรือยาวกลาง และเรือยาวเล็ก และยังคงถือปฏิบัติสืบกันมาจนปัจจุบันนี้ สมคำขวัญที่ว่า "เมืองชาละวัน แข่งขันเรือยาว ข้าวเจ้าอร่อย ส้มท่าข่อยรสเด็ด"
ปัจจุบันการแข่งเรือ จึงกลายเป็นการแข่งขันเรือยาว ซึ่งในจังหวัดพิจิตรมีอยู่ประมาณ ๔๐ ลำ เพื่อใช้ในการแข่งขันทั้งในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียง เช่น พิษณุโลก สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา เป็นต้น
สำหรับการกำหนดวัดงานปิดทองไหว้พระประจำปีของจังหวัดพิจิตร และการจัดการแข่งขันเรือยาว ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง เพื่อให้เหมาะสมกับระดับน้ำในแม่น้ำและสะดวกต่อการสัญจรไปมาของผู้ร่วมงาน เดิมทีได้กำหนดวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ แต่ปรากฏว่า ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงมาก จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๐ ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก สำหรับรางวัลการแข่งขันได้เปลี่ยนเป็น เงินบ้าง เป็นถ้วยรางวัลบ้าง แต่ยังไม่มีค่าลากจูงเหมือนในสมัยปัจจุบัน

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาตีสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ