รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดชัยภูมิ รูปดวงตราประจำจังหวัด
แหล่งธรรมชาติ
เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ที่ตั้ง ตั้งแต่เส้นรุ้งที่ ๑๖ องศา ๕ ลิบดา ถึง ๑๖ องศา ๓๕ ลิบดาเหนือ และ เส้นแวงที่ ๑๐๑ องศา ๒๐ ลิบดา ถึง ๑๐๑ องศา ๕๕ ลิบดาตะวันออก รวมพื้นที่ในตำบลห้วยยาง อำเภอคอนสาร ตำบลบ้านยาง ตำบลบ้านเขว้า ตำบลกุดเตะ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ตำบลนางแดด ตำบลหนองแวง ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง รวมพื้นที่ทั้งหมด ๑,๕๖๐ ตาราง กิโลเมตร หรือ ๙๗๕,๐๐๐ ไร่
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เขื่อนจุฬาภรณ์ ป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ตะเบาะห้วยใหญ่ จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติตาดหมอก และอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
ลักษณะภูมิประเทศ
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ทางด้านทิศตะวันออก มีลักษณะคล้ายรูปเกือกม้า บริเวณใกล้สันเขาจะเป็นผาสูงชันตลอดทั้งแนว มีลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วยเทือกเขาหินทราย ล้อมรอบที่ราบสูงตอนกลาง ซึ่งมีสภาพเป็นป่าทึบมีความชุ่มชื้นสูง มีทุ่งหญ้าซึ่งบางแห่งจะกลายเป็นบึงในฤดูฝน สลับธารน้ำไหล ทำให้เหมาะสม อย่างยิ่งสำหรับสัตว์ป่า ทางด้านทิศตะวันออกและ ใต้เป็นภูเขาสูงชัน เรียงรายสลับซับซ้อน บางส่วนเป็นเทือกเขาหินปูนที่ประกอบด้วยถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง เช่น ถ้ำครอบ ถ้ำผาเทวดา มีระดับความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ ๓๐๐ เมตร ถึง ๑,๓๐๐ เมตร โดยประมาณ เนื่องจากพี้นที่เป็นภูเขา และที่ราบสูง จึงทำให้เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิเช่น แม่น้ำชี ที่ต้นน้ำประกอบด้วย ห้วยไขว้ ห้วยเพียว ห้วยยอดชี และห้วยอ้ายเสา ลำน้ำสะพุง ซึ่งเกิดจากการไหลรวมตัวกันของลำห้วยลำธารบริเวณตอนกลางเทือกเขาหินทรายรูปเกือกม้า ไหลไปรวมกับแม่น้ำชี ในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงและลำน้ำพรมที่เกิดจากลำห้วยต่างๆ บริเวนตอนเหนือของพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าภูเขียว
ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศแบ่งออกเป็น ๓ ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูร้อน และฤดูหนาว
๑. ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ ๒๕ องศาเซลเซียส
๒. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และหนาวจัดในเดือนธันวาคม ถึงมกราคม อุณหภูมิต่ำสุดในปีที่ผ่านมา ๗๐ องศาเซลเซียส
๓. ฤดูฝน ระหว่างกลางเดือนเมษายน ถึงเดือนตุลาคม โดยฝนจะตกหนัก ในเดือนสิงหาคม ถึงตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี ประมาณ ๑,๔๐๐ ลบ.มม.
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า เนื่องจากสภาพภูมิอากาศผนวกกับสภาพภูมิประเทศ ดิน และปัจจัยอื่นๆ ทำให้เขตรักษาพันธุ์ป่าภูเขียวเป็น แหล่งรวมของสภาพป่าไม้เกือบทุกประเทศ ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังผสมสนสามใบ และทุ่งหญ้า สลับธารน้ำไหลผ่าน ให้ความชุ่มชื้นตลอดปี จึงอุดม ไปด้วยพันธุ์พืชแห่งป่าเขตร้อนนานาชนิด ที่สำคัญได้แก่ ยาง ตะเคียนหนู ตะเคียนทอง สนสามใบ ก่อชนิดต่างๆ มะกอก มะค่าโมง มะม่วงป่า มะไฟ เต็ง กระโดน รัง เหียง แลนง้อ มะขามป้อม กฤษณา รวมทั้งบัวผุดหรือกระโถนฤาษี ที่ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยลักษณะพิเศษเช่นนี้ ทำให้ป่าภูเขียวชุกชุมไปด้วย สัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะกระซู่เป็นสัตว์ป่าหายากที่ยังพบร่องรอย อยู่เสมอ อีกทั้งจระเข้น้ำจืด เป็ดก่า นกอ้ายงั่ว ที่พบในแหล่งธรรมชาติแห่งอื่นได้ยากยิ่ง นอกจากนี้ยังมีเรียงผา ช้าง กระทิง วัดแดง เสือโคร่ง เสือดาว เก้ง กวาง กระจง นกเงือกชนิดต่างๆ นกหัวขวานนานาชนิด และสัตว์ป่าอื่นๆ ไม้น้อยกว่า ๕๓๐ ชนิด รวมทั้งเนื้อทรายซึ่งเป็น สัตว์ป่าที่นำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเป็นผลสำเร็จ หากินและอยู่อาศัยในบริเวณทุ่งกะมัง มากกว่า ๔๐ ตัว
ความสำคัญของพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นป่าอนุรักษ์ที่อุดมสมบูรณ์เอื้ออำนวย ประโยชน์ให้แก่ราษฏรอย่างมหาศาล เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของลำน้ำชี เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ของสัตว์ป่าทั้งอาศัยอยู่เป็นประจำและโยกย้ายถิ่นเข้ามาตามฤดูกาล เป็นที่รวมของ ระบบนิเวศน์แบบ ต่างๆ ที่ช่วยทำหน้าที่ป้องกันภัย ป้องกันการกัดชะล้างผิวดินลงไปทับถมแหล่งนำพื้นที่เกษตรกรรม ป้องกันภัยพิบัติจากพายุและความแห้งแล้ง สร้างความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ ควบคุมสภาพ ภูมิอากาศให้คงสภาพ นอกจากนี้เขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวยังมีลักษณะพิเศษที่แสดงถึงความ สำคัญของพื้นที่ ดังนี้
๑. เป็นตัวแทนของวิวัฒนาการขั้นสำคัญของภูมิศาสตร์กายภาพของโลก
หลักทางธรณีวิทยาของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขียว ในปี พ.ศ.๒๕๒๓ พบแหล่งฟอสซิลที่ดีมากใกล้กับโรงไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์ อันเป็นขอบด้านตะวันตกของที่ราบสูงโคราช เป็นฟอสซิลของสัตว์มีกระดูกสันหลังหลายชนิด เช่น
- ปลา ได้แก่ ฟันของปลามีปอด, เกล็ดปลากระดูกแข็ง
- สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชื่อไซโคลโตคอรัส (Cyciotosaurus) เป็นสัตว์ที่กินปลาเป็นอาหาร พบส่วนหัวกระโหลกช่วงที่ติดอยู่กับคอ
- สัตว์เลื้อยคลาน "โฟโตฟอร์ (Phytosoni)" ที่คล้ายจระเข้ในปัจจุบัน พบฟันและกระดูก
- เต่า พบเศษกระดอง (ที่เขื่อน)
จัดอยู่ในกลุ่มดินชุดโคราช หมวดหินลาด ช่วงยุคไทรแอสสิกเมื่อประมาณ ๒๒๕ ล้านปี สามารถนำไปเปรียบเทียบกับทวีปทางเหนือ พบว่าฟอสซิลที่พบเป็นสัตว์เผ่าพันธุ์เดียวกับทางยุโรป และจีน
๒. เป็นตัวแทนของกระบวนการทางธรณีวิทยา-ชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของมนุษย์กับ สิ่งแวดล้อม ทางธรรมชาติ (กระบวนการอันต่อเนื่องของ วิวัฒนาการพืชและสัตว์พื้นดินและแหล่งน้ำจืด)
- เป็นพื้นที่เชื่อมต่อของเขตชีวภูมิศาสตร์ ระหว่างเขตชีวภูมิศาสตร์ภาคเหนือกับเขต ชีวภูมิศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- เป็นแหล่งควบคุมปริมาณและคุณภาพของแม่น้ำชี ลำน้ำพรม และลำสะพุง
๓. เป็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยลักษณะเด่นทางปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อาทิ ระบบนิเวศน์ขนาดใหญ่ที่สำคัญและมีความงาม ตามธรรมชาติอย่างเด่นชัด
๔. เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะสัตว์และพืชที่ถูกคุกคามและยังมีชีวิต ซึ่งสัตว์และพืชดังกล่าว มีคุณค่าอย่างเด่นชัดในระดับสากล ทั้งแง่มุมทางวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์
การเดินทาง การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวโดยทางรถยนต์ เริ่มจากอำเภอชุมแพจังหวัดขอนแก่น ไปตามเส้นทาง ขอนแก่น-หล่อสัก ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แยกซ้ายไปตามเส้นทางคอนสารเขื่อนจุฬาภรณ์ ถึงศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ ๒ ปางม่วง บริเวณ กิโลเมตรที่ ๓๖ เริ่มเข้าสู่สำนักงานเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่ด่านตรวจปางม่วง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่ ๒ และอาคาร บริการผู้มาเยือน เดินทางต่ออีก ๗ กิโลเมตร ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าศาลาพรม และเมื่อเดินทางต่อไปอีก ๑๗ กิโลเมตร จะถึงสำนักงาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว บริเวณทุ่งกะมังรวมระยะทางจากอำเภอชุมแพถึงทุ่งกะมัง ๘๐ กิโลเมตร

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ