รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดสกลนคร รูปดวงตราประจำจังหวัด

บุคคลสำคัญ
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ปรมาจารย์ สายวิปัสสนากรรมฐาน ภาคอีสาน

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ประวัติ
พระอาจารย์มั่น ภูริ ทัตตเถร ซึ่งเป็นอาจารย์สอนธรรมทางวิปัสสนามีศิษ ยานุศิษย์มาก มีคนเคารพนับถือมาก
ชาติสกุล ท่านกำเนิดในสกุลแก่นแก้ว โดยนายคำด้วง เป็นบิดา นางจันทร์เป็นมารดา เพียนแก่นเท้าเป็นปู่ ชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ เกิดวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ปีมะแม ตรงกับวันที่ 20 มกราคม 2413 บ้าน คำมง .โขงเจียม .อุบลราชธานี มีพี่ น้องร่วมท้องเดียวกัน 9 คน คนสุดท้องชื่อ หวั่น จำปาศิลป์
รุปร่างลักษณะนิสัย
ท่านเป็นคนร่างเล็ก ผิวขาวแดง แข็งแรงว่องไว สติปัญญาดี มาแต่กำเนิด ฉลาด เป็นผู้ว่านอนสอนง่าย ใน ทางที่ถูก ไม่ยอมทำตามในทางที่ผิด
การศึกษาสามัญ
ได้เรียนอักษรสมัยในสำนักของ อาจารย์เสาร์ คือเรียอักษรไทยน้อย อักษรไทย อักร ธรรมและอักษรขอม อ่านออกเขียนได้ นับว่าท่าน เรียนได้รวดเร็ว เพราะมีความทรงจำดี และ มีความขยันหมั่นเพียรศึกษา
การบรรพชา รูปเหมือน พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
เมื่อท่านอายฏได้ 15 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรในสำนักวัดบ้าน บง ใครเป็นบรรพชาจารย์ไม่ปรากฎ ครันบวชแล้ว ได้ศึกษาความรู้ทางพระศาสนา มีสวดมนต์และ หลักสูตรต่างๆ ในสำนักบรรพจารย์ จดจำรวดเร็ว อาจารย์เมตตาปราณีมากเพราะเอาใจใส่ในการเล่า เรียนอย่างดี ประพฤติปฏิบัติเรียบร้อย เป็นที่ไว้เนื้อ เชื่อใจได้ เมื่ออายุได้ 17 ปี บิดาขอร้อง ให้ลาสิขาเพื่อช่วยงานทางบ้านท่านก็ได้ ลาสิขาออกไปช่วยการงานของบิดาเต็มความ สามารถ ท่านเล่าว่า เมื่อลาสิขาไปแล้วยังคิด ที่จะบวชอีกอยู่เสมอไม่ลืมเลย คงเป็น เพราะมีอุปนิสัยในทางบวชมาแต่ก่อนอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งเพราะคิดในคำสังของยายว่า "เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายได้เลียงเจ้า มา" คำสั่งของยายนี้คอยสะกิดใจอยู่ เสมอ
การอุปสมบท
ครั้นอายุได้ 22 ปี ท่านเล่า ว่า มีความอยากบวชเป็นกำลัง จึงอำลาบิดามารดา บวช ท่านก็อนุญาติตามประสงค์ ท่านได้เขาศึกษา ในสำนักอาจารย์เสาร์ กนต-สีลเถร วัดเลียบ
เมือง อุบล จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับอุปสมบทกรรมเป็นภิกษุภาวะใน พระพุทธศาสนา
วัดสีทอง .เมือง .อุบลราชธานี พระอริยกวี (อ่อน) เป็นพระ อุปัชฌายะ พระครูสีทา
ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประจักษ์อุบลคูณ (สุ่ย) เป็นพระอนุ สาวนาจารย์
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน . . 2436 พระอุปัชฌายะขนานนามมคธให้ว่า ภูริทักนตสีลเถร
วัดเลียบ ต่อไปได้แสวง หาวิเวกไปทางฝั่งว้ายของแม่น้ำโขงบาง ฝั่งขวาแม่น้ำโขงบาง เมื่อคราวไปวิเวกนครพนม ได้เจ้าพระคุณพระธรรมเจดีย์ (พนธุโล จูม) กับเจ้าคุณพระสานภามุนี (จันทร์ ) ไปเป็นศิษย์ศึกษาเล่าเรียน ทั้งทางสมถะวิปัสสนา ทั้งทางปริยัติธรรม เมืองอุบล แล้วส่งไปศึกษา เล่าเรียนทางกรุงเทพฯ จนกลับมาได้ทำประโยชน์เป็น เถรผู้ใหญ่ในภาคอีสาน
เมื่ออาจารย์อายุพรรษา พอสมควรแล้ว จึงได้ลงไปศึกษาทางกรุงเทพฯ ที่วัดปทุมวัน ไปปฏิบัติธรรมเทศนาอบรมปัญญา กับเจ้าพระคุณพระอุบาลี (สิริจนทถ จันทร์) และได้กำหนดจิตเอาโรงเรียนเป็นนิมิต ว่า "ของอะไรทั้งหมดเกิดจากของที่มี อยู่" ตั้งแต่นั้นก็กำหนดพิจารณาอุบายแห่งวิ ปัสสนสมิได้ลดละ ออกไปทำความเพียร ที่เขาพระงาม(ถ้ำไผ่ขวาง) ถ้ำสิงห์ โต จึงพอได้รับความเขาใจในพระธรรม วินัยอันพระตถาคตเจ้าทรงประกาศแล้ว
ครั้นพรรษาได้ 23 จึงกลับมาหาหมู่คณะทางภาคอีสาน มีพระเถระมาศึกษาด้วยมากขึ้นเป็นลำดับ มี พระอาจารย์สิงห์ ขนตยาคโม เป็นต้น จนพรรษาได้ 38 จึงได้จากหมู่คณะไปจำพรรษาที่วัดปทุม วัน กรุงเทพฯ แล้วเลยไปเชียงใหม่กับเจ้าพระคุณอุ บาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนเถร จันทร์) พักวัดเจดีหลวง 1 พรรษาแล้วไปวิเวกตาม ที่ต่างๆ บ้าง กลับมาจำพรรษา วัดเจดี หลวงบ้าง รวมเวลา 11 ปี จึงได้กลับมาภาคอีสาน เพื่อสงเคราะห์สาธุชนตามคำนิมนต์ของเจ้าพระคุณธรรม เจดีย์ จนถึงปัจฉิมสมัย
พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ในบริเวณวัดป่าสุทธาวาส ธุดงวัตรที่ท่าน ถือเป็นอานิ4 ประการ
1. ปังสุกูลิกังคธุดงค์ ถือ นุ่งห่มผ้าบังสกุล
2. ปิณฑปาติกังคธุดงค์ ถือ ภิกขาจารเที่ยวบิฌฑบาตฉันเป็นนิตย์
3. เอกะปัตติกังคธุดงค์ ถือ ฉันในบาตรใช้ภาชนะใบ เดียวเป็นนิตย์
4. เอกาสะนิกังคธุดงค์ ถือ ฉันหน เดียวเป็นนิตย์
ปัจฉิมสมัย
ในวัยชรา .. 2484 เป็นต้นมา ท่านมาอยู่ .สกลนคร เปลี่ยนอริยบทไปตามสถานที่วิเวกสุกวิหารหลาย แห่ง คือ เสนาสนะ ป่าบ้านนามน .ตอง โขบ .เมือง (ปัจจุบัน .โคงศรีสุพรรณ ) .สกลนคร ..2487 ย้ายไป อยู่เสนาสนะ ป่าหนองผื.นาใน .พรรนานิคม .สกลนคร จนถึงปีสุด ท้ายแห่งชีวิต
ปี2492 เป็นปีที่ท่านอายุ ย่าง 80 ปี ท่านเริ่มอาพาธเป็นไข้ ศิษยานุ ศิศย์ได้เอามารักษาที่เสนาสนะป่าบ้านกู่ .พรรณานิคม เชิญหมอแผนปัจจุบันมารักษาอาการอาพาธ มีแต่ทรงกับทรุด เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2492 ได้นำท่านมาพักที่วัดสุทธาวาส เมื่องสกลนคร โดยภาหนะรถยน์มาถึงวัดเวลา 12.00 . ครั้นถึง 2.23 .ของวัน ที่ 11 พฤศจิกายน ท่านก็ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการ สงบ สิริชนมายุได้ 80 ปี
ผลงานหรือ เกียรติคุณที่ได้รับ ภายในพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตต เถระ เป็นเกจิอาจารย์ทางวิปัสสนา ที่ได้รับการยกย่อง สรรเสิรจากบรรดาศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับท่าน ว่าเป็นอาจารย์วิปัสสนาชั้นเยี่ยมโดยเนื้อหาธรรมที่ ท่านแสดงออกเป็นธรรมชั้นสูง ผู้ที่ใกล้ชิด ได้มีโอกาสฟังอย่างถึงใจตลอดมา ทำให้ ปราศจากความสงสัยในตัวท่านว่า สมควรตั่งอยู่ ในภูมิธรรมขั้นใด ท่านมีมีคนเคารพนับ ถือทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย นอกจากนั้นท่านยังมีสานุศิษย์ ทั้งนักบวชและ ฆารวาส ในประเทศลาวอีกมากมายที่เคารพเลื่อมใสใน ตัวท่านอย่างถึงใจตลอดมา ท่านมีประวัติความ ทั้งที่เป็นคฤหัสส์และเพศนักบวช ตลอดจนอวสาน สุดท้าย ไม่มีคาว จึงเป็นประวัติบุคคลที่หา ได้อยากในปัจจุบัน โดยเฉพาะพระสงค์ในสายวิปัสสนา ธุระจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเกจิอาจารย์ขั้น อริยสงฆ์
ด้วยคุณธรรมและปฏิปทาทำให้พระ อาจารย์มั่น มีลูกศิษย์ในสายวิปัสสนาธุระอีกหลาย องค์ เช่น หลวงปู่ฝั่อาจารโร หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่ดุลย์ อตุ โส หลวงปู่สิงห์ ขันตนาคโน หลวงปู่สิม พุทธ จารโร หลวงปู่หลุย พระอาจารย์วัน อุตตโม และ พระมหาบัว ญาณสัมปัณโณ แห่งวัดบ้านแวง อุดรธานี พระภิกษุเหล่านี้เป็นผู้ที่มีคุณธรรม ชั้นสูง เป็นที่พึงทางจิตใจของประชาชน ให้ยึดมั่นในการทำความดี สร้างความอบ อุ่นมั่นคงแก่ชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งมีค่าใน ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน
Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ