รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดสกลนคร รูปดวงตราประจำจังหวัด

สถานที่สำคัญ
แหล่งโบราณคดี
ส่วนหนึ่งของบริเวณหน้าผาที่มีภาพสลักในแผ่นหินทราย
ภาพสลักผาหินถ้ำผาลายภูผายนต์

สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ตรงเส้นรุ้งที่ 16 56 15 เหนือ เส้นแวงที่ 104 04 ตะวันออก (กรม แผนที่ทหารชุด L 7017 ระวางที่ 5842 IV มาตร ส่วน 1:50,000 อยู่บนหน้าผาด้าน ทิสตะวันตกของภูผายนต์ แต่อยู่ด้านทิศ ตะวันออกของหมู่บ้านนาผาง ซึ่งห่างกันใน ทางตรงประมาณ 1 .. สูงจากระดับ น้ำทะเล 380 เมตร สูงจากพื้นราบชายเขา 200 เมตร
ประวัติความเป็นมา
ศิลปะถ้ำในจังหวัดสกลนคร เพิ่งเป็นที่รู้จักกันเมื่อปลายปี .. 2530 นี้เองจากผลการค้นพบและ ประชาสัมพันธ์ของศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏสกลนคร (วิทยาลัยครูสกลนคร ในขณะนั้น) ต่อมาคณะ สำรวจโบราณคดีของกรมศิลปากร จึงได้เดิน ทางไปศึกษารายละเอียดหลายครั้ง เพื่อจะได้นำ ข่าวสารที่น่าสนใจมาเผยแพร่ส่งเสริม ให้เดินทางไปทัศนศึกษา แหล่งนั้น ใน ภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติจริง
ลักษณะทั่วไป ส่วนหนึ่งเป็นภาพคน
ถ้ำผาลายคือ แหล่งที่มีภาพสลักรูป รอยลงในเนื้อหิน ส่วนหนึ่งของภูผายนต์ ซึ่งติดกับภูต่าง มี ภูโล้น ภูบันได อยู่ทางเหนือ ภูหมากแงวตอนเหนืออยู่ทางทิศ ตะวันออก ภูหมากแงวตอนใต้อยู่ทางทิศใต้ ภูพอกแลง ภูอ่างขาม อยู่ทางทิศนะวัน ตก นอกจากนี้ยังมีลำห้วยแห่งหนึ่งซึ่ง เกิดจากภูเขาไหลผ่านระหว่างเชิงภูกับหมู่ บ้านนาผางไหลไปบรรจบกับลำน้ำพุงทาง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน ทางด้าน ทิศตะวันออกของภูผายนต์ มีห้วยปลาก้อน ไหลลงบรรจบกับลำน้ำพุงทางด้านทิศตะวัน ออกเฉียงเหนือ ส่วนทางด้านทิศเหนือมีลำห้วย พุง เมื่อพิจารณาที่ตั้งของภูผายนต์แห่งนี้ จะเห็นว่ามีชัยภูมิแวดล้อมด้วยภูต่าง และลำน้ำถึง 3 ด้านนับเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ และยังได้ใช้ภูเขาเป็นแหล่งทำพิธีกรรม หรือหลบซ่อนตัวยามมีภัยได้เป็นอย่างดี มัชัยภูมิเช่นนี้เหมาะกับการตั้งถิ่นฐานของ มนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์
แหล่งภาพสลักหิน อยู่ในส่วนพื้นที่เป็นหน้าผาหิน ทรายลักษ ระเป็นเพิงผา ที่ชาวอีสานเรียกว่า "ถ้ำ " สันนิษฐานว่า แต่เดิมเพิงผาแห่งนี้อาจมี เพิงหินหลังคาและแนวหินด้านข้างหนาทึบ และภาพสลักก็อาจอยู่ลึกกว่านี้ แต่เนื่อง จากการกัดกร่อนทางธรรมชาติ เช่น น้ำฝน ซึ่ง มีกรดคาร์บอนิคกัดกร่อนหินทรายให้สลาย ออกไปทีละน้อย นอกจากนี้กระแสลมและ แสดงแดดก็มีส่วนทำให้เกิดการสึกกร่อน ของหน้าผาได้เช่นกัน ทั้งนี้ด้วยเหตุที่ เวลาล่วงเลยนับพันปีจึงทำให้เหลือเฉพาะ เพิงผาตื้น ที่เห็นในปัจจุบันเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นภาพเด็ก
ลักษณะของเพิงผาหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นหน้าผายาว 45 เมตร ความสูงจากพื้นดิน ถึงหลังคาหิน 12 เมตร สูง 4 เมตร มีโพรง ลึกขนาดพอลอดได้อยู่กึ่งกลางผนังหิน หาก โพรงมีภาพสลักหลายภาพ และอาจมีภาพสลัก ภายในโพรงหินซึ่งจะต้องมีการสำรวจข้าง ในขึ้นเนื้อหารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ความเชื่อของชาวบ้าน
แหล่งที่เป็นโบราณสถานทุกแหล่ง มักมีความเชื่อหรือนิทานพื้นบ้านประกอบอยู่เใมอ แหล่งภาพสลักแห่งนี้ก็เช่นเดียวกัน ชาวบ้าน เชื่อว่าเกิดจากการกระทำของภูติผีปีศาจ ภูติ ผีเหล่านี้เคยไปก่อการรังควาญให้ชาว บ้านเจ็บป่วยอยู่เสมือ ในยที่สุดต้องมี การสร้างสำนักสงฆ์ และนิมนต์พระสงฆ์มาอยู่จำ พรรษา หลังจากนั้นความเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากผี รบกวนจึงน้อยลง
ในด้านนิทานพื้นบ้าน ชาวบ้านเชื่อว่า แต่เดิมถ้ำผาลายแห่งนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์มีเจ้าภูตนหนึ่งอาศัยใน ถ้ำ หากชาวบ้านที่ยากจนประสงค์เสื้อผ้า เครื่อง ประดับเพื่อแต่งไปในงานบุญก็จะมาบอก กล่าวขอยืม หลังจากนั้นจะมีข้างของเครื่อง ใช้ไปวางไว้ที่ปากถ้ำแหล่งที่ชาวบ้าน ไปแต่งตัวคือ เชิงเขาแห่งหนึ่งอยู่ตอนเหนือ ของหมู่บ้านที่เรียกว่า "โนนสาวเอ้" ความเชื่อของชาวบ้านเชื่อว่าครั้งหนึ่งมีหญิง สาวไปขอยืมเสื้อผ้าจากเจ้าป่าเจ้าภู นำไปแต่งตัว แต่ผ้าซิ่นที่ยืมไปเปื้อน ประจำเดือน และนำไปคืนโดยไม่ได้ทำความ สะอาดให้เรียบร้อย ทำให้เจ้าป่าเจ้าภูโกรธ มากเกิดอาถรรพ์ในหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็ไม่ อนุญาตให้ขอยืมข้าวของเครื่องใช้อีกต่อไป ชาวบ้านยังเชื่อว่า ในวันะรรมะสาวนะใน สมัยก่อนได้ยินเสียงฆ้องกลองดังอยู่แต่ไกล บนถ้ำแห่งนี้
นิทานเช่นนี้มีลักษณะคล้าย กับนิทานที่กล่างถึงกำเนิดผีมเหสักข์ชาวผู้ไทย ซึ่งเล่าสืบมาช้านานเพียงแต่แตกต่างกัน ว่า คนใช้ซึ่งเป็นหญิงสาวของผู้วิเศา ใช้ลิ้นเลียอิ้วฝ้ายที่แตกชำรุดของชาวบ้าน ซึ่งนำมาวางไว้หน้าปากถ้ำ แต่ชาวบ้าน ผู้นั้นก็หลบซ่อนตัวเพื่อลักลอบดูเหตุ การณ์ เมื่อสาวใช้ใช้ลิ้นเลียอิ้วฝ้ายที่แตก ทำให้ชาวบ้านตกใจเกรงว่าจะเป้นอันตราย จึงร้องอุทานบอกว่าอิ้วฝ้ายแตกจะทำให้ ลิ้นเป็นแหลความตกใจที่รู้ว่ามีผู้ ลักลอบดูเหตุการณ์ ทำให้อิ้วฝ้ายบาดลิ้น สาวใช้ของเจ้าภูผู้วิเศษเลือดไหลและวิ่ง หนีเข้าภ้ำ เจ้าภูผู้วิเศษโกรธมากจึงแสดง ฤทธิ์เดชเป็นหมอกควันปกคลุมไปทั่ววังสาม หมอตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ให้สาวใช้ปราฏ ร่างเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านอีกต่อไป ส่วนตน เองก้กลายเป็นผีมเหสักข์จะปรากฏต่อเมื่อมี การเชิญเข้าในร่างทรงของนางเทียมที่ตน เลือกไว้เท่านั้น
หลักฐานที่พบ
จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เมื่อวัน ที่ 7 มิถุนายน 2530 โดย นายพะเยาว์ เข็มนาค และ คณะ พบว่ามีภาพต่าง แยกประเภทได้ดัง นี้
1. ภาพคน มีทั้งหมด 21 ภาพ มีทั้งภาพคนที่เหมือนจริงและภาพกึ่งเหมือน จริงภาพเหมือนจริง คือ ภาพที่บ่งบอกลักษณะว่า เหมือน เช่น ภาพคนเหมือนซึ่งเน้นแสดงโครงภายนอก ไม่มีรายละเอียดของอวัยวะ เช่น หู ตา ปาก จมูก นิ้วมือ นิ้วเท้า มีจำนวน 9 ภาพ เป็นภาพเด็ก 2 ภาพ ผู้ใหญ่ 7 ภาพ ภาพกึ่งเหมือนจริงคือ ภาพที่บ่งบอกลักษณะว่าเป็นคนโดยสัดส่วน แต่จะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น หัวคน เป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือแขน ขา ไม่เน้นให้เห็น กล้ามเนื้อ แต่มีอวัยวะที่สำคัญครบส่วน เช่น หู ตา ปาก จมูก ไม่มีนิ้วมือ นิ้วเท้า ภาพประเภท นี้ มี 12 ภาพ
2. ภาพมือ มีเพียง ภาพเดียว เป็นภาพมือขวาแบ หงายมือแสดงอุ้ง มือ มีนิ้ว 6 นิ้ว
3. ภาพสัตว์ มี ทั้งหมด 21 ภาพ ภาพปลา 8 ภาพ ภาพนำ 4 ภาพ ภาพสุนัข 2 ภาพ กระรอกหรือกระแต 1 ภาพ ภาพ ควาย 1 ภาพ วัวหรือควาย 4 ภาพ กบหรือเขียด 1 ภาพ
4. ภาพลวดลายเรขาคณิต เป็นเส้น ตรงบ้าง เส้นโค้งบ้าง หรือทำเป็นลวดลายต่าง มีรูปสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม กากบาท หัวลูกศร สามเหลี่ยมขนมเปียกปูน ลายเส้นเดียว ลายเส้นเรียงแถว กัน ลายเส้นตัดกันไปตัดกันมาจนหา รูปทรงที่แน่นอนไม่ได้ ซึ่งพบเป็นจำนวน มาก
5. ภาพสิ่งของเครื่องใช้ เช่น ภาพ ที่คล้ายไถ เครื่องมือทำนาแสดงเฉพาะส่วนหัว ที่เรียกว่า "หัวหมู" หรือ "ผาล" อยู่ตอนปลาย นอกจากนี้ยังมีรูปจอบที่ ด้ามและรูปพัดสำหรับพัดให้กระแสลมพัดข้าว เมล็ดลีบออก
6. ภาพอาคาร มีลักษณะคล้าย บ้าน 2 ภาพ เป็นทรงบ้านหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ภาพหนึ่งมีสุนัขอยู่ข้างในบ้าน อีกภาพหนึ่ง เป็นบ้านที่มียอดหลังคาไขว้คล้ายเรือกาแล หรือเถียงนาในภาพอีสาน และมีภาพคล้ายคน อยู่ในบ้าน
อายุสมัยและคุณค่า
ภาพสลักหินถ้ำผายนต์ ถือว่าเป็นภาพที่มีคุณ ค่าต่อการทำความเข้าใจปัจจุบันการเลือกที่ อยู่อาศัยและสภาพชุมชนโดยอาศัยจากการสึก ษาจากภาพสลักที่ผนังถ้ำอย่างไรก็ตาม มิได้หมายความว่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ บนภูเขา แต่นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นยุค ที่ผู้คนได้เริ่มลงมาอาศัยพื้นที่ราบ ทำการเพาะปลูกแล้ว ทั้งนี้เพราะมีภาพสลัก เป็นรูปจอบ ไถ สัตว์เลี้ยงเช่น วัว ควาย สุนัข ทำ ให้สันนิษฐานว่า ชุมชนดังกล่าวเป็นสังคมที่พ้น ยุคเร่ร่อนแล้วแต่หากได้ตั้งหลักฐานทำ การเกษตร และอาจเป็นชุมชนที่มีหลายครัว เรือนได้พากันขึ้นมาทำพิธีกรรมในระบบ ความเชื่อต่อสิ่งศักดิ์สิทธ์บางอย่าง ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่อายทราบได้ว่าเหล่านี้นับถืออะไร เช่น ดวงดาว ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ นอกจากนี้ยัง พบลานหินกว้างบนยอดเขาชั้นบนเป็นลาน กว้าง นักโบราณคดีบางคนสันนิษฐานว่า อาจใช้บริเวณ นี้เป็นแหล่งชุมชนเพื่อทำให้พิธีกรรมตาม ความเชื่อของกลุ่มคน และใช้เวลาว่างในการ สลักภาพต่าง เพื่อเหตุผลบางประการ
การค้นพบภาพสลักหินที่ถ้ำแห่งนี้และอีก 2 แห่ง คือ ถ้ำพระด่านแร้งและถ้ำม่วง ยิ่งทำ ให้เชื่อว่าได้มีชุมชนอีกหลายแห่งใน บริเวณเทือกเขาภูพาน ชุมชนต่าง เหล่านี้น่า จะมีความสัมพันธ์กัน และมีการถ่ายทอดศิลปะ หรือคนเหล่านี้มีความคิดคล้าย กัน ดัง นั้นหากแปลความหมายของภาพและสัญลักษณ์ต่าง ได้หมดแล้วจะทำให้สามารถเข้าใจความรู้ สึกนึกคิดของกลุ่มคนผู้สลักภาพได้
การกำหนดอายุศิลปะถ้ำแห่งนี้ นักโบราณคดีผู้สำรวจ ของกรมศิลปากรเชื่อว่ามีอายุราว 3 ,500 ปีมาแล้ว โดยเปรียบเทียบกับหลักฐาน ควายใช้งานที่ขุดพบที่บ้านเชียง อำเภอหนอง หาน จังหวัดอุดรธานี และเชื่อว่าร่องหินทรายที่เซาะ เป็นทาง เกิดจากโลหะปลายแหลมซึ่งหมายถึงเหล็ก นั้นคือสังคมแห่งนี้ได้วิวัฒนาการผ่านยุคเหล็กไป แล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีนักโบราณคดีอีก หลายคนที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐาน เช่นนี้ นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่า ภาพสัญลักษณ์ หลายภาพมีรูปทรงคล้ายกับภาพสัญลักษณ์ก่อนประวัติ ศาสตร์ที่พบในต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย ซึ่งถือ กันว่ามีอายุเก่าเกิน 3,500 ปีแน่ นอน
นักโบราณคดีอีกกลุ่มหนึ่งเห็นด้วยกับการ ใช้ภาพสลักมาเปรียบเทียบกับภาพที่พบใน ต่างประเทศที่ได้กำหนดอายุไว้แล้ว โดยเฉพาะใน แหล่งโบราณคดีในยุโรปแต่เห็นเพิ่มเติมว่า ควรต้องวิเคราะห์ภาพแต่ละภาพโดยการตีตา รางกริด ทั้งนี้เพราะสังเกตว่าภาพต่าง มิ ได้เขียนพร้อมกันครั้งเดียว แต่หากเขียนขึ้นหลาย ครั้ง จังทำให้มีทั้งที่เป็นภาพเก่าและ ภาพใหม่ ในขั้นนี้จึงไม่ควรด่วนสรุปว่า ภาพทั่งหมด เป็นภาพอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
กล่าวโดยสรุป แหล่งโบราณคดีแห่งนี้นับว่า เป็นแหล่งภาพสลักหินที่ใหญ่ที่สุดในภาพ อีสานเท่าที่นักโบราณคดีได้พบเห็นในปัจจุบัน และยังอาจเชื่อมโยงกับแหล่งที่มีภาพลักษ ระเดียวกันในบริเวณเทือกเขาภูพานอีกหลายแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการค้นคว้าเพื่อหาข้อ เท็จจริงในอดีตต่อไป
เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ
แห่งศิลปะถ้ำที่เป็นการสลักรูป รอยลงในหน้าผาที่บ้านนาผางแห่งนี้ มีเส้นทางที่สะดวก คือ เดินทางไปตามเส้น ทางหลวงสกลนคร-กาฬสินธุ์ กม.ที่ 34 จะมี ป้ายชื่อบอกแหล่งภาพสลักหินก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่ง จะมีระยะทางเป็นถนนลูกรังประมาณ 17 กม . ลดเลี้ยวไปตามไหล่เขา ผ่านลำห้วย หุบ เขา หมู่บ้านต่าง เช่น ภูผาแสล บ้านนา ขี้นาค บ้านกกโด่ บ้านกกปลาซิว บ้านหนอง ครอง บ้านโพนบก ข้ามสะพานลำน้ำพุงเข้าไป บ้านนาผาง มีถนนลาดยางไต่เชิงเขาจึง ถึงทางเดินเท้าขึ้นภูเขาประมาณครึ่งกิโลเมตรจึง ถึงบริเวณลานหน้าผา ซึ่งจะต้องเดินทางอีก พักหนึ่งจึงจะถึงแหล่งภาพสลักหิน ถ้าใช้ ทางเดินขวามือจะกินเวลานานประมาณ 30 นาที ผ่านบริเวรลานกว้างสำหรับพระสงฆ์เดินจงกรม ภาวนา มีป้ายชื่อเขียนว่า "สำรักสงฆ์ภู ผายนต์อนันทภาวนา" ซึ่งพระอาจารย์สะอาด อา นันโทรวมกับชาวบ้านมาสร้างไว้เมื่อ .. 2527 ถ้าใช้เส้นทางซ้ายมือจะ เป็นบันไดคอนกรีตชั้นคงแข็งแรง แต่เป็นทางลาด ชันไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้เป็นโรค หัวใจ เส้นทางลัดนี้ใช้เวลาเดินขึ้นบันได ประมาณ 15 นาที ก็ถึงแหล่งศิลปะถ้ำ
แผนที่

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ