รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดสกลนคร รูปดวงตราประจำจังหวัด

ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ด้านการเกษตร

ไร่นาสวนผสม

ไร่นาสวนผสม

นายสงค์ พลวงศา : ภูมิปัญญาไร่นาผสม
อายุ 52 ปี(พ.ศ.2540)
ที่อยู่ บ้านหนองฮูดังหมู่ที่ 1 ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.สกลนคร
บุคคล/กลุ่มบุคคล
นายสงค์ พลวงศา เป็นบุคคลที่มีภูมิปัญญาด้าน การทำไร่ผสมเป็นเกษตรกรที่ความขยันขันแข็ง อด ทน ขณะเดียว กันก็แสวงหาความรู้ด้านเทคโนโลยี การเกษตรและนำมาใช้ในสวนผลไม้ของ ตนเคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ เมื่อปี .. 2528 ได้ รับรางวัลการประกวดแปลงไร่นาของเกษตรจังหวัดสกลนคร ในปี .. 2531 ได้รับรางวัลชนะ เลิศครอบครัวเกษตรกรอีสานรักษาสิ่งแวดล้อมดีเด่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประจำปี .. 2537 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และกรมส่งเสริมการเกษตร
ในด้านการทำงานเพื่อชุมชน นายสงค์ พลวงศา ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง เทคโนโลยีกับการทำ ไร่นาสวนผสมจากหน่วยงานภาครัฐบาลและ เอกชนตลอดมา
นายสงค์  พลวงศา  เกษตรกรที่รู้จักใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยในการเกษตร
ปัจจุบัน (2540) เป็นประชาชนกลุ่มเกษตรกรทำนา โคกก่อง เป็นผู้ริเริ่มทำโครงการของเครื่อง สูบน้ำจากกรมชลประทานเขื่อนห้วยเดียก มา ตั้งที่บ้านหนองฮูดัง แล้วสูบน้ำผ่านคลอง เล็กๆ ซึ่งชักชวนราษฎรขุดขึ้นเพื่อจ่ายน้ำเข้า ไร่นาในเขตบ้านหนองฮูดัง บ้านโคกก่อง บ้านโคกสูง ยาวประมาณ 3 .. ซึ่ง ได้รับความร่วมมือจากกรมชลประธานสนับสนุนน้ำ มันเชื้อเพลิง ทั้งนี้เป็นไปตามโครงการน้ำ พระทัยจากในหลวงที่ช่วยราษฎรแก้ปัญหาการ เกษตรในฤดูแล้งและประสบภาวะวิกฤตด้านลมฟ้า อากาศ
องค์ความรู้
ความเป็นมาก่อนที่จะมาทำไร่สวนผสม ก่อนที่จะเริ่มหันมาทำการเกษตรแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนแรกก็อยู่กันแบบธรรมดา คือ ยึดอาชีพทำนาเป็นหลักรายได้แต่ก่อนก็ ได้จากการเป็นพ่อค้าขายหมู ขายได้เงิน มาก็ใช้จ่ายในครอบครัวก็แทบจะไม่ พอใช้ สาเหตุเพราะว่า ราคาของหมูไม่แน่นอน บางทีราคาก็ลงบางทีก็ขึ้น เลยได้ กำไรบ้างขาดทุนบ้าง ต่อมาจึงคิดได้ว่า หากเราจะยึดอาชีพนี้ต่อไปไม่ไหวแน่ หากจะอาศัยข้าวขายก็ไม่พอจะกิน ปี หนึ่งๆก็ได้เพียง 100-200 เท่านั้น เพราะที่ นามีหลายแบบแต่ส่วนมากจะเป็นที่ดอน ยากที่จะให้ข้าวงามได้ จึงได้คิดหา วิธีแก้ไขปัญหาความยากจนนี่ลง
ส่วนหนึ่งของลิ้นจี่ที่ปลูกขึ้นจนได้ผลจำหน่ายทุกปี
หลังจากนั้นมา นายสงค์ก็เดินทางไปท่อง เที่ยวหาประสบการณ์ การประกอบอาชีพ จะมีแนวความ คิดเกี่ยวกับการเป็นอยู่ของเราบ้างจึงไป ที่ นครพนม เลย และกาฬสินธุ์เพื่อดูวิถีชีวิตของพวก เขาและทำอาชีพอะไรจึงสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เมื่อพบกับข้าราชการผู้หนึ่ง ได้ให้แนว ความคิดเกี่ยวกับความเป็นอยู่ว่า "ถ้าหาก เรามีแต่ซื้อเขากินเราก็ไม่อยู่รอด คนที่ทำมีน้อย คนที่กินมีมาก" หากเราจะทำการเกษตร ปลูกผักสวนครัว ไว้ ใช้ในครอบครัวคงดีโดยไม่ตอ้งไปหา ซื้อให้ยาก ยิ่งถ้ามีเครื่องสูบน้ำสักเครื่อง หนึ่ง ก็ยิ่งสบาย แถมปลูกผักไปขาย ทำราย ได้ให้ครอบครัวสบายได้ต่อมา จึงตัดสิน ใจซื้อเครื่องสูบน้ำเครื่องหนึ่งไหนๆก็ไม่มี งานทำแล้ว รายได้ช่วงนี้ก็ไม่มี ช่วง ทำนาก็ผ่านไป เราก็อยู่ว่างๆ หากจะ ทำก็คงจะดี จึงหาเงินซื้อเครื่องสูบ น้ำ แต่ช่วงนั้นเงินที่มีอยู่ก็ไม่มาก จึงได้ขายควายตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่พอ ก็ ได้นำเอากำไลแขนและสร้อยคอทองคำของ ภรรยาเงินที่ขายประมาณ 7000-8000 บาทแล้วจึง ตัดสินใจทำทั้งที่ยังไม่มีความรู้ ทางด้านการเพาะปลูกเลย แต่ก็ได้ศึกษาหา อ่านบนฉลากข้างกระป๋องมาทำขณะนั้นไฟฟ้า ยังไม่มีจะใช้ยังใช้แก๊สอยู่ ก็ เริ่มทำสวนตอนกลางคืน ส่วนกลางวันจะทำ การปลูกผักสวนครัวธรรมดารายได้จากการเพาะ ปลูกของปีแรกได้ประมาณ 20,000 บาท
หลังจากนั้นมา ปี .. 2523 ก็ ได้ศึกษาการเพาะปลูกมาเรื่อยๆ และได้ศึกษาภาย ในท้องถิ่นว่าเขาต้องการพืชชนิดใด แล้วจะ ได้นำมาปลูก
พอปี พ.ศ. 2524 ก็ทำรายได้จากการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นอีก
มาปี .. 2526 ก็เป็นช่วงที่ มีการปลูกมะเขือเทศกันมาก จึงคิดอยากจะ ปลูกเพราะเห็นว่าชาวบ้านหันมาปลูกมะเขือเทศ กันเป็นจำนวนมาก และอีกอย่างก็มีโรงงาน รับซื้อด้วย จึงตัดสินใจปลูกและได้เข้า ร่วมเป็นสมาชิก
มะเขือเทศที่โรงงานเต่างอย ได้ นำเมล็ดมาจากโรงงาน ตอนแรกไม่มีความ รู้เกี่ยวกับการปลูกมะเขือเทศเลยคิดว่าคง จะปลูกเหมือนแตงโม ผลปรากฎว่าที่ปลูก ไปนั้นตายหมด จึงไปดูว่าเพื่อนบ้านเขา ปลูกเป็นอย่างไร ปรากฎว่าของเขาไม่ตาย แล้วจึงได้ศึกษาวิธีการปลูกจากเพื่อนบ้าน หลัง จากนั้นมาก็ขอเบี้ยที่เขากล้าไว้นำ มาปลูก ได้เงินจากการปลูกมะเขือเทศ ประมาณ 1,300 บาท เพราะว่าช่วงที่ปลูกนั้นมีคนปลูกมาก ทางโรงงานมีปัญหาเกี่ยวกับมะเขือเทศส่งออก ไม่ทัน ราคาจึงตกต่ำและเน่าเสีย
คอกไก่ที่ปลูกสร้างกลางสระน้ำใช้มูลเลี้ยงปลา
หลังจากนั้นปีต่อมาจึงปลูกมะเขือเทศใหม่ เมื่อรู้วิธีการปลูกเรียบร้อยแล้ว ในช่วงที่ ปลูกได้มีงานหลวงประกาศว่า ให้เกษตรกรส่งมะเขือ เทศเข้าประกวด ทางเกษตรตำบลได้ไปแนะนำชาว บ้านที่ปลูกให้นำไปประกวดแต่ก็ไม่มี ใคร ทางเกษตรตำบลไม่รู้จำทำอย่างไรจึง ให้เงินกับนายสงค์ไปหาซื้อมะเขือเทศที่ เขาปลูกนำไปประกวดแต่นายสงค์ตัดสินใจ เอาของตัวเองไปประกวด ผลปรากฎว่าของ นายสงค์ได้รับรางวัลที่ 7 ในจำนวน 12 รางวัล จากนั้นก็มามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ส่วนทางราชการได้แนะนำให้ไปอบรม เกี่ยวกับการเกษตรทุกครั้งที่มีการอบรม
ต่อมาในปี ..2528 ก็ตัด สินใจเอาที่นาส่วนหนึ่งมาปลูกมะม่วง ซึ่ง ได้กิ่งตอนมาจากที่ไปอบรมจำนวน 30 กิ่ง เป็นมะม่วงมัน หลังจากนั้นมาจึงได้ขยาย เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ โดยวิธีการตอน
.. 2529 ก็ได้รับการแนะนำ จากเพื่อน ซึ่งเป็นทหารพรานอยู่ตามหมู่บ้านชาย แดนได้แนะนำให้ปลูกฝรั่ง เพราะว่าเขาได้ ไปเห็นชาวบ้านปลูกได้ดี และผลมันออก ตลอดปี จากนั้นนายสงค์ได้ไปหาซื้อกิ่ง พันธ์ที่บ้านโนนประดู่ จำนวน 100 กิ่ง เป็นเงิน 700 บาท และได้หากิ่งตอนจากเพื่อนบ้านในหมู่ บ้านเพิ่มขึ้นอีก
ปัจจุบันนี้ กิจการเริ่มขยายขึ้นเรื่อยๆ มีเกษตรตำบล คอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ โดยเฉพาะวิธีการ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองและเครื่องทุ่นแรงใน การเกษตรปัจจุบันมีรถไถ 1 คัน และได้วาง แผนงานการเพาะปลูกมากมาย
เช่น

ข้าวนาปี 7 ไร่ ถั่วเหลือง 3 ไร่ มะเขือเทศ 1 ไร่
กุหลาบ 1 งาน มะละกอ 1 งาน มะม่วง 2 ไร่
ลิ้นจี่ 26 ต้น ฝรั่ง 60 ต้น มะนาว 15 ต้น
มะพร้าว 16 ต้น โคเนื้อ 4 ตัว เป็ด 60 ตัว

รายได้ต่อปี

เป็ด 300 บาท วัว ( 2 ตัว ) 200,000 บาท
ฝรั่ง 2,000 บาท มะละกอ 3,000 บาท
ถั่วเหลือง 2,000 บาท มะเขือเทศ 6,000 -7,000 บาท
มะนาว 1,000 บาท ข้าว 6,000 -7,000 บาท
มะม่วง 2,000 บาท -

รายจ่ายต่อปี
ปีหนึ่ง ๆ จะต้องใช้จ่ายประมาณ 30,000 - 40,000 บาท ( การจ่ายส่วนมากเป็นพวกปุ๋ย )

ปุ๋ย (วิทยาศาสตร์) ยาปราบศัตรูพืช ค่าแรงงาน
น้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

เทคนิคหรือเคล็ดลับในการปลูก

1. มะละกอ การปลูกมะละกอให้ได้ผลมาก ตอน แรกทำให้มะละกอเป็นกะเทยเสียก่อน โดยการตัด รากแก้วออกให้เหลือประมาณ 2 ข้อมือ จะทำ ให้มะละกอมีผลมาก
2. มะม่วง ใช้สารเร่งบังคับช่วยให้ออกผลเสมอ
3. ฝรั่ง ถ้าปล่อยไว้แบบธรรมชาติ ผลเสีย มีมาก เราจะต้องเอาใจใส่อยู่เป็นประจำ การตอนกิ่งฝรั่งจะทำให้ได้ผลเร็ว
การดูแลรักษา
1. การใช้ยาปราบศัตรูพืช จะใช้เฉพาะ จำเป็นในบางโอกาสเท่านั้น เพราะทางราชการ เขาไม่แนะนำให้ใช้มากนัก เพราะมันอันตราย ต่อตนเองและผู้อื่นด้วยปัจจุบันปัญหาทางหลีก เลี่ยงโดยใช้หลอดไฟฟ้า ( เหล็กไลท์ )หรือ เรียกแบบชาวบ้านว่าหลอดไฟแมงดาล่อแมลงตอน กลางคืน
2. การใช้ปุ๋ย ปุ๋ยหมักเองโดยใช้มูล สัตว์ ปุ๋ยหมักจะใส่ขณะปลูก และช่วงเริ่มแตก กิ่งใบ ส่วนปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่ใช้ เพราะธาตุอาหาร ที่ได้จากปุ๋ยวิทยาศาสตร์มีพวกฟอสฟอรัสมากและ พืชต้องการมากด้วยในการเจริญเติบโต
ประโยชน์
ในด้านส่วนตัว นายสงค์ พลวงศา สามารถนำครอบ ครัวแก้ปัญหาการดำรงชีวิตด้านการเกษตรผ่านพ้น หนี้สินและความยากจนไปได้ระดับหนึ่งด้วย การใช้ความรู้นำเทคโนโลยีสมัย ใหม่มาใช้ ในการเกษตร ขณะเดียวกันยังบำเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ ต่อสังคมด้วยการเป็นวิทยากรให้คำแนะนำ สาธิต ต่อหน่วยงานและครอบครัวเกษตรกรโรงเรียนต่างๆ เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานทั้งภาครัฐบาล และเอกชนในเขตจังหวัดสกลนคร

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ