รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดสกลนคร รูปดวงตราประจำจังหวัด

ของดีท้องถิ่น
ด้านหัตถกรรม

การสานเข่งใส่ผลไม้

การสานเข่งใส่ผลไม้

แหล่งที่พบ
1.บ้านกุดจิก ต.ม่วงลาย อ.เมืองสกลนคร
2.บ้านเหล่าละโมง ต.ดงชน อ.เมืองสกลนคร
3.บ้านกุดแข้ ต.ดงชน อ.เมืองสกลนคร
วัสดุที่ใช้
ไม้ไผ่นำมาจักเป็นตอกเพื่อใช้สานเป็นเข่ง
วิธีการทำ
ขั้นแรก
การเหลาตอกหรือจักตอก มักเป็นภาระของผู้ชาย
เป็นการเลือกไม้ก่อน ไม้ที่ทำจะใช้ไม้ ไผ่บ้าน เพราะมีขนาดใหญ่จักเป็นตอกได้ง่าย อายุไม้ไม่ควรต่ำกว่าหนึ่งปี ยิ่งแก่เท่า ใดยิ่งดี เพราะไม้ที่อ่อนจะทำให้เข่ง ไม่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน โดยจะ ตัดเอาส่วนต้น การจักเป็นตอกจะลำบากถ้า เอาส่วนปลายเส้นต้องไม่สม่ำเสมอและไม้มักจะ ปลายด้วน เพราะจักแล้วเส้นตอกมักจะขาดและ ไม่มีแมลงเจาะเพราะไม้ที่มีแมลงเจาะแล้ว เมื่อจักเป็นตอกจะได้เส้นตอกน้อย
ขั้นที่สอง
นำไม้มาตัดเป็นท่อน ประมาณ 2-3 วาแล้วผ่าซีกออกเป็นชิ้นเล็ก เรียกว่า "จักตอก" โดยการผ่าจากลำต้นไป ทางปลายไม้ให้ได้ขนาดความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร หนาประมาณ 1 มิลลิเมตร ใช้เป็นส่วนที่ใช้สานเรียก ว่า "ตอกสาน" และแยกทำเป็นชิ้นเล็ก หนาประมาณ 1 มิลลิเมตรกว้าง 2 มิลลิเมตร เพื่อใช้สาน ตรงขอบปากเข่งเพิ่มความแข็งแรงอีก 5- 11เส้นเรียก ตอกไพ ตัดไม้ให้ได้ตามความ ยาวอีก 3-4 ศอก แล้วผ่าจักเป็นตอก หนา 1.5 กว้าง 1 เซนติเมตร ใช้เป็นโครงสร้าง ของเข่งเรียกว่า ตอกทางชั่ง
ภรรยาและบุตร สามารถสานเข่งได้ไม่ยาก ขั้นที่สาม
เริ่มสานโดยใช้ตอกทางชั่ง สานลายขัดจน ได้ขนาดเท่ากับเข่งแม่แบบ แล้วนำไปวาง ไว้ที่ก้นเข่งแม่แบบ แล้วตักตอกให้งอ ไปตามเข่งแม่แบบแล้วใช้ตอกสานโดยสาน ขัดไปเรื่อย จนเหลือขอบแข่งประมาณ 2 นิ้ว เปลี่ยนมามาใช้ตอกไฟ สานแทนจนถึงขอบ เข่งแล้วหักพับตอกชั่งสอดสานย้อนกลับมา ทางกันเข่งแล้วใช้ตอกสอดทำเป็นหูหิ้ว ทั้งสองข้างจะได้เข่ง 1 ใบเทคนิคการทำ เข่ง
จะต้องเลือกไม้ที่ไม่อ่อนจนเกินไป อาจ ใช้ส่วนผิวของไม้ เรียกว่า ติวไม้สานทั้ง หมดเพื่อความแข็งแรง หรือสานเป็นบางส่วนสลับ กันเพื่อลวดลายให้สวยงามน่าใช้ก็ได้
การตลาด
ตามปกติแล้วไม่ค่อยมีปัญหาเนื่องจากความต้องการ ใช้เข่งยังมีมากส่วนมากจะมีพ่อค้า จากต่างจังหวัดมารับซื้อถึงในหมู่บ้านแล้ว นำออกขายในเมืองบ้าง บางครั้งก็มีหน่วย งานของรัฐจัดหาตลาดให้ และเคยถ่ายโทร ทัศน์ออกรายการสารคดีเพื่อเป็นการโฆษณาว่า หมู่บ้านแห่งนี้มีการผลิตแข่งขายง่ายต่อ การมารับซื้อของผู้ต้องการใช้เข่ง มีการ รวมกลุ่มกันทำเพื่อให้เป็นที่รู้จักตลาด สมมุติถ้าราคาเข่งต่ำก็ลดการผลิตลงโดย การทำอาชีพหลักถ้าราคาดีก็ลดอาชีพหลัก ลงเพื่อการทำเข่งให้มาก หรือกักตุนไว้ ขายในเวลาที่ราคาดี เนื่องจากเข่งสามารถเก็บ ได้นานไม่มีการเน่าเสีย
เข่งที่ผลิตแล้วเตรียมจำหน่ายให้พ่อค้า
ปัจจุบันราคาเข่งใส่ผลไม้ขายส่งใบละ 13 -14 บาท แต่ถ้าเป็นเข่งชนิดทำด้วยตอก ยังไม้ไผ่ (ติวไผ่) จะมีราคาสูง ใบละ 17 บาท ทั้งนี้เพราะใช้ทนกว่าชนิด ไม้ไผ่ธรรมดา วันหนึ่ง จะสานช่วงกลางวัน ได้ประมาณ 10 ใบ (ทั้งนี้ต้องมีผู้เหลา ตอกไว้แล้ว)
ราคาต้นทุนที่สำคัญ ไม้ไผ่ ซึ่งต้องไปซื้อ ในที่ห่างไกลประมาณ 10-15 . . ราคาลำละ 30 บาท เมื่อนำมาจักเป็น ตอกจะได้ประมาณลำละ6-7 ใบ ฉะนั้น เข่งแต่ละใบจะมีต้นทุน 5 บาท กำไร 9 บาท วันหนึ่ง แต่ละคนสามารถทำราย ได้ 90-100 บาท นับว่าเป็นรายได้เสริม ที่น่าสนใจกว่าการออกไปขายแรงงาน ซึ่งเป็นงานขุนดิน แบกหาม เป็นงานหนักกว่า การสานเข่งใส่ผลไม้
อาชีพสานเข่งในหมู่บ้านดังกล่าวเป็นที่น่า สนใจเพราะสามารถช่วยกันทำได้ทุกคนใน ครัวเรือน ในฤดูทำนาเมื่อมีเวลาว่างจะ ทำเข่งขายแม่ค้าผลไม้ ส่วนในฤดูแล้ง ช่วงมะเขือเทศออกผลจะมีพ่อค้ามาเร่ง ซื้อบางคนนำเงินมาวางมัดจำไว้ก่อน รับสินค้า ซึ่งเป็นหัตถกรรมในครัวเรือนที่น่า ส่งเสริม
การประยุกต์ใช้
เข่งผลไม้ดังกล่าวผลิตกันมาในช่วงประมาณ 15 ปี เมื่อมีการตั้งโรงงานแปรรูปมะเขือ เทศกระป๋อง ซึ่งเป็นโรงงานหลวงในอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เนื่องจากในปัจจุบันเข่งไม้ไผ่ไม่พอ จำหน่ายจึงมีพ่อค้านำแผ่นพลาสติกเส้นเล็ก คล้ายตอกนำมาจ้างชาวบ้านสานเป็นเข่ง ขณะ เดียวกันก็มีลังพลาสติกถูกส่งเข้ามาจำหน่าย ให้พ่อค้ารับซื้อมะเขือเทศ ภาชนะร่นใหม่สามารถ บรรทุกรถยนต์ได้ปริมาณมากทั้งนี้เพราะมีขนาด พอดี สามารถตั้งซ้อนกันได้หลายชั้นโดยไม่ มีปัญหาการล้มคว่ำทำให้ผลไม้เสียหาย ทั้งสะดวกในการชั่งน้ำหนักเมื่อถึงโรงงาน
หัตถกรรมการสานเข่งด้วยไม้ไผ่นับวันจะมี ปัญหาจากคู่แข่งมากขึ้น หากผลิตภัณฑ์เข่งพลาสติก ราคาถูก ตอกพลาสติกราคาถูก เข่งไม้ไผ่อาจสูญ ไปตามลำดับ

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ