รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร รูปดวงตราประจำจังหวัด
สถานที่สำคัญทางศาสนา
วัดมังกรกมลาวาส

"วัดเล่งเน่ยยี่" หรือ "วัดมังกรกมลาวาส" ตั้งอยู่บริเวณถนนเจริญกรุง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลือกชัยภูมิที่ตั้งวัด และโปรดฯ ให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (เล่าเกี้ยงเฮง) ชักนำพุทธศาสนิกชนชาวจีนสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2414 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 8 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ ให้ชื่อว่า "วัดเล่งเน่ยยี่" นับเป็นสังฆารามตามลัทธิและศิลปะมหายานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในยุคนั้น และโปรดฯให้นิมนต์พระอาจารย์สกเห็ง แห่งวัดบำเพ็ญจีนพรต (กวนอิมเก็ง หรือศาจเจ้ากวนอิม ) มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดนี้ ภายหลังได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า วัด "วัดมังกรกมลาวาส " และพระราชทานสมศักดิ์ แก่พระอาจารย์สกเห็ง เป็น "พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร" เจ้าคณะใหญ่ฝ่ายจีนนิกายรูปแรกแห่งประเทศไทย
พุทธศาสนิกชนชาวจีน ถือว่า พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร (สกเห็ง) เป็นปฐมบูรพาจารย์แห่งวัดมังกรกมลาวาส และแห่งคณะสงฆ์จีนนิกายในประเทศไทย
การพัฒนาวัดในยุคต่อมา สมัยพระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร(กวยหงอ) เจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ผู้ทรงคุณทางวิปัสสนาธุระ เป็นศิษย์และผู้ร่วมก่อสร้างวัดมังกรกมลาวาสกับพระอาจารย์สกเห็งได้ก่อสร้างวิหาร เพิ่มขึ้นอีกหลังหนึ่งภายในบริเวณวัดด้านซ้าย
จนกระทั่งเมื่อพระอาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร(โพธิ์แจ้ง) ย้ายมาครองวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2497 จึงได้เริ่มดำเนินการพัฒนา วัดอย่างจริงจัง นับว่าได้สร้างความเจริญให้แก่วัดอย่างมากมาย กล่าวคือบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะถาวรวัตถุที่สร้างมาช้านาน เพื่อให้คืนสภาพดีดังเดิม และปรับปรุงโดยใช้โมเสสทั้งหมดติดผนังทั้งภายในและภายนอกอาคาร ส่วนพื้นก็เทปูนขัดพื้นหินอ่อน ทั้งสิ้นจึงทำให้เกิดความคงทนและสวยงามสะอาดตามาจนทุกวันนี้
ภายหลังที่ท่านย้ายไปครองวัดโพธิ์แมนคุณาราม ท่านก็มิได้ทอดทิ้งธุระกิจการของวัดมังกรกมลาวาส ท่านพิจารณา เห็นว่าสภาพหน้าวัดซึ่งมีอาคารเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมและคับแคบ จึงตั้งปณิธานว่า จะรื้ออาคารเก่าออกแล้วสร้างเป็นตึก 9 ชั้น เพื่อความสง่างามของวัด และ เพื่อเป็นกิตยานุสรณ์เฉลิมฉลองพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ท่านจึง ประชุมคณะกรรมการสงฆ์จีนนิกาย ชี้แจงวัตถุประสงค์ให้ทราบก็ได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ในการสร้างอาคารดังกล่าว เพื่อเป็นหลักของวัดมังกรกมลาวาสและคณะสงฆ์จีนนิกายสืบไป โดยให้ชื่อว่า "ตึกพิพิธภัณฑ์วัตถุธรรม" โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด เมื่อปีพุทธศักราช 2521

วัดมังกรกมลาวาส

สำหรับอาคารภายในวัด แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนหน้า มีลักษณะ เป็นวิหารต้น ซึ่งประดิษฐานเทพเจ้า 4 ทิศ(ท้าวจตุโลกบาล) ประกอบด้วย
-ท้าวธตรฐมหาราช ปกครองบูรพาทิศ เป็นเจ้าแห่ง คนธรรพ์
- ท้าววิรุฬหกมหาราช ปกครองทักษิณทิศ เป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์
- ท้าววิรุฬปักข์มหาราช ปกครองทิศปัจฉิม เป็นเจ้าแห่งนาค
- ท้าวกุเวรมหาราช (เวสุวัน) ปกครองทิศอุดร เป็นเจ้าแห่งยักษ์
ท้าวจตุโลกบาลนี้ สร้างขึ้นเป็นรูปขนาดใหญ่ เรียงไว้ในวิหารต้นของวัด ข้างละสองตนตามลัทธิธรรมเนียม ซึ่งกล่าวกันว่า พระพุทธเจ้าทรงมอบพระธรรมไว้แก่ ท้าวมหาราชาทั้งสี่รักษาชาวจีนจึงสร้างท้าวจตุโลกบาลขึ้นเรียกว่า ฮูฮวบ (ธรรมบาล) แปลว่าผู้คุ้มครอง รักษาพระศาสนาและ นอกจากนี้ ยังพิทักษ์รักษาประเทศชาติ และ พุทธบริษัทอีกด้วย

วัดมังกรกมลาวาส

ตอนกลาง เป็นพระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธาน 3 องค์ คือ
- พระไภษัชยคุรุพระพุทธเจ้า หรือ "เอี๊ยะซือฮุก" หมายถึง พระพุทธเจ้าผู้ เป็น ครูและยารักษาโรคช่วยให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
- พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า หรือ พระโคดมพุทธเจ้า ผู้ทรงตรัสรู้ความจริงอัน ประเสริฐ คือ อริยสัจทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้ละเว้นความชั่วกระทำแต่ ความดี และชำระจิตใจให้ผ่องใส
- พระอมิตพุทธเจ้า ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำวิญญาณของผู้บูชาไปเกิด ณ แดนสุขาวดี อันเป็นพุทธเกษตรของพระองค์ ที่ซึ่งจะมีแต่ความสุข ปราศจากทุกข์
นอกจากนี้โดยรอบยังประดิษฐานรูปปั้นปรมาจารย์และเทพเจ้าอีกหลายองค์ อาทิ ปรมาจารย์ตักม้อ บัณฑิตขงจื้อ เทพจี้มุ๋ย เทพบุงเชียง เทพตั้วเล่าเอี๋ย เทพเจ้าน่ำซิ้งปักเต้าเก็ง รวมทั้ง พระอรหันต์ 18 องค์ด้วย


วัดมังกรกมลาวาส

ด้านหลัง ประกอบด้วย วิหารบูรพาจารย์ วิหารพระอวโลกิเตศวร(กวนอิมโพธิสัตว์) และวิหารเทพเจ้า เช่น เทพเจ้ากวนอู พระเพลิง เทพโชคลาภ เทพเจ้าเซียนซือกง (หมดฮั่วท้อเซืยนซือ) เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาชีวิต (ไท้ส่วยเอี้ย)
นอกจากนี้ภายในบริเวณวัด ยังประกอบด้วย กุฏิสงฆ์ อาคันตุกาศรม และ หอฉัน
ปัจจุบัน วัดมังกรกมลาวาส นับเป็นศูนย์กลางเผยแผ่พุทธศาสนาฝ่ายมหายานของคณะสงฆ์จีนนิกายในประเทศไทย ประกอบด้วยคณะสงฆ์สามเณรจำนวน 97 รูป โดยมีพระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ ไพศาลสมกิจ (พระอาจารย์เย็นเชี้ยว) รองเจ้าคณะใหญ่สงฆ์จีนนิกาย ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งโดยปกติจะมีพุทธศาสนิกชน มาบำเพ็ญกุศลถวายพุทธบูชา ทำบุญเลี้ยงพระเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ทางวัดยังจัดงานในวาระสำคัญอาทิ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลกินเจ สารทจีน วันไหว้บรรพบุรุษ และ งานทอดกฐิน ซึ่งในบางปีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชทานผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง จึงอาจกล่าวได้ว่า วัดมังกรกมลาวาส(วัดเล่งเน่ยยี่) เป็นสัญลักษณ์ ความเจริญรุ่งเรืองของคณะสงฆ์จีนนิกาย ฝ่ายมหายานมาตราบเท่าทุกวันนี้

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนี ข้อเสนอแนะ