รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ รูปดวงตราประจำจังหวัด

แมลง

แมงมัน

แมงมัน

ลักษณะ

แมงมันเป็นสัตว์ที่มีลักษณะแตกต่างกันอยู่ ๓ ลักษณะ ถ้าเป็นแม่แมงมันจะมีลักษณะคล้ายมดคันตัวเล็กๆ สีแดงออกส้ม กัดเจ็บและคันมาก ลักษณะที่สอง คือ ไข่ มีลักษณะคล้ายไข่มดแดง มีสีนวล เรียกไข่แมงมัน อยู่ในดินลึกประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ลักษณะที่สามลูกแมงมันจัดอยู่ในประเภทแมงชนิดหนึ่งมีปีกคล้ายกับลูกมดแดงแต่ตัวใหญ่กว่า ส่วนท้ายจะป่องมากมีสีน้ำตาลไหม้ บินได้ ชนิดที่เป็นแมลงนี้เรียก "ลูกแมงมัน" ซึ่งมีทั้งตัวผู้และตัวเมียสำหรับตัวผู้ตัวจะเล็กกว่าตัวเมียและสีออกเหลือง ลูกแมงมัน จะบินไปผสมพันธุ์ใหม่และสร้างที่อยู่ใหม่
ถิ่นที่อยู่
แมงมันชอบอาศัยอยู่ตามที่ดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ๆ คล้ายปลวก แต่ไม่ก่อ ดินหรือพูนดินขึ้นเป็นจอมปลวก ในรอบหนึ่งปีแมงมันจะออกจากรูเฉพาะเดือนพฤษภาคม คือฤดูฝน เพราะน้ำฝนที่ซึมลงดินทำให้ แมงมันอยู่ไม่ได้จะออกจากรูขึ้นมาอยู่บนผิวดิน แมงมันจะไม่ย้ายรังถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน ก่อนที่ลูกแมงมันจะออกมาแม่จะออกมา ก่อนเพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น เพราะลูกแมงมันตัวโตกว่า แม่แมงมันจะใช้เวลาขยายรูประมาณ ๓ ชั่วโมง ลูกแมงมันถึงจะต้องออกมา
ความสัมพันธ์กับชุมชน
แมงมันเป็นอาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคเหนือ เป็นอาหารประเภทหายาก เพราะไม่สามารถ เลี้ยงหรือเพาะพันธุ์ได้ ชาวบ้านนิยมรับประทานแมงมันทั้งไข่และลูก วิธีการ ก็คือถ้าเป็นไข่จะขุดเอาไข่แมงมันกันในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนมากชาวบ้านจะไปหาขุดตามป่าละเมาะหรือที่ไกลบ้าน ไม่นิยมขุดไข่แมงมันในบ้านของตนเอง เพราะธรรมชาติของแมงมัน ถ้าไปรบกวนหรือขุดเอาไข่มารับประทาน แม่แมงมันจะหนีไปอยู่ที่อื่นชาวบ้านจะต้องใช้ความจำว่า แมงมันเคยออกจากรูตรงไหน พอถึงเดือนพฤษภาคมทุกปีจะต้องไปดูและเก็บลูกแมงมันเฉพาะตัวเมียมาทำอาหารรับประทาน ส่วนตัวผู้ไม่นิยม รับประทาน เพราะว่าจะออกรสขม ความมันมีน้อยกว่าตัวเมีย แมงมันจะเปลี่ยนสภาพจากตัวเมียเป็นตัวผู้ในช่วง ๕ - ๖ ปี
ไข่แมงมันรวมกันเป็นกระจุก ชาวบ้านจะใช้ช้อนตักไข่แมงมันใส่ภาชนะ ซึ่งจะได้ทั้งดินและรากไม้ปะปนมาด้วย หลัง จากนั้นก็นำไข่แมงมันใส่ในถังน้ำ เพื่อช้อนเอาไข่แมงมันที่ลอยน้ำขึ้นมา ไข่แมงมันสามารประกอบอาหารได้หลายชนิด เช่น เจียว ใส่ไข่ ต้มใส่ผักกาด หรือผักขม ใส่น้ำขลุกขลิก ใส่กะปิ หอมแดง รับประทานกับพริกแห้ง ปิ้งไฟตำกับเกลือทางเหนือเรียกน้ำพริกดำ นอกจากนี้ไข่แมงมันยังสามารถเก็บไว้รับประทานนานๆ ได้ โดยการดองไข่แมงมัน
วิธีการก็คือ ต้มน้ำให้สุกหรือน้ำแช่ข้าวเหนียว (น้ำข้าวมวก) เกลือ ดองในภาชนะที่มีฝาปิด หรือถ้าต้องการรับประทาน เร็วขึ้นก็นำภาชนะที่ดองแมงมันไปตากแดด วิธีรับประทานโดยการนำไข่แมงมันดองมาโรยด้วยพริกแห้งปิ้ง โขลกหยาบๆ โรยหน้า พร้อมกับต้นหอมผักชีรับประทานกับสะเดาที่ลวกแล้ว นับเป็นอาหารพิเศษที่หารับประทานได้ไม่ง่ายนักของชาวบ้านในภาคเหนือ เรียก "แมลงมันจ่อม" (แมงมันจ่อม)
สำหรับลูกแมงมัน ชาวบ้านจะเตรียมอุปกรณ์ คือ ขวดน้ำเปล่า ขี้เถ้า โคมน้ำมันก๊าซไปนั่งเฝ้าปากรูแมงมัน ใช้ขี้เถ้าโรยรอบตัว คนนั่งเป็นวงกลมป้องกันไม่ให้แม่แมงมันกัด ลูกแมงมันจะออกจากรูมากที่สุด คือ ช่วง ๕ - ๖ โมงเย็นไปจนถึงสองทุ่ม ในบริเวณใกล้ๆ อาจมีรูแมงมันมากกว่าสองรู บางปีลูกแมงมันกว่าจะหมดรังต้องใช้เวลาสองวัน
ธรรมชาติของแมงมันเหมือนกับแมงเม่า แต่แมงมันจะมีกากมากกว่า นอกจากไข่แล้วตัวลูกแมงมันที่มีปีก ชาวบ้านนิยม นำมาคั่วใส่เกลือนิดหน่อยไม่ใช้น้ำมัน ถ้าใช้น้ำมันปีกแมงมันจะเหนียวไม่หลุดออกจากตัว ชาวบ้านเรียก "แมงมันคั่ว" แมงมันคั่ว เด็ดปีกออกโขลกกับน้ำพริกแทนปลาเรียก "น้ำพริกแมงมัน"
ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
แมงมัน เป็นอาหารตามฤดูกาลที่หาได้ไม่ง่ายนักจึงเป็นที่ต้องการของชุมชน ที่นิยมรับประทานทั้งไข่ และลูกแมงมัน เฉพาะตัวเมีย ดังนั้นแมงมันจึงมีราคาดีพอสมควรเพราะนอกจากจะมีน้อยแล้วปีหนึ่งๆ จะมีให้รับประทานเพียงครั้งเดียว ไข่แมงมันที่ เรียกว่า "แมงมันจ่อม" ขายเป็นช้อน (คาว) ๆละ ๕ บาท ลูกแมงมันที่คั่วแล้วใช้ถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆ เป็นถ้วยตวงถ้วยละ ๑๐ บาท ถ้าเป็น ขีดๆละ ๒๐ บาท ส่วนแมงมันตัวผู้จะใช้เป็นเหยื่อตกเบ็ดปลาช่อนปลาสลิด
แม่แมงมันถ้าหากกัดแล้วจะมีความรู้สึกคันมาก ผิวหนังจะเกิดผื่นแดงๆ ชาวบ้านมีวิธีหนังค่อยๆ หายไป

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ