รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ รูปดวงตราประจำจังหวัด

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ช้าง

ช้าง

ช้าง เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล ในสมัยก่อนช้างเป็นสัตว์สำคัญในการรบ ช้างศึกจึงเป็นของสำคัญของบ้านเมือง พระมหากษัตริย์จะต้องมีช้างคู่บารมีเป็นช้างเผือกที่มีลักษณะถูกต้องตามตำราคชลักษณ์ และกษัตริย์ของเมืองใดมีช้างเผือกคู่บารมี มากก็แสดงถึงบุญญาธิการของกษัตริย์พระองค์นั้นด้วย ช้างยังได้ถูกนำมาเป็นตราประจำธงชาติไทยเมื่อใช้ชื่อว่า "สยาม" อีกด้วย แต่เมื่อเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นประเทศไทย และมีธงไตรรงค์เป็นธงประจำชาติแล้ว ช้างก็ยังคงได้รับเกียรติให้เป็นสัญลักษณ์ ประจำเมืองเชียงใหม่จนทุกวันนี้
ช้าง เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการทำงานป่าไม้เพราะช้างสามารถลากซุงในพื้นที่ป่าซึ่งรก ไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นในการใช้ช้างชักลากซุงในป่าลึกก็ไม่จำเป็นต้องสร้างถนน ซึ่งเป็นการทำลายป่าไม้และสิ่งแวดล้อมให้เสียไป
ปัจจุบันช้างมีมากทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และทางภาคอีสานแถบจังหวัดสุรินทร์เท่านั้น โดยเฉพาะใน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนานั้น ในสมัยโบราณน่าจะมีช้างไม่น้อยไปกว่าอาณาจักร "ล้านช้าง" ในประเทศลาว อย่างแน่นอนประมาณกันว่าอาจมีช้างเป็นแสนๆ ตัวในดินแดนแบนี้ แต่ปัจจุบันช้างซึ่งหากินอยู่อย่างอิสระในประเทศไทยมี เพียง ๒,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ ตัว และมีช้างซึ่งฝึกเพื่อใช้ในงานประมาณ ๑,๐๐๐ เชือก ในประเทศไทยตอนเหนือ ซึ่งมีอยู่ในเชียงใหม่ ประมาณ ๔๘๘ เชือก อีกประมาณ ๔๐๐ กว่าเชือกอยู่ในจังหวัดตากและลำปาง
ช้าง ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเชียงใหม่ เป็นช้างสกุลเอเซียที่เรียกว่า Elephans maixmus ซึ่งมีความแตกต่างจากช้าง สกุลแอฟริกา (Loxodonta africana) หลายประการ (ช้างทั้ง ๒ สกุลนี้เป็น ๒ สกุลสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่) ความแตกต่างดังกล่าวได้แก่ ช้างเอเซียมีหัวใหญ่กว่าแต่หูเล็กกว่าช้างแอฟริกา ช้างเอเซียมีหลังโค้งนูนขึ้นมาคล้ายหลังกุ้ง แต่ช้างแอฟริกามีหลังแอ่นลงและมีงายาว ทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ช้างเอเซียช้างตัวผู้ (ช้างพัง) เท่านั้นที่จะมีงายาว
ในด้านนิสัยนั้น ช้างแอฟริกาชอบหากินตามทุ่งกว้างและหากินทั้งกลางวันกลางคืนง่วงที่ไหนหลับที่นั่นไม่เลือกเวลา ช้างแอฟริกาเลี้ยงให้เชื่องยากกว่าจึงนำมาฝึกให้ทำงานได้ไม่ดีเท่ากับช้างเอเซีย
ช้างเอเซียชอบกินใบไม้ ใบหญ้า เปลือกไม้ ลูกไม้ หน่อไม้ และดินโป่ง ซึ่งเป็นเกลือธรรมชาติอยู่ในดินละเอียด บางวันช้างอาจ จะกินดินโป่งหลายแห่ง เพราะดินโป่งแต่ละแห่งจะมีส่วนผสมของเกลือแตกต่างกันไป ช้างชอบปลักโคลนและชอบอาบฝุ่น โดยพ่นฝุ่นขึ้นมาบนหัวและตัวเพื่อป้องกันและขับไล่แมลงที่มารบกวน แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบอาบน้ำ ชอบเล่นน้ำ พ่นน้ำเล่นด้วยงวง
ตรงกันข้ามกับรูปร่างอันใหญ่โต และกำลังอันมหาศาล ช้างกลับเป็นสัตว์ขี้อายและซ่อนเร้น มักแอบซ่อนตัวอยู่ในป่า รกและเงียบสงัดในเวลากลางวันและเริ่มออกหากินเวลาใกล้พลบค่ำ เพราะช้างถูกตามล่ามาก โดยปกติยากที่จะได้เห็นตัวช้างป่าในป่า แม้กระทั่งบริเวณที่มันมารวมกันอยู่เป็นโขลง เวลาช้างนอนมักจะยืนหลับอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเวลาช้างหลับอาจจะนอนตะแคง ข้างหลับ หัววางตะแคงบนดิน ขาทั้งสี่เหยียดยาวไปกับดินและหากนอนท่านี้ ช้างมักจะกรนดัง
ชื่อช้างไทยในสกุลเอเซีย (Asiatic Alephant) ที่พบในประเทศไทย ได้แก่
ช้างพลาย : เป็นช้างตัวผู้มีงายาวยื่นออกมานอกปาก
ช้างสีดอ : เป็นช้างตัวผู้ที่มีงาเล็กๆ ไม่โผล่ออกมานอกปากเรียกว่า "ขนาย"
ช้างพัง : เป็นชื่อเรียกช้างตัวเมียทุกตัว ช้างพังมีแต่ขนาดซึ่งไม่โผล่ออกมาจากปาก
ลักษณะของงานนั้น ถ้าเป็นงายาวเรียกว่า "งาเครือ" แต่ถ้างาอวบใหญ่จะเรียก "งาปลี"
ช้างตกมัน คือ การที่ต่อมน้ำมัน (Temperal glands) ซึ่งอยู่ตรงบริเวณขมับตรงกึ่งกลางระหว่างตากับรูหูข้างละ ๑ รู จะมีอาการบวมโตและมีน้ำมันไหลเยิ้มออกมาซึ่งจะพบได้ทั้งช้างพลายและช้างพัง แสดงให้เห็นถึงอาการต้องการผสมพันธุ์ เมื่อช้าง ตกมันจะมีอาการดุร้ายผิดปกติจะทำร้ายแม้กระทั่งช้างที่อยู่ในฝูงเดียวกัน และแม้กระทั่งควานช้างประจำของตัวเอง ซึ่งอาจถูกทำ ร้ายจนเสียชีวิตได้ อาการตกมันของช้างจะพบได้ทุกเวลาแต่ปกติจะพบมากในฤดูร้อน
ช้างจะผสมพันธุ์ได้เมื่อช้างตัวเมียเป็นสัดเท่านั้น ส่วนช้างตัวผู้นั้นผสมได้ตลอดเวลาช้างจะตั้งท้องนานราว ๒๐ - ๒๒ เดือน ปกติจะตกลูกครั้งละ ๑ ตัว นานๆ ครั้งจะตกลูก ๒ ตัว ลูกช้างที่ออกมาใหม่ๆ จะมีน้ำหนักราว ๒๐๐ ปอนด์ ช่วงเวลา การเติบโตของช้างมีดังนี้
๑ - ๒ ปี จะอยู่กับแม่ช้าง กินนมแม่
๕ - ๑๐ ปี เริ่มฝึกหัดทำงาน
๑๖ - ๕๐ ปี เติบโตเต็มที่
๕๑ - ๖๐ ปี เริ่มทำงานช้าลง
๖๐ ปีไปแล้ว ช้างจะถูกปลดระวางให้พักผ่อนไม่ต้องทำงาน
ช้างจะทำงานประมาณ ๙ เดือน ในช่วงมิถุนายน - กุมภาพันธ์ และจะทำเฉพาะเวลาช่วงเช้า คือ ตั้งแต่ ๖.๐๐-๑๒.๐๐ น. ส่วนช่วงบ่ายจะให้พักผ่อน
ปัจจุบันจำนวนช้างในประเทศไทยมีน้อยลงอย่างน่าใจหายถึงแม้ว่าจะได้มีประกาศให้ช้างเป็นสัตว์คุ้มครองตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองสัตว์ป่าแล้วก็ตาม ซึ่งน่าจะมีสาเหตุสำคัญมาจากพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้างได้ถูกทำลายลงอย่างมากและรวดเร็ว สาเหตุรองอีกประการหนึ่งคือ การลักลอบล่าช้างเพื่อเอางาและหนัง นอกจากนี้ยังมีการลักลอบส่งลูกช้างเป็นสินค้าออกนอกประเทศอีกด้วย
การอนุรักษ์ช้างไทยในปัจจุบัน นอกจากมีศูนย์ฝึกลูกช้างเพื่อฝึกหัดดูแลลูกช้างที่จังหวัดลำปางแล้ว ยังมีหน่วยอนุรักษ์พันธุ์ช้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมีกลุ่มอนุรักษ์ช้างที่ใช้ชื่อว่ามูลนิธิเพื่อนช้าง ขึ้นเพื่อคุ้มครองดูและและปกป้องช้าง ช่วยเหลือรักษาช้างที่ป่วย ช่วยเหลือไม่ให้ช้างถูกกระทำทารุณกรรม เพื่อให้ช้างมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข และให้มีช้างเหลืออยู่คู่ประเทศไทยสืบไป

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ