รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รูปดวงตราประจำจังหวัด
แหล่งธรรมชาติ
ลานเท
ลานเท

บริเวณที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาบรรจบกับแม่น้ำน้อยตรงที่เรียกว่าสามแยก บางไทร ตำบลราชคราม อำเภอบางไทร ไปจนถึงอำเภอโพธิ์แตง อำเภอบางไทร เป็นช่วงที่กว้างที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าลานเท
ในสมัยก่อนที่จะมีการพัฒนาการคมนาคมทางบกในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้น ลานเทเป็นชุมทางสำคัญของการคมนาคมจากกรุงเทพ ผ่านลานเทไปยังเมืองอ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี การเดินทางผ่านลานเท ในช่วงฤดูฝนในสมัยนั้นมีอันตรายมากเพราะเป็นบริเวณ โล่งเตียน ไม่มีกำบังลม ประกอบกับพื้นน้ำกว้างใหญ่ เมื่อลมพัดมาจึงมีความแรงเป็นทวีคูณ เรือโดยสาร เรือสินค้า เมื่อมาถึงลานเท ถ้ามีฝนตกหรือลมแรงจะต้องรีบจอดเรือทันที เคยมีเรือโดยสารและเรือสินค้าล่มที่ลานเทหลายต่อหลายครั้ง มีคนจมน้ำตายไปมาก ในปัจจุบันการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ - นครสวรรค์ และระหว่างกรุงเทพฯ - อยุธยา (อ. ท่าเรือ) ยังคงมีอยู่ มีเรือลำเลียงบรรทุกสินค้าขนาด ๑๐๐ - ๓๐๐ ตัน เดินผ่านตลอดปี
สภาพเศรษฐกิจของประชาชนย่านลานเทเดิมค่อนข้างยากจน เพราะมีอาชีพทำนาหว่านเป็นหลัก ซึ่งไม่ค่อยได้ผลเพราะ น้ำท่วมเป็นประจำ การคมนาคมก็ใช้ทางเรือเพียงอย่างเดียวไม่มีถนนผ่าน จนต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษขึ้นตรงบริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงลานเท ในเขตตำบลราชคราม ช้างใหญ่ และโพธิ์แตง ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นมีถนนของกรมทางหลวงแผ่นดินผ่านลานเททั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก เปิดเส้นทางคมนาคมทางบก สู่กรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ มีโรงงานอุตสาหกรรมเช่นโรงค้าไม้ และโซโลสำหรับเก็บสินค้า ลานเทปัจจุบันจึงเป็นลานเทยุคใหม่ เต็มไปด้วยกิจการอุตสหกรรมและศูนย์ฝึกอาชีพ ประชาชนเปลี่ยนอาชีพจากทำนา มาเป็นผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมและ การฝีมือ มีการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน สภาพเศรษฐกิจของชาวลานเทเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่และ ฐานะของประชาชนดีขึ้นกว่าเดิม

Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาตีสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ