พระราชดำริ
พระราชดำริ
ความเป็นมา
พระราชดำรัส
(๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๒)
พระราชดำรัส
(๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๖)
พระราชดำรัส

พระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๒
พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเด็ก เพื่อให้ทราบพระราชประสงค์ดั้งเดิม และสำหรับใช้เป็นแนวทางในการจัดทำสารานุกรม (คัดมาเฉพาะตอนและข้อความสำคัญเรียงเป็นข้อๆ)


๑. รู้สึกว่าจุดประสงค์ของการทำสารานุกรมนี้ ทุกคนคงยังไม่ทราบโดยแท้จริง ถ้ายังไม่ทราบแท้จริง ก็จะทำงานไม่ได้ เพราะยังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จุดประสงค์ของการทำสารานุกรมสำหรับเด็กนี้ มีเหตุผลว่า ในปัจจุบันนี้เด็กไม่มีที่เรียนพอ แล้วก็จะไม่มีวันที่จะมีที่เรียนพอ

๒. ถ้าเราในฐานะผู้มีความรู้คือ อาจารย์ทั้งหลายหวังดี ทำสารานุกรมนี้สำเร็จแล้ว ก็จะได้แพร่หลายออกไป จะเป็นครูอยู่ในตัว และถ้าเป็นครูอย่างนี้ ถ้าเราทำได้ดีก็จะเป็นครูสำหรับเด็กตั้งแต่อายุน้อยถึงอายุมาก แม้แต่ผู้ใหญ่ที่ต้องการทราบความรู้ ต้องการมีความรู้ในสาขาต่างๆ ก็สามารถที่จะหาความรู้นี้ ตามปกติควรที่จะให้บิดามารดาเป็นผู้อบรมบุตรธิดา แต่ว่าบิดามารดาเองก็อาจไม่มีความรู้พอ ถ้าอาศัยสารานุกรมได้ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น พี่ก็สอนน้องได้ แต่ปัญหาว่ายังไม่มีสารานุกรมอย่างนี้ในเมืองไทย แล้วก็ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งพวกเด็กๆ ที่เป็นอันธพาล มีมากที่ไม่ใช่เป็นพวกที่จน เขาอ้างว่า มีคนจนมากนั้น ไม่ใช่ คนรวยๆ ลูกคนรวยๆ เป็นอันธพาลแยะ เพราะว่าไม่มีการอบรม ถ้าในบ้านผู้ที่มีเงินพอควร ก็จะซื้อสารานุกรมนี้ได้ ถ้าคนที่ไม่มีเงิน สารานุกรมนี้ก็นำไปแจกจ่ายตามโรงเรียนทั่วราชอาณาจักร แล้วยิ่งมีความหวังในทางการเงิน เพราะว่าสมาคมไลออนส์เขามีการเริ่มหาเงินเพื่อการนี้ เราจึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการหาทุนนัก เพราะว่าเชื่อว่าจะมีทุนพอ แม้จะราคาแพงก็จะมีพอ

๓. ปัญหาอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจะให้สารานุกรมนี้เป็นหลัก เป็นครูได้ เป็นผู้ช่วยบิดามารดา ให้บิดามารดาสามารถเป็นครู ให้รุ่นพี่เป็นครู สามารถสอนรุ่นน้อง วิธีการเหตุผลอันแรกก็คือ สารานุกรมนี้จะต้องเป็นตำราที่แสดงให้เห็นว่า วิชาทุกสาขา ทั้งทางสังคมศาสตร์ และทางวิทยาศาสตร์ ทั้งทางอื่นๆ ด้วย ที่เป็นศาสตร์ทั้งนั้นสัมพันธ์กันหมด จึงได้ตั้งนโยบายเอาไว้ว่า แบ่งเป็นสาขาต่างๆ เป็นส่วนๆ ด้านวิทยาศาสตร์ก็แบ่งเป็นส่วนๆ ด้านสังคม ด้านประวัติศาสตร์ ด้านศิลปะแบ่งเป็นส่วนต่างๆ แต่ว่าให้รู้ว่า ส่วนต่างๆ เหล่านี้มันสัมพันธ์กัน ถ้าในแขนงใด หรือหัวข้อใด ที่จะต้องอาศัยหัวข้ออื่น แทนที่จะเขียนซ้ำในหัวข้อนั้น ก็บอกว่า ให้ไปดูหัวข้ออื่นตามลำดับที่ที่จะบอกให้ดูหน้านั้นๆ หรือข้อนั้นๆ

๔. วิธีวางเรื่อง ให้แบ่งเป็น ๓ ส่วน
ส่วนแรก ต้องพิมพ์เป็นตัวโตสำหรับให้เด็กอ่านได้
อันที่สอง เป็นหัวข้อขยายสำหรับเด็กอายุมากขึ้นหน่อย อายุสิบสองถึงสิบสี่
ข้อที่สาม ก็เป็นเรื่องจริงๆ สอนเด็กโต อายุเกินสิบห้าขึ้นไป มีคำพูดที่ยากพอใช้ แล้วก็อธิบายถึงที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กสิบห้าขึ้นไป จนกระทั่งผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ ที่แม้แต่จะเข้ามหาวิทยาลัย หรือถึงขั้นพ่อแม่ที่ไม่ใช่เป็นผู้ที่เข้ามหาวิทยาลัย จะได้สอนลูกต่อไป

๕. สารานุกรมที่ไม่ใช่วิทยานิพนธ์ การเขียนนี้ไม่ใช่ง่าย ต้องสัมพันธ์กันว่า ในเรื่องนี้ ควรจะไปดูในหัวข้อนั้นๆ อันนี้สำคัญที่สุด เป็นจุดประสงค์ เป็นนโยบายอย่างหนึ่ง ที่จะให้เวลาไปเปิดในข้อไหน แล้วมีว่า ข้อนี้ให้ชวยคิดไปอย่างอื่น ให้ชวนคิดไปในข้อนั้นๆ ถ้าอยากทราบเพิ่มเติม ก็ไปดูในสาขาอื่น อาจจะไปแขนงอื่น หรือก็อาจอยู่ใกล้เคียงกัน

๖. สารานุกรมนี้ที่จะทำนี้ไม่เหมือนกัน บุคออฟโนวเลดจ์ที่เคยยกตัวอย่าง ไม่เหมือนซิลเดรนส์เอนไซโครปิเดีย แต่เคยบอกให้ นี่ความคิดใหม่อาศัยหลักสองหลักนี้ว่า เด็กตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ จนถึงอายุ ๖๐ ขวบ อ่านได้มีประโยชน์ได้ ตามความสามารถ นี่แหละหลักหนึ่ง/เป็นขั้นสามขั้น แล้วก็อีกหลักหนึ่ง/ให้ทราบว่า หลักวิชาต่างๆ เป็นทางไหนก็ตาม ในด้านวิทยาศาสตร์ หรือในด้านศิลปะ มันโยงกันหมด ชีวิตของเราต้องโยงกันหมด ทั้งในด้านกฎหมายก็มีเศรษฐกิจก็มี อะไรพวกนี้โยงกันหมด ถ้าโยงกันหมดแล้ว ฉันเชื่อว่า สารานุกรมนี้อาจจะช่วยชาติให้รอดพ้นได้

๗. ล่าช้าไม่ว่า เพราะรู้ดีว่า แม้จะให้เวลาอีกหกเดือน (จากเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๒) เพราะว่า จะต้องปรับปรุงที่เขียนไว้ แล้วก็ต้องปรับปรุงอีก แล้วก็จะต้องให้คนอื่นดู อย่างของแต่ละคน ต้องให้อีกคนหนึ่ง ที่รู้พอควรในหลักวิชานั้น ดูในสายตาของเขาแล้วก็ติ ถ้าติแล้วอย่าโกรธ อย่างฉันพูดนี่ ผู้เขียนจะไม่โกรธ

๘. ส่วนรูปที่จะประกอบก็เป็นรูปเขียนบ้าง รูปถ่ายบ้างก็เห็นด้วย จะต้องพยายามเลือกที่เหมาะสมจำนวนพอควร ขนาดก็มีใหญ่บ้าง เล็กบ้างได้ ไม่ใช่จะมาเรียงแถวเป็นทหาร ส่วนมากหนังสือที่ทำ ชอบที่จะใส่เป็นเรื่องแถวทหารให้ขนาดเท่ากันหมด ไม่ต้องใส่เป็นที่เห็นต่างๆ ได้ขนาดเล็กขนาดใหญ่ทั้งนั้น รูปสีบ้างรูปเขียนบ้าง นี่ไม่ขัดข้อง

๙. ภาษาก็ต้องตรวจ ช่วยกันตรวจ ไม่ใช่เสร็จแล้วก็ส่งไปให้พวกภาษาตรวจ บางทีก็ไม่รู้ภาษาเทคนิคบางอย่าง ก็ไม่กล้าที่จะแก้บ้าง เดี๋ยวจะทำให้โยนกันไปโยนกันมาเสียเวลา แต่ว่า ก็พยายามที่จะให้ใส่ภาษาให้เข้าใจ โดยเฉพาะภาษาเด็ก ต้องนึกถึงว่า ตัวเองนี่เข้าใจ และมีความรู้แก่เด็กอายุ ๑๒ ปี ก็ไม่ได้ประสบอะไรมากมาย คำใหม่ๆ ก็ใส่เข้าไปได้ แต่ว่า ต้องอธิบายคำใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ คำใหม่ๆ ที่เข้าไปก็ควรมีอธิบาย

๑๐. เรื่องที่จะเป็นเล่ม การพิมพ์ก็จะต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ไม่ต้องรีบร้อน ถ้าทำเสร็จช้าไปปีกว่า (คือช้าไปจากปี ๒๕๑๒ อีกปีกว่า) ก็ยังดี ขอให้ทำให้ดี

๑๑. แบ่งเป็นสองเล่ม สามเล่ม สี่เล่ม กี่เล่มเท่าที่จะขนาดจะสวยงามอย่างเหมาะสมกับการใช้ ถ้าเรากะบอกว่าสองเล่ม หนาเท่านั้น เดี๋ยวเกิดอาจารย์โน้นขอเพิ่มนี่หน่อยก็ผิดส่วน เดี๋ยวสองเล่มไม่เท่ากันเกิดปัญหายุ่งขึ้น ก็จะไม่สวยจะไม่ดี

๑๒. ในการเขียนสมมติว่า คนหนึ่งมีในสาขาที่ตนได้รับมอบหมายจะไปพาดพิงในสาขาอื่นๆ จงขอพบท่านผู้นั้นที่เกี่ยวข้อง ให้ประชุมกันเป็นครั้งคราว และเห็นว่า ที่ครั้งนี้จะเขียนอย่างนี้ ทางโน้นเขาจะเขียนในด้านประวัติศาสตร์นะ ก็ตกลงกันได้ แล้วก็จะได้โยนกัน แล้วก็ประชุมใหญ่ทุกสาขาพร้อมกัน ก็นานๆ ที ก็ต้องมีจะได้ปรับความเข้าใจ ประสานงานกัน

๑๓. งานสารานุกรมนี่เป็นงานยาก แต่ถ้าสำเร็จแล้วจะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวง

๑๔. สารานุกรมนี้เป็นสารานุกรมในทางที่ประสาทความรู้แก่ทุกคน รวมวิชา ทำให้เกิดความก้าวหน้า เป็นสารานุกรมสำหรับทุกอายุอเนกประสงค์

๑๕. สารานุกรมนี้จะต้องเสียเงินแยะ ค่าพิมพ์จะแพงเป็นส่วนๆ แต่หาได้ ไลออนส์หาไม่ได้ ฉันหาได้ ถ้าต้องไปขูดรีดก็ยอมขูดรีด ได้แน่ ๑๐๐% ไม่อยากขอฝรั่งด้วย เป็นสารานุกรมไทย ความคิดไทย


โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดตั้งขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์
จะให้มีหนังสือรวบรวมความรู้แขนงต่างๆ สำหรับพสกนิกรได้มีโอกาสอ่านและศึกษาความรู้ด้วยตนเอง เป็นโครงการฯ ที่มิได้มุ่งหวังกำไรหรือผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด


หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป


© ลิขสิทธิ์เป็นของโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ห้ามนำข้อความและรูปภาพไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต