สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 36
เล่มที่ ๓๖
เรื่องที่ ๑ มัสยิด
เรื่องที่ ๒ ละครชาตรี
เรื่องที่ ๓ เกวียน
เรื่องที่ ๔ ทองคำ
เรื่องที่ ๕ มะคาเดเมีย
เรื่องที่ ๖ หุ่นยนต์
เรื่องที่ ๗ แอนิเมชัน
เรื่องที่ ๘ โรคมาลาเรีย
เรื่องที่ ๙ โรคไต

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๖ / มะคาเดเมีย / สำหรับเด็กระดับกลาง

สำหรับเด็กระดับกลาง
มะคาเดเมียเป็นพืชที่มีอายุยืนยาวถึง ๑๐๐ ปี เนื้อไม้มีประโยชน์ในด้านใช้สอย โดยนำมาทำเป็นไม้ซุง หรือไม้สำหรับทำเครื่องเรือนตกแต่งบ้าน หากมีอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีขึ้นไป มะคาเดเมียเป็นพืชเคี้ยวมันเช่นเดียวกับมะม่วงหิมพานต์ แต่ราคาแพงกว่ากันมาก พันธุ์มะคาเดเมียค้นพบครั้งแรกที่ประเทศออสเตรเลีย และแพร่หลายไปยังสหรัฐอเมริกา โดยปลูกกันมากในรัฐฮาวาย นับเป็นสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อการส่งออกที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน

พันธุ์มะคาเดเมียในประเทศไทย

ในประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พัฒนาพันธุ์มะคาเดเมีย และคัดเลือกพันธุ์ เพื่อแนะนำให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้าในปัจจุบัน ๓ พันธุ์ คือ
มะคาเดเมียพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ พันธุ์เชียงใหม่ ๗๐๐ และพันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ เป็นพันธุ์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก
มะคาเดเมียพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ พันธุ์เชียงใหม่ ๗๐๐ และพันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ เป็นพันธุ์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก
๑. พันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ (HAES 660)

เป็นพันธุ์เบา ออกดอกดก ใช้ปลูกร่วมกับพันธุ์อื่นเพื่อช่วยผสมเกสรให้แก่พันธุ์อื่น ในอัตราส่วนพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ จำนวน ๑ แถว ต่อพันธุ์อื่น ๓ แถว มะคาเดเมียพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูงจากระดับทะเลปานกลาง ๗๐๐ เมตรขึ้นไป ถ้าเป็นพื้นที่สูงจากระดับทะเลปานกลาง ๔๐๐-๖๐๐ เมตร ก็ต้องอยู่ในแนวเส้นละติจูด ๑๙.๘ องศาเหนือขึ้นไป ได้แก่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อเสียคือ ผลมีขนาดเล็ก มีจำนวนเมล็ด ๑๗๕-๑๙๐ เมล็ดต่อกิโลกรัม ผลิตผลเมล็ดทั้งกะลา จำนวน ๑๓-๒๐ กิโลกรัมต่อต้น (อายุ ๑๔ ปี) ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและสภาพพื้นที่

แปลงปลูกมะคาเดเมียสามารถปลูกพืชอื่นแซมระหว่างแถวได้ เช่น กาแฟ สตรอว์เบอร์รี่ ผักต่างๆ เป็นรายได้เสริม

๒. พันธุ์เชียงใหม่ ๗๐๐ (HAES 741)

ผลมีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักเนื้อในสูงกว่าพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ และพันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ เมล็ดเนื้อในสีขาวสวยเป็นที่ดึงดูดตา เจริญเติบโตดี ให้ผลิตผลสูง และมีคุณภาพดีในพื้นที่สูงจากระดับทะเลปานกลาง ๗๐๐ เมตรขึ้นไป ผลิตผลเมล็ดทั้งกะลา จำนวน ๑๕-๓๐ กิโลกรัมต่อต้น (อายุ ๑๔ ปี)
ช่อดอก
ช่อดอก
๓. พันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ (HAES 508)

ผลมีขนาดปานกลาง เมล็ดเนื้อในมีคุณภาพยอดเยี่ยม คือ รูปทรงและสีสวย เจริญเติบโตดี และให้ผลิตผลสูง ในสภาพอากาศหนาวเย็น ที่ระดับความสูง ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป เป็นพันธุ์ทนแล้งแต่ไม่ทนร้อน ถ้าปลูกในพื้นที่ต่ำกว่า ๗๐๐ เมตรลงมา จะเกิดอาการแพ้ความร้อน คือ ใบเหลืองซีด ขอบใบไหม้ ให้ผลิตผลเมล็ดทั้งกะลา จำนวน ๒๕-๔๐ กิโลกรัมต่อต้น (อายุ ๑๔ ปี) ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และสภาพพื้นที่
การขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง
การขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง
การปลูกและดูแลรักษา

ระยะปลูกระหว่างต้น-แถว ๘x๑๐ เมตร และปลูกพืชอื่นแซมระหว่างแถวในช่วง ๑๐-๑๒ ปีแรก เช่น กาแฟ สตรอว์เบอร์รี ผักต่างๆ ขนาดหลุมปลูก ๗๕x๗๕x๗๕ เซนติเมตร หรือ ๑x๑x๑ เมตร ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต หลุมละ ๑-๒ กิโลกรัม และใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น เศษซากพืชแห้ง แกลบหรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้ากับดิน
การให้น้ำแบบน้ำหยด
การให้น้ำแบบน้ำหยด
การใส่ปุ๋ย

ใช้ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ หรือ ๑๒-๑๒-๑๗-๒  และปุ๋ยยูเรีย โดยปีที่ ๑, ๒, ๓ และ ๔ ใส่ปุ๋ย ๑๕-๑๕-๑๕ ต้นละ ๔๐๐, ๘๐๐, ๑,๒๐๐ และ ๑,๘๐๐ กรัม และผสมยูเรีย  ๔๕, ๙๐, ๑๓๕ และ ๑๘๐ กรัม ตามลำดับ ปีที่ ๕ เป็นต้นไป ใช้ปุ๋ยสูตร ๑๒-๑๒-๑๗-๒ อัตราต้นละ ๒.๕ กิโลกรัม และเพิ่มขึ้นปีละ ๕๐๐-๖๐๐ กรัม และผสมยูเรียเพิ่มร้อยละ ๑๐ และโพแทสเซียมร้อยละ ๑๕ ของปุ๋ยสูตรทุกปี ปุ๋ยแบ่งใส่ปีละ ๔ ครั้ง คือ ระยะ ๓ เดือนก่อนออกดอก (เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) ระยะเริ่มติดผลขนาดเล็ก ระยะเริ่มฤดูฝน และระยะปลายฤดูฝน
การให้น้ำ

ควรให้น้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในระยะเริ่มติดผล ไม่ควรให้ขาดน้ำในระยะผลกำลังพัฒนา

การตัดแต่งกิ่ง

มะคาเดเมียมีการตัดแต่งกิ่งน้อยมาก เพราะจะออกดอกภายในทรงพุ่มเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อมีอายุประมาณ ๒ ปี จะออกดอกจากกิ่งแขนงเล็กๆ การตัดแต่งกิ่งจะทำในระยะแรกที่เริ่มปลูก คือ ๖-๑๒ เดือนแรก ต้องบังคับให้มีกิ่ง หรือต้นประธานเพียง ๑ กิ่ง เมื่อกิ่งประธานสูงเกิน ๘๐-๑๐๐ เซนติเมตร และยังไม่แตกกิ่งข้าง ต้องเด็ดยอดกิ่งประธานออก  เพื่อให้กิ่งข้างแตกอย่างน้อย ๒-๓ กิ่ง และเลือกกิ่งที่ตั้งตรงสำหรับใช้เป็นกิ่งประธานต่อไป หลังติดผลจะตัดเฉพาะกิ่งที่เป็นโรค และแน่นเกินไป
กิ่งพันธุ์ที่ได้จากการทาบกิ่ง สำหรับใช้ขยายพันธุ์
กิ่งพันธุ์ที่ได้จากการทาบกิ่ง สำหรับใช้ขยายพันธุ์
สำหรับการขยายพันธุ์ใช้วิธีทาบกิ่ง ติดตา เสียบยอด โดยใช้ต้นตอจากการเพาะเมล็ด

การเก็บเกี่ยวและผลิตผล

หากปลูกมะคาเดเมียบนที่สูงจะออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม และกรกฎาคมถึงสิงหาคม อายุตั้งแต่ดอกบานถึงผลแก่ ประมาณ ๖-๙ เดือน ขึ้นกับบริเวณที่ปลูก ยิ่งสูงยิ่งออกดอกช้า ผลมะคาเดเมียเมื่อแก่จะร่วงลงพื้น หลังเก็บผล ต้องรีบกะเทาะเปลือกเขียวข้างนอกออก เพราะถ้าผลกองรวมซ้อนกันมากๆ จะเกิดความร้อน ทำให้เนื้อในมีคุณภาพไม่ดี การเก็บเมล็ดหลังกะเทาะเปลือกนอกสีเขียวแล้ว ควรนำไปผึ่งในที่ที่มีลมพัดผ่านสะดวกหรือวางบนตะแกรงเป็นชั้นๆ เพื่อลดความชื้น ในขณะรอส่งจำหน่ายหรือก่อนเข้าตู้ที่จะกะเทาะเปลือกแข็ง
การเก็บผลมะคาเดเมียที่แก่และร่วงลงพื้น
การเก็บผลมะคาเดเมียที่แก่และร่วงลงพื้น
หลังจากปลูก ๔-๕ ปี เริ่มให้ผลิตผลปีแรกจำนวน ๑-๓ กิโลกรัมต่อต้น และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี อายุ ๑๐ ปีขึ้นไปให้ผลิตผลจำนวน ๒๐-๓๐ กิโลกรัมต่อต้น อายุ ๒๐ ปีขึ้นไปให้ผลิตผลจำนวน ๔๐-๖๐ กิโลกรัมต่อต้น อายุที่ให้ผลิตผลยาวนานไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา

การจำหน่ายผลิตผลอาจจำหน่ายเป็นเมล็ดทั้งกะลาที่มีความชื้นประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือกะเทาะกะลาออก และจำหน่ายเนื้อในดิบ ที่มีความชื้นประมาณ ๑.๕-๓ เปอร์เซ็นต์
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป
โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โครงการสารานุกรมไทยฯ สนามเสือป่า ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์ 0-2280-6502, 0-2280-6507, 0-2280-6515, 0-2280-6538, 0-2280-6541, 0-2280-6580 โทรสาร 0-2280-6589