สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 33
เล่มที่ ๓๔
เรื่องที่ ๑ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์
เรื่องที่ ๒ เพลงพื้นบ้าน
เรื่องที่ ๓ ปริศนาคำทายของไทย
เรื่องที่ ๔ เครื่องประดับ
เรื่องที่ ๕ หอยในทะเลไทย
เรื่องที่ ๖ บริการธนาคารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องที่ ๗ พายุและฝนในประเทศไทย
เรื่องที่ ๘ โรคพาร์กินสัน
เรื่องที่ ๙ โรคฉี่หนู
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๔ / เรื่องที่ ๓ ปริศนาคำทายของไทย / สำหรับเด็กระดับเล็ก

สำหรับเด็กระดับเล็ก บันทึกเสียง
อะไรเอ่ย เขียวชอุ่มพุ่มไสว ไม่มีใบมีแต่เม็ด

ตอบว่า  ฝน  เพราะเมื่อฝนใกล้จะตก ท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆลอยลงต่ำ หยดน้ำคือเม็ดฝน ตกลงมาเป็นสาย ดูชุ่มฉ่ำไปทั่ว

เมื่อสมาชิกในครอบครัวอยู่พร้อมหน้า หรือหมู่มิตรสหายมาพบกันในยามว่าง นอกจากการสนทนากันแล้ว ยังมีการคุยสนุก ด้วยการเล่นปริศนาคำทาย

ถ้อยคำในภาษาไทยนั้นมีหลายความหมาย เราสามารถแต่ง ร้อยเรียง หรือผูกขึ้นเป็นปริศนาให้ถาม-ตอบ เพื่อทายกันให้ถูก เป็นการฝึกคิด ฝึกเชาวน์ไวไหวพริบ และยังสนุกสนานไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ได้

คนไทยเล่นทายปริศนากันทุกภาค 
ปริศนาคำทายที่เล่นกันในภาคกลางใช้คำขึ้นต้นว่า "อะไรเอ่ย" ภาคเหนือใช้คำขึ้นต้นว่า "อะหยังเก๊าะ" หรือ "อะหยังเอ๊าะ" ภาคใต้ใช้คำว่า "ไอ้ไหรหา" ส่วนภาคอีสานลงท้ายปริศนาว่า "แม่นหยัง" หรือ "แม่นอีหยัง" ตัวอย่างเช่น

อะไรเอ่ย นั่งเท้าแขนอ่อน กินข้าวก่อนพระ (ทัพพี)
อะหยังเก๊าะ สุกก็บ่หอม งอมก็บ่หล่น คนกิ๋นก็บ่ได้ (พระจันทร์)
ไอ้ไหรหา สูงเทียมเขาเขียว กินคนเดียว เมาหมดทั้งเมือง (ราหูอมจันทร์)
แต่น้อยๆ นุ่งซิ่นขาว พอเป็นสาวนุ่งซิ่นเขียว บัดเฒ่านุ่งซิ่นแดง แม่นหยัง (พริก)
ปริศนาคำทายมีเนื้อหาและรูปแบบที่หลากหลาย ผู้ถามและผู้ตอบต้องสามารถตีความหมายของคำและเชื่อมโยงกัน จนได้คำตอบ ผู้เล่นทั้ง ๒ ฝ่ายต้องมีความรู้รอบตัว และรู้จักสังเกตลักษณะของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจะเล่นได้สนุก และฝึกการคิดได้อย่างรวดเร็ว
หัวข้อถัดไป