สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 33
เล่มที่ ๓๓
เรื่องที่ ๑ สุนทรภู่
เรื่องที่ ๒ เพลงลูกทุ่ง
เรื่องที่ ๓ คลอง
เรื่องที่ ๔ วิวัฒนาการของมนุษย์
เรื่องที่ ๕ เซลล์เชื้อเพลิง
เรื่องที่ ๖ เปลือกโลกและหิน
เรื่องที่ ๗ อาหารกับโรคเรื้อรัง
เรื่องที่ ๘ การแพทย์แผนไทย
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๓ / เรื่องที่ ๑ สุนทรภู่ / สำหรับเด็กระดับเล็ก

สำหรับเด็กระดับเล็ก ฟังเสียงอ่าน => บันทึกเสียง
สุนทรภู่ เป็นกวีไทยสำคัญคนหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีชีวิตยืนยาวถึง ๔ รัชกาล คือ ตั้งแต่รัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จนถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งราชวงศ์จักรี

สุนทรภู่ เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙ หลังจากสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีได้ ๔ ปี และถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ รวมอายุได ๖๙ ปี

ชื่อ สุนทรภู่ ไม่ใช่ชื่อจริง แต่เป็นนามแฝงที่เกิดจากการนำคำว่า สุนทร ในชื่อบรรดาศักดิ์ ขุนสุนทรโวหาร ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มารวมกับชื่อจริงว่า ภู่


สุนทรภู่
เป็นครูกลอนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ได้ปรับปรุงกลอนของโบราณ จนกลายเป็นกลอนที่มีลักษณะเด่นแบบ
สุนทรภู่ ที่มีความไพเราะ เพราะแพรวพราวด้วยการใช้คำสัมผัสในในกลอนทุกวรรค ทั้งยังนิยมใช้คำง่ายๆ ทำให้ผู้ฟังผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาสาระได้อย่างชัดเจน ดังตัวอย่าง

นอนเถิดหนายาหยีพี่จะกล่อม    งามละม่อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
คีรีรอบขอบเคียงเหมือนเวียงชัย      อยู่ร่มไม้เหมือนปราสาทราชวัง
เอ่ยสำเนียงเสียงนางสุรางค์เห่    มาฟังเรไรแซ่เหมือนแตรสังข์
เคยมีวิสูตรกั้นบนบัลลังก์        มากำบังใบไม้ในไพรวัน
                        นิราศอิเหนา


ผลงานส่วนใหญ่ของสุนทรภู่ แต่งเป็นกลอน แต่ที่แต่งเป็นโคลงและกาพย์ก็มีอยู่บ้าง

เรื่องที่แต่งเป็นกลอน เช่น นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง เพลงยาวถวายโอวาท นิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี นิทานคำกลอนเรื่องลักษณวงศ์

เรื่องที่แต่งเป็นโคลง มีเพียงเรื่องเดียว คือ นิราศสุพรรณ แต่งด้วยโคลงสี่สุภาพ

เรื่องที่แต่งเป็นกาพย์ ได้แก่ กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา และบทเห่กล่อมพระบรรทม

ผลงานของ
สุนทรภู่ ที่มีคนรู้จักมากที่สุดทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้แก่ นิทานคำกลอนเรื่อง พระอภัยมณี เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นเรื่องประวัติชีวิต ความรัก และการผจญภัยของพระอภัยมณี รวมทั้งของตัวละครอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพระอภัยมณีด้วย

ในเรื่องพระอภัยมณี 
สุนทรภู่ ได้สร้างเนื้อหาที่แปลกใหม่ โดยนำเรื่องราวจากแหล่งต่างๆ มาผสมผสานกันได้อย่างน่าตื่นเต้น แหล่งที่มามีทั้งนิทานของต่างประเทศ การเมืองการปกครองของต่างประเทศ วัฒนธรรมของต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งของชาวตะวันตก นิทานไทย และจินตนาการที่สุนทรภู่ คิดขึ้นเอง นอกจากนี้ ยังสร้างตัวละครแปลกๆ ทำให้เรื่องน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตัวละครเด็กที่เก่งกล้า เช่น สินสมุทร ซึ่งเป็นลูกของพระอภัยมณีกับนางผีเสื้อสมุทร สุดสาคร ซึ่งเป็นลูกของพระอภัยมณีกับนางเงือก และม้านิลมังกร ซึ่งเป็นลูกของม้ากับมังกร
ผลงานของสุนทรภู่ นอกจากจะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่คนอ่านแล้ว ยังให้คติหรือข้อคิด ที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต แม้คนอ่านที่เป็นเด็กก็ได้รับประโยชน์เหล่านี้ เช่น

สอนให้เห็นความสำคัญของการศึกษา ดังปรากฏในกลอนว่า

รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา        รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี 
      พระอภัยมณี

รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา        ไปเบื้องหน้าเติบใหญ่จะให้คุณ
                        ขุนช้างขุนแผน

สอนให้รู้จักพูด คือ พูดดี พูดเพราะ และใช้คำพูดสร้างมิตร เช่น

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์            มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร    จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา
                            นิราศภูเขาทอง


นอกจากนี้
ในบทชมธรรมชาติต่างๆ ยังปลูกฝังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติของพรรณไม้ และสัตว์นานาชนิด ผ่านคำประพันธ์ ที่ไพเราะ เช่น

ไกรกร่างยางยูงสูงระหง        ตลิงปลิงปริงประยงค์
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
มะม่วงพลวงพลองช้องนาง    หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน    เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง            เริงร้องก้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง                                                    
          กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา

ด้วยเหตุที่ผลงานของ
สุนทรภู่ ให้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน ความไพเราะคมคาย และประโยชน์แก่ผู้อ่าน ทำให้ผลงานเหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจ มีการอ่านและศึกษาสืบเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดสายตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ สมดังถ้อยคำที่ เจือ  สตะเวทิน กล่าวไว้ว่า งานวรรณกรรมของสุนทรภู่ ไม่รู้จักตาย และเป็นอมตกวีที่ชาติเทิดทูน

ปัจจุบัน 
สุนทรภู่ ไม่เพียงแต่เป็นกวีสำคัญของชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกวีเอกของโลก ตามที่ยูเนสโก หรือองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศยกย่องไว้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในโอกาสครบรอบ ๒๐๐ ปีเกิดของสุนทรภู่
หัวข้อถัดไป