สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 29
เล่มที่ ๒๙
เรื่องที่ ๑ ศิลปาชีพ
เรื่องที่ ๒ พระพุทธรูป
เรื่องที่ ๓ การผลิตทองรูปพรรณ
เรื่องที่ ๔ อุทยาน ประวัติศาสตร์
ในประเทศไทย
เรื่องที่ ๕ สวนพฤกษาศาสตร์
เรื่องที่ ๖ เงินตรา
เรื่องที่ ๗ ปลาสวยงาม
เรื่องที่ ๘ ธาลัสซีเมีย
เรื่องที่ ๙ การดูแลสุขภาพ ที่บ้าน
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๙ / เรื่องที่ ๙ การดูแลสุขภาพที่บ้าน / โรคที่พบบ่อยในการเจ็บป่วยที่บ้าน

โรคที่พบบ่อยในการเจ็บป่วยที่บ้าน
น้ำข้าว
น้ำข้าว

แพทย์ใช้ปรอดวัดไข้เด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัด
แพทย์ใช้ปรอดวัดไข้เด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัด

การเติมเกลือไอโอดีนในน้ำดื่ม เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน
การเติมเกลือไอโอดีนในน้ำดื่ม เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน

การเลี้ยงปลาในภาชนะที่ปลูกพืชน้ำ เป็นการกำจัดลูกน้ำยุงลาย
การเลี้ยงปลาในภาชนะที่ปลูกพืชน้ำ เป็นการกำจัดลูกน้ำยุงลาย
โรคที่พบบ่อยในการเจ็บป่วยที่บ้าน

หมายถึง การมีอาการของโรคทั่วไป ที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยบ่อย ขณะที่เราดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเป็นโรคตามฤดูกาล หรือโรคที่มีอาการเกิดขึ้น เมื่อเรามีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น รับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เกิดอาการท้องเดิน ซึ่งอาการหรือโรคนั้น อาจมีเพียงเล็กน้อยที่เราสามารถดูแล หรือรักษาได้ด้วยตนเอง จนถึงอาการหรือโรคที่มีความรุนแรงต้องไปพบแพทย์

๑. โรคอุจจาระร่วง

อุจจาระร่วง คือ การถ่ายอุจจาระเหลวกว่าปกติตั้งแต่ ๓ ครั้งขึ้นไป ภายใน ๑ วัน หรือถ่ายเป็นมูก อย่างน้อย ๑ ครั้ง อันตรายของโรคอุจจาระร่วงคือ การขาดน้ำ และเกลือแร่ และทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งทำให้เด็กเสียชีวิตได้

การรักษาโรคอุจจาระร่วงที่บ้าน

ให้ของเหลวมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ โดยใช้ของเหลวที่ทำได้ในบ้าน เช่น น้ำข้าว หรือผงน้ำตาลเกลือแร่ (โออาร์เอส)

การป้องกันโรคอุจจาระร่วง
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก้อน หลังการรับประทานอาหาร และหลังออกจากห้องส้วม
  • แม่ที่ให้นมลูก ควรล้างมือให้สะอาด ทำความสะอาดหัวนมก่อนให้นมลูกด้วยน้ำและสบู่ และทำความสะอาดอุปกรณ์ในการนมและอาหารเด็กด้วยการต้ม หรือนึ่งทุกครั้ง
  • เลือกซื้ออาหารที่ไม่มีแมลงวันตอม
  • เก็บอาหารไว้ในตู้ที่มีฝาปิดมิดชิด และอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง
  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำสะอาด
  • ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
  • กำจัดขยะมูลฝอย โดยเผาหรือฝัง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน
  • ครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี ควรมีผงน้ำตาลเกลือแร่ไว้ประจำบ้าน
๒. ไข้หวัด

เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ทำให้ต้องเสียสุขภาพ เสียแรงงาน และเงินทองไปปีละมากๆ

อาการไข้หวัด

ในเด็ก มักจับไข้ขึ้นมาทันที บางครั้งอาจมีไข้สูงและชัก ถ้าเป็นอยู่นานเกิน ๔ วัน อาจมีน้ำมูกขึ้นเหลือง หรือเขียว หรือไอมีเสมหะ และอาจมีอาการแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ไซนัสอักเสบ ปอดบวม ต่อมทอนซิลอักเสบ

ในผู้ใหญ่ อาจไม่มีไข้ มีเพียงอาการคัดจมูก น้ำมูกใส หรือเจ็บคอเล็กน้อย ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย

การดูแลรักษาเด็ก
  • ควรใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาเช็ดตัวเวลามีไข้สูง เช็ดจากปลายแขน/ขา เข้าหาหัวใจ เพื่อให้ไข้ลด
  • ถ้ามีน้ำมูกมาก ต้องเช็ดออกก่อนดูดนม เพื่อช่วยให้เด็กหายใจสะดวกขึ้น
  • อาการสำคัญที่ต้องพาเด็กไปพบแพทย์/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข คือ ไอ หายใจหอบ หรือหายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม หรือหายใจมีเสียงดัง เด็กซึมมาก ไม่กินน้ำและนม หรือมีอาการชัก
การดูแลรักษาผู้ใหญ่
  • พักผ่อนให้มากๆ ใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ควรกินอาหารอ่อน ดื่มน้ำอุ่นมากๆ จะช่วยทดแทนน้ำที่เสียไปจากไข้สูง (กรณีมีไข้ ให้วัดปรอททางรักแร้)
  • ถ้ามีอาการไอ ให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ห้ามดื่มน้ำเย็น อาการไอจะค่อยๆ หายไปเอง
  • อย่าซื้อยาชุดแก้ไข้หวัดมากินเอง อาจมีอันตรายได้
การป้องกัน
  • อย่าคลุกคลีกับผู้ป่วยเป็นไข้หวัด เวลาไอ หรือจาม ให้ใช้ผ้าปิดปากหรือจมูก
  • ระวังรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
  • อย่าตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป ควรออกกำลังกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
๓. โรคขาดสารไอโอดีน

หมายถึง ภาวะร่างกายที่ได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะมีผลให้ต่อมไทรอยด์ซึ่งมีหน้าที่สร้างไทรอยด์ฮอร์โมนมีขนาดโตขึ้น เรียกว่า คอพอก เด็กทารกที่เกิดจากแม่ขาดสารไอโอดีน จะก่อให้เกิดความพิการทางสมอง ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เรียกว่า “เอ๋อ” เด็กจะมีสติปัญญาต่ำ ระบบประสาทกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ และบางคนจะมีรูปร่างเตี้ย แคระแกร็น เด็กวัยเรียนมีสติปัญญาต่ำกว่าเด็กทั่วไป เฉื่อยชา การเรียนรู้ช้า วัยผู้ใหญ่ มีอาการเกียจคร้าน เชื่องช้า ง่วงซึม ผิวหนังแห้ง เสียงแหบ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องผูก

สำหรับการป้องกันและรักษาโรคขาดสารไอโอดีน ทำได้ดังนี้
  • การใช้เกลือเสริมไอโอดีนปรุงอาหาร ทุกมื้อ
  • ดื่มน้ำเสริมไอโอดีน โดยการหยดน้ำไอโอดีนเข้มข้นจำนวน ๒ หยดในน้ำ ๑๐ ลิตร ใช้ดื่มประจำวัน ดื่มหมดแล้วผสมใหม่ 
  • ยาเม็ดไอโอดีน สามารถให้สารไอโอดีนแก่ร่างกายได้เพียงพอเป็นเวลาติดต่อ กันไม่น้อยกว่า ๖ เดือน ต่อการกิน ๑ เม็ด ใช้กับหญิงวัยเจริญพันธุ์และหญิงมีครรภ์
๔. ไข้เลือดออก

เป็นโรคที่ติดต่อจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค มักระบาดในฤดูฝน

อาการของไข้เลือดออก
  • เป็นไข้ ตัวร้อน มีอาการคล้ายไข้หวัด ไข้จะสูงอยู่ ๒ - ๓ วัน
  • ต่อมาไข้จะลดลงอย่างรวดเร็ว ระยะนี้จะมีเลือดออกตามส่วนต่างๆ เช่น มีเลือดออกตามไรฟัน มีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง 
  • ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร ทำให้เสียชีวิตได้ 
เมื่อสงสัยว่า เป็นไข้เลือดออก ควรปฏิบัติดังนี้
  • เมื่อมีไข้สูง ควรเช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดา เพื่อป้องกันอาการชัก 
  • ไม่ควรใช้ยาแอสไพรินลดไข้ 
  • ควรรีบไปรับการรักษาที่สถานพยาบาล ใกล้บ้านทันที ไม่ควรรักษาเองโดยเด็ดขาด 
การป้องกัน

กำจัดลูกน้ำยุงลาย และดูแลแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ ละ ๑ ครั้ง โดย
  • ใส่ทรายทรีมีฟอสทุก ๓ เดือน โดยใช้ทรายทรีมีฟอส ๑ ช้อนชา ต่อน้ำ ๘ ปีบ และใส่ทรายทรีมีฟอสใหม่ทุกครั้งที่ล้างภาชนะ ทรายทรีมีฟอสเป็นทรายที่เคลือบน้ำยา การ ใส่ทรายทรีมีฟอสควรใส่โดยไม่ต้องห่อผ้า เพราะน้ำยาที่เคลือบทรายจะไปติดอยู่ที่ผ้า ไม่ไปเคลือบขอบภาชนะหรือข้างโอ่ง เพื่อทำลาย ไข่ยุงเมื่อยุงวางไข่
  • เลี้ยงปลาหางนกยูง 
  • คว่ำแหล่งภาชนะที่มีน้ำขัง 
  • ให้ความร่วมมือกับอาสาสมัครสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการ ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป