สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 21
เล่มที่ ๒๑
เรื่องที่ ๑ กระบวนพยุหยาตรา
เรื่องที่ ๒ วีรสตรีไทย
เรื่องที่ ๓ ศิลปะการทอผ้าไทย
เรื่องที่ ๔ เครื่องถม
เรื่องที่ ๕ เครื่องปั้น
เรื่องที่ ๖ การตลาดและการส่งออกศิลปหัตถกรรม
เรื่องที่ ๗ พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน
เรื่องที่ ๘ การอนุรักษ์ และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
เรื่องที่ ๙ องค์การสหประชาชาติ และองค์การในเครือ
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๑ / เรื่องที่ ๘ การอนุรักษ์ และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ / ทรัพยากรสัตว์ป่า

ทรัพยากรสัตว์ป่า
การเลี้ยงสัตว์ป่าในลักษณะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ช่วยลดการทำลายสัตว์ป่าได้
การเลี้ยงสัตว์ป่าในลักษณะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ช่วยลดการทำลายสัตว์ป่าได้

หมูป่า
หมูป่า

การท่องเที่ยวชมสวนสัตว์
การท่องเที่ยวชมสวนสัตว์

วัวแดง
วัวแดง

สมันเป็นสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์แล้ว
สมันเป็นสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์แล้ว
ทรัพยากรสัตว์ป่า

สัตว์ป่า

โดยทั่วๆ ไป เรามักจะหมายถึง เฉพาะสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง ได้แก่ สัตว์จำพวกปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บางคนก็หมายถึง สัตว์ที่มีกระดูกหลังที่ไม่เชื่อง หรือที่คนไม่ได้เลี้ยงเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ (ฉบับล่าสุด) ได้ให้คำนิยามของ สัตว์ป่า ว่า หมายถึง สัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลง หรือแมง ซึ่งโดยสภาพธรรมชาติ ย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำ และให้หมายความรวมถึง ไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้น ทุกชนิดด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะ ที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมาย ว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้ว และสัตว์พาหนะ ที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว

ประโยชน์ของสัตว์ป่า


สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์ มาตั้งแต่สมัยที่คนยังอาศัยอยู่กับธรรมชาติในป่า หรือในถ้ำ ยิ่งในสมัยปัจจุบัน เมื่อมนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าขึ้น สัตว์ป่าก็ยิ่งกลับมีบทบาท และเพิ่มความสำคัญให้แก่มนุษย์มากขึ้นเป็นลำดับ สำหรับคุณประโยชน์ของสัตว์ ป่าที่มีต่อมนุษย์ในด้านต่างๆ ได้แก่

๑. ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การค้าสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่าจากส่วนต่างๆ เช่น ขน เขา และหนัง เป็นต้น การค้าสัตว์ป่า จึงถือว่า เป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้แก่ผู้ค้าอย่างงาม และมีเงินหมุนเวียนในประเทศจำนวนไม่น้อย ซึ่งคุณค่าทางเศรษฐกิจ จะรวมถึงรายได้ต่างๆ จากการท่องเที่ยวในการชมสัตว์ด้วย

๒. การเป็นอาหาร มนุษย์เราได้ใช้เนื้อสัตว์ป่าเป็นอาหาร เป็นเวลาช้านานมาแล้ว ซึ่งสัตว์ป่าหลายชนิด ก็ได้มีเลี้ยง จนกระทั่งกลายเป็นสัตว์เลี้ยงไป สัตว์ป่าหลายชนิดตามธรรมชาติคนก็ยัง นิยมใช้เนื้อเป็นอาหารอยู่ เช่น หมูป่า เก้ง กวาง กระจง นกเป็ดน้ำ ตะกวด แย้ เป็นต้น รวมทั้ง อวัยวะของสัตว์ป่าบางอย่าง เช่น นอแรด กะโหลกเลียงผา เขากวางอ่อน เลือดและ กระเพาะต่างๆ ดีงูเห่าซึ่งคนก็นิยมดัดแปลงเป็น อาหาร หรือใช้เป็นเครื่องยาสมุนไพร และเนื่องจากปัจจุบัน สัตว์ป่าได้ลดจำนวนลงอย่างมาก และบางชนิดได้สูญพันธุ์ หรือใกล้จะสูญพันธุ์ ดังนั้น จึงควรช่วยกันเปลี่ยนค่านิยม ในการบริโภคอาหารจากสัตว์ป่า

๓. การนันทนาการ และด้านจิตใจ สัตว์ป่าทำให้ธรรมชาติดูมีชีวิตชีวา การได้พบ ได้เห็น ได้ยินเสียงสัตว์ป่า ย่อมทำให้เกิดสิ่งบันดาลใจ หรือดลใจ ทำให้เกิดความสุขทางจิตใจ เป็นการผ่อน คลายความตึงเครียดได้อย่างดี นับเป็นคุณค่าที่ ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินได้โดยง่าย การท่องเที่ยวชมสัตว์ป่าในสวนสัตว์ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และแหล่งสัตว์อื่นๆ จัดเป็นเรื่องของนันทนาการทั้งสิ้น เมื่อได้พบเห็นสัตว์ป่าแปลกๆ และสวยงาม จะทำให้รู้สึกตื่นเต้น และมีความสดชื่น ดีใจ ทำให้เกิดพลังที่จะ คิดสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมต่อไป

๔. ด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และการ แพทย์ การค้นคว้าทดลองในด้านวิทยาศาสตร์ ที่ก่อประโยชน์ให้แก่สังคม ในปัจจุบันมีอยู่หลายสาขาวิชา ที่จำเป็นต้องอาศัยสัตว์ป่าเป็นตัวทดลอง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา และแพทย์ ประสบผลสำเร็จในด้านการค้นคว้าทดลองต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีการนำสัตว์ป่าไปเลี้ยงในสวนสัตว์ เพื่อให้ประชาชน นักศึกษา และนักวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ ได้ชมและศึกษาถึงชีวิตของสัตว์ป่า ซึ่งนับว่า มีคุณประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะเท่ากับเป็นการรักษาชนิดพันธุ์สัตว์ ที่หายากบางชนิด ไม่ให้ต้องถูกล่าจนสูญพันธุ์ไป และในอนาคต คนรุ่นต่อไปอาจจะได้ชมและเห็นสัตว์ป่าบางชนิด ก็แต่เพียงในสวนสัตว์เท่านั้น

๕. เป็นตัวควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ด้วยกันเอง เช่น ค้างคาวกินแมลง นกฮูกและงูสิงกินหนูต่างๆ นกกินตัวหนอนที่ทำลายพืชเศรษฐกิจ เป็นต้น ซึ่งเท่ากับ เป็นการช่วยประหยัดเงินในการที่จะต้องนำไปใช้ ในการกำจัดศัตรู ทั้งทางตรงและทางอ้อมเหล่านี้

๖. คุณค่าของสัตว์ป่าต่อทรัพยากรอื่นๆ สัตว์ป่ามีส่วนช่วยหลายอย่าง เช่น

๖.๑ ช่วยทำลายศัตรูป่าไม้ ได้แก่ ศัตรูตามธรรมชาติ จำพวกโรคและแมลง ศัตรูเหล่านี้ จะไม่ระบาดหากมีตัวทำลาย ซึ่งสัตว์ป่าหลายชนิดเป็นตัวกำจัดแมลง เช่น นกหัวขวาน นกไต่ไม้ จะกินแมลงและตัวหนอนตามลำต้น นกกินแมลงจะกินแมลงที่มาทำลายใบ ดอก และผล ตุ่น หนูผี จะกินหนอนที่มากินรากและลำต้นใต้ดิน หากไม่มีสัตว์เหล่านี้แล้ว ต้นไม้จะได้รับความเสียหาย และอาจจะตายได้ในที่สุด

๖.๒ ช่วยขยายพันธุ์ไม้ สัตว์ป่าบางชนิด ช่วยขยายพันธุ์โดยผสมเกสร เช่น นกกินปลี นกปลีกล้วย และค้างคาว เป็นต้น สัตว์ป่าเหล่านี้ จะช่วยผสมเกสรดอกไม้ ขณะที่กินน้ำหวานดอกไม้จากดอกหนึ่ง ไปยังอีกดอกหนึ่ง สัตว์ป่าบางชนิด เช่น นกขุนทอง นกเงือก ลิง ค่าง กวาง กระทิง วัวแดง เป็นต้น จะกินผลไม้เป็น อาหาร แล้วคายหรือถ่ายเมล็ดออกมาตามที่ ต่างๆ ที่สัตว์ท่องเที่ยวไป ซึ่งอาจจะช่วยในการ กระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ไปในที่ต่างๆ

๖.๓ ช่วยทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มูลสัตว์เกือบทุกชนิด ใช้เป็นปุ๋ยได้อย่างดี เท่ากับเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ในขณะเดียวกัน เมื่อสัตว์ป่าตายลง ซากของสัตว์ป่า ก็จะกลายเป็น ปุ๋ยได้เช่นเดียวกัน

การจัดการสัตว์ป่า

สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ประเภทที่เพิ่มพูนขึ้นได้ เช่นเดียวกับ ป่าไม้ ทุ่งหญ้า ดิน และน้ำ แต่จะต้องมีการบำรุงรักษา และใช้อย่างถูกต้อง ปัจจุบันเราใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าอย่าง ไม่ถูกวิธีเท่าที่ควร เป็นการใช้อย่างสิ้นเปลือง และไม่รู้คุณค่า และไม่พยายามหาวิธีทดแทนให้ พอเพียงและเหมาะสม ทำให้สัตว์ป่าบางชนิดได้ สูญพันธุ์ไปแล้ว เช่น สมัน และอีกหลายชนิด กำลังมีจำนวนลดน้อยลง หรือใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น นกยางจีน เป็ดน้ำ กูปรี กระซู่ แรด ละอง กวางผา เป็นต้น และถ้าหากสัตว์ป่าชนิดใดสูญพันธุ์ไปแล้ว ก็ไม่สามารถสร้างพันธุ์ของสัตว์ป่าชนิดนั้นขึ้นมา ได้อีก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดการสัตว์ป่า เพื่อการอนุรักษ์ต่อไป โดยมีหลักการจัดการดังนี้

๑. การป้องกัน เป็นการป้องกันให้สัตว์ป่าคงอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญของการจัดการสัตว์ป่า โดยสามารถดำเนินการได้ในรูปของการป้องกัน และปราบปราม การลักลอบล่าสัตว์ป่า การจำกัดการล่า การควบคุมสิ่งทำลาย รวมทั้ง การส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมี จิตสำนึก รู้คุณค่าของสัตว์ป่า และให้ความ เมตตาต่อสัตว์ เป็นต้น

๒. การอนุรักษ์พื้นที่ คือ การอนุรักษ์ให้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่หลบภัยของสัตว์ป่าอย่างปลอดภัย รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำ และแหล่งอาหารของสัตว์ป่าด้วย โดยทำการป้องกัน บำรุงรักษา และปรับปรุงแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำและ อาหารของสัตว์ป่าให้อยู่ในสภาพที่ดี และไม่ถูก ทำลายให้สูญหายไป เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ สัตว์ป่ามากที่สุด และมนุษย์เราก็จะได้ใช้ ประโยชน์จากสัตว์ป่าอีกทอดหนึ่ง

๓. การเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งอาจจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ โดยการควบคุมปัจจัยต่างๆ หรือทำให้เพิ่มขึ้น โดยการช่วยเหลือของคน และใช้วิทยาการสมัยใหม่เข้าช่วย เช่น การผสมเทียม เป็นต้น

๔. การค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ เพื่อนำผลการค้นคว้าวิจัย ไปประยุกต์กับการจัดการสัตว์ป่า ในอนาคตต่อไป และเมื่อกิจการด้านสัตว์ป่าเจริญมากขึ้น งานป้องกันและปราบปรามการลักลอบ ล่าสัตว์ป่าก็จะลดลง จึงควรเริ่มงานค้นคว้าวิจัย ทางวิชาการให้ควบคู่กับงานด้านการป้องกันและ ปราบปราม

๕. การใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า โดยหาวิธี ที่จะนำสัตว์ป่าต่างๆ มาใช้ให้บังเกิดประโยชน์ต่อสังคม ในทางที่เหมาะสม เช่น จัดสถานที่ชมสัตว์ป่า ให้ประชาชนได้เข้าไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือศึกษาหาความรู้ตามสมควร และหากมีจำนวนสัตว์ป่ามากพอ ก็อาจเปิดให้มีการล่าสัตว์นั้นๆ โดยอยู่ในความควบคุมดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใต้การใช้กฎระเบียบต่างๆ ที่จะปฏิบัติในการล่าสัตว์ด้วย
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป