สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 21
เล่มที่ ๒๑
เรื่องที่ ๑ กระบวนพยุหยาตรา
เรื่องที่ ๒ วีรสตรีไทย
เรื่องที่ ๓ ศิลปะการทอผ้าไทย
เรื่องที่ ๔ เครื่องถม
เรื่องที่ ๕ เครื่องปั้น
เรื่องที่ ๖ การตลาดและการส่งออกศิลปหัตถกรรม
เรื่องที่ ๗ พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน
เรื่องที่ ๘ การอนุรักษ์ และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
เรื่องที่ ๙ องค์การสหประชาชาติ และองค์การในเครือ
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๑ / เรื่องที่ ๗ พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน / พืชมีพิษ

พืชมีพิษ
ต้นบอน
ต้นบอน

หัวเผือก
หัวเผือก

ต้นพลับพลึง
ต้นพลับพลึง

ดอกสามใบตาย
ดอกสามใบตาย
พืชมีพิษ

มนุษย์ได้นำพิษของพืชบางชนิดมาใช้ประโยชน์ เช่น นำน้ำยางของพืชที่เป็นพิษมาใช้อาบลูกดอกไม้ ใช้ในการล่าสัตว์ หรือยิงศัตรู และนำพืชที่มีพิษหลายชนิดมาใช้เบื่อปลา ผู้คนพื้นบ้านได้สั่งสมความรู้ และประสบการณ์ ในการเสาะแสวงหาพืชอาหาร ในขณะเดียวกันได้รู้จักพืชที่มีพิษ เพื่อหลีกเลี่ยงพิษของพืช ที่ทำอันตรายต่อร่างกาย หรือการดำรงชีพ ผู้คนพื้นบ้านจึงต้องศึกษาหาวิธี ที่จะกำจัดพิษในพืชให้หมดไป จนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น
  • บอน (Colocasia antiquarum) ส่วนต่างๆ มียางที่ทำให้เกิดความระคายเคืองต่อเยื่อบุปากและลำคอ เมื่อยางถูกผิวหนัง ทำให้คันหรือเป็นผื่น แต่ชาวบ้านรู้จักนำก้านใบมาดองกับเกลือ กินต่างผักดอง หรือนำมาต้มเคี่ยวในแกงบอน
  • เผือก (Colocasia esculenta) นิยมใช้หัวเป็นอาหาร แต่ต้องต้มให้สุกเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่คัน เพราะในเผือกมียาง เช่นเดียวกับบอน แต่ปริมาณน้อยกว่า
  • กลอย (Dioscorea hispida) หัวกลอยให้แป้งมาก แต่มีสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาท ต้องสกัดสารที่เป็นพิษออกเสียก่อน โดยปอกเปลือก แล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ นำไปแช่ในน้ำไหล ๒-๓ วัน หรือหมักเกลือ นำมาคั้นน้ำทิ้ง ๒-๓ วัน แล้วจึงนำมาหุงต้มเป็นอาหารได้
  • หมามุ่ย (Mucuna pruriens) ไม้เถา ผลเป็นฝัก มีขนสีน้ำตาล เมื่อถูกผิวหนังทำให้คัน เมื่อฝักแก่ในฤดูร้อน ขนจะปลิวตามลมได้ง่าย ทำให้ผู้ที่สัมผัสมีอาการคัน โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • พลับพลึง (Crinum asiaticum) พืชล้มลุก มีหัวใต้ดิน ถ้ากิน ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง และท้องร่วง หากกินเกินขนาดจะตาย
  • สบู่ดำ (Jatropha curcas) และสบู่แดง (Jatropha gossypifolia) เมล็ดมีพิษ กินแล้วทำให้ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง
  • แสลงใจหรือมะตึ่ง (Strychnos nux-vomica) เมล็ดมีพิษ ถ้ากินเกินขนาด ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ขาสั่น ชัก ขากรรไกรแข็ง เป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ขี้กาแดง (Trichosanthes tricuspidata) ไม้เถา ผลสุกสีแดง เมล็ดมีพิษ กินแล้วถึงตาย
  • ตีนเป็ดน้ำ หรือตีนเป็ดทะเล (Cerbera odollam) ทุกส่วนมียางสีขาว ถูกผิวหนังทำให้เกิด ผื่นพุพอง เข้าตาทำให้เกิดแผลในตา ทำให้ตาบอด
  • ตาตุ่มทะเล (Excoecaria agallocha) ไม้ในป่าโกงกาง ยางสีขาว มีพิษมาก เข้าตา ทำให้ตาบอด ถ้าปนกับอาหาร กินเข้าไป ทำให้ท้องร่วงอย่างแรง แม้แต่หอยบางชนิด ที่เกาะไม้ชนิดนี้ ถ้าเก็บมาปรุงอาหาร ก็จะเกิดอาการท้องร่วงได้เช่นกัน
  • ยางน่อง (Antiaris toxicaria) ยางจากต้นเป็นพิษมาก ชาวพื้นเมืองหลายกลุ่ม ใช้ชุบปลายลูกศร ยิงสัตว์ใหญ่ แต่ต้องเฉือนเอาเนื้อสีเขียวคล้ำ ส่วนที่ถูกพิษยางน่องออกจนหมดเสียก่อน จึงใช้เนื้อเป็น อาหารได้
  • สามใบตาย หรือมะลิเหลือง (Gelsemium elegans) รากและใบมีพิษร้ายแรง รู้จักกันในหมู่ชาวเขาทางภาคเหนือ ชาวเขาเผ่ามูเซอร์เรียกว่า นาโง มีผู้ใช้รากของพืชชนิดนี้ ซอยให้ละเอียดเกือบเป็นผง แล้วบรรจุในซากสัตว์ ที่ใช้เป็นเหยื่อล่อเสือ หรือใช้เป็นยาพิษอาบลูกดอกยิงสัตว์ใหญ่ เนื่องจากพืชมีพิษร้ายแรงเกินไป จึงไม่ใช้ในการเบื่อปลาในแหล่งน้ำ
  • มะกล่ำตาหนู (Abrus precatorius) ไม้เถา เมล็ดมีพิษ กินแล้วถึงตาย เมื่อนำเมล็ดบดละเอียด ผสมน้ำหรือน้ำมันมะพร้าว ใช้พอกทาแก้กลากเกลื้อน และใช้เป็นยาฆ่าแมลงได้ด้วย
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป