สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 18
เล่มที่ ๑๘
เรื่องที่ ๑ สภาพแวดล้อมกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์
เรื่องที่ ๒ ประเพณีหลวง และประเพณีราษฎร์
เรื่องที่ ๓ การแต่งกายของคนไทย
เรื่องที่ ๔ กฎหมายกับสังคมไทย
เรื่องที่ ๕ ประวัติการพิมพ์ไทย
เรื่องที่ ๖ ภาษา และอักษรไทย
เรื่องที่ ๗ ยาฆ่าแมลง
เรื่องที่ ๘ ดิน และปุ๋ย
เรื่องที่ ๙ การเลี้ยงหมู
เรื่องที่ ๑๐ ระบบการค้าผลิตผลการเกษตร
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๑๘ / เรื่องที่ ๘ ดินและปุ๋ย / สำหรับเด็กเล็ก

สำหรับเด็กเล็ก ฟังเสียงอ่าน => บันทึกเสียง
 
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ เกิดขึ้นจากการผุพังของหินและแร่ มีอินทรียวัตถุผสมคลุกเคล้าเป็นเนื้อเดียวกัน เป็นแหล่งที่มาของปัจจัยสี่ เพื่อการดำรงชีพของมนุษย์ เพราะเราได้อาศัยปลูกพืชที่เป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
 
พืชและต้นไม้เจริญเติบโตได้ เนื่องจากในดินมีธาตุอาหาร มีน้ำและอากาศให้รากพืชได้หายใจ รากพืชจะดูดน้ำและธาตุอาหารไปหล่อเลี้ยงลำต้น รากพืชต้องมีอากาศหายใจ ดังนั้น การไถพรวนดินในการปลูกพืช ก็เพื่อช่วยปรับปรุงดินให้โปร่ง มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
ดินในบริเวณที่เปิดป่าใหม่ๆ เป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากดินชั้นบนสะสมอินทรียวัตถุ และธาตุอาหารพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ธาตุอาหารพืชถูกปลดปล่อยออกมา เนื่องจากการสลายตัวของอินทรียวัตถุ และการผุพังของหินและแร่ในดิน พืชที่ปลูกจึงงอกงาม และให้ผลผลิตสูง การปลูกพืช และเก็บเกี่ยวผลิตผลจากไร่นาแต่ละครั้ง เป็นการเก็บเกี่ยวธาตุอาหารหรือปุ๋ยในดินออกไปด้วยเช่นกัน การปลูกพืชติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จึงทำให้ดินสูญเสียธาตุอาหารพืช รวมทั้งอินทรียวัตถุในดิน ในที่สุดจะทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ลดลง กลายเป็นดินเลว ปลูกพืชไม่ได้ผลดีอีกต่อไป
ดังนั้นในการปลูกพืช จึงควรใช้ปุ๋ยปรับปรุงดิน เนื่องจากปุ๋ยที่ใส่ลงไปในดินจะปล่อยธาตุอาหารพืช ชดเชยธาตุอาหารพืชเดิมที่สูญเสียไป และยังสามารถเพิ่มเติมธาตุอาหารให้พืช เมื่อปลูกในดินที่มีธาตุอาหารไม่พอเพียง
 
ปุ๋ยเคมีจะปลดปล่อยธาตุอาหารอย่างเดียว เนื่องจากเป็นสารเคมี ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่ปุ๋ยอินทรีย์นั้น นอกจากจะปลดปล่อยธาตุอาหารแล้ว ยังช่วยปรับปรุงดินให้โปร่งและร่วนซุยอีกด้วย ปุ๋ยอินทรีย์มีปริมาณธาตุอาหารน้อยกว่าปุ๋ยเคมี และปลดปล่อยออกมาช้ากว่า เนื่องจากต้องรอให้จุลินทรีย์ในดินย่อยสลายให้ผุพังเน่าเปื่อยเสียก่อน ปุ๋ยอินทรีย์ทั่วๆ ไปก็ได้แก่ มูลสัตว์ต่างๆ ที่เรียกว่า ปุ๋ยคอก และเศษพืช ที่หมักให้เน่าเปื่อย ที่เรียกว่า ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมีผลิตจากแร่ธาตุตามธรรมชาติ เช่น ก๊าซไนโตรเจนจากอากาศ ก๊าซธรรมชาติ หินฟอสเฟต และแร่โพแทสเซียม ปุ๋ยเคมีเป็นสารเคมีที่ไม่ใช่สารมีพิษ และเป็นสารประกอบเคมีที่มีปริมาณธาตุอาหารพืชสูง ละลายน้ำง่าย เมื่อใส่ลงไปในดิน พืชจะดูดไปใช้ได้ง่าย ทำให้พืชเจริญเติบโตเพิ่ม ทั้งผลิตผล และคุณค่าทางโภชนาการ ปุ๋ยเคมีใช้เพียงเล็กน้อยก็เพียงพอ ผิดกับปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งต้องใช้ครั้งละมากๆ เนื่องจากมีธาตุอาหารต่ำ และปลดปล่อยออกอย่างช้าๆ
ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยปรับปรุงความโปร่ง และร่วนซุย ทำให้ดินอุ้มน้ำและปุ๋ยได้ดี ส่วนปุ๋ยเคมีมีธาตุอาหารมาก และปลดปล่อยธาตุอาหารพืชเร็ว ดังนั้น วิธีใช้ปุ๋ยที่ดีที่สุดคือ ใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์
หัวข้อถัดไป