สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 18
เล่มที่ ๑๘
เรื่องที่ ๑ สภาพแวดล้อมกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์
เรื่องที่ ๒ ประเพณีหลวง และประเพณีราษฎร์
เรื่องที่ ๓ การแต่งกายของคนไทย
เรื่องที่ ๔ กฎหมายกับสังคมไทย
เรื่องที่ ๕ ประวัติการพิมพ์ไทย
เรื่องที่ ๖ ภาษา และอักษรไทย
เรื่องที่ ๗ ยาฆ่าแมลง
เรื่องที่ ๘ ดิน และปุ๋ย
เรื่องที่ ๙ การเลี้ยงหมู
เรื่องที่ ๑๐ ระบบการค้าผลิตผลการเกษตร
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๑๘ / เรื่องที่ ๓ การแต่งกายของคนไทย / สำหรับเด็กเล็ก

สำหรับเด็กเล็ก ฟังเสียงอ่าน => บันทึกเสียง
ภูมิประเทศ และดินฟ้าอากาศ ที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การใช้เสื้อผ้าต่างกันไป ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในที่ซึ่งมีอากาศหนาว จำเป็นต้องใช้ผ้าหนา และเสื้อผ้าหลายชิ้น ผู้อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน ก็ใช้เสื้อผ้าบาง และน้อยชิ้น นอกจากนี้ คนต่างเผ่าก็มีความนิยมแตกต่างกัน ในด้านการแต่งกาย
ในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๓ มีข้อความกล่าวว่า ในฤดูหนาว เจ้าทรงเสื้อสีชั้นเดียว คาดส่านบ้าง แพรสีบ้าง ขุนนางสวมเสื้อ เข้มขาบอัตลัดแพรสี ๒ ชั้น ที่ได้รับพรระราชทาน เสนาบดีคาดส่านในวันที่ไม่หนาว หรือในฤดูร้อน ผู้ใดสวมเสื้อมาเข้าเฝ้าก็ไม่โปรด สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า "ข้าราชการมาจากบ้านมักเอาเสื้อคลุมมาด้วย ถ้าพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงฉลองพระองค์ ก็ต้องถอด หนาวแสนหนาวก็ต้องทนเอา บางคราวกำลังเฝ้า พระเจ้าแผ่นดินทรงเรียกฉลองพระองค์มาสวมก็มี จนเป็นที่สังเกตกันว่า เมื่อไรพระถันหด ข้าราชการก็ดีใจจะได้สวมเสื้อ"
เนื่องจากความนิยมในแต่ละถิ่นไม่เหมือนกัน ลักษณะของเครื่องแต่งกายของแต่ละถิ่น จึงมีแบบอย่างต่างกันไป ทั้งในเรื่องรูปแบบ และสีสัน ตลอดจนลักษณะของผ้า ซึ่งเป็นของที่ทำขึ้นใช้เองบ้าง มีมาขายจากต่างบ้านต่างเมืองบ้าง อย่างไรก็ตาม รูปแบบของเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายของคนไทยทั่วๆ ไป คงเป็นแบบง่ายๆ เจ้านาย หรือขุนนาง และผู้มีฐานะดี ใช้ผ้าดี มีราคา ผ้าบางชนิดก็ใช้ได้เฉพาะพวกขุนนางเท่านั้น เช่น ผ้าสมปัก
การแต่งกายได้เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย จึงไม่อาจกำหนดให้แน่นอนได้ แต่เข้าใจกันว่า ในสมัยสุโขทัย ผู้ชายนุ่งกางเกง และสวมเสื้อผ่าอกแขนสั้น ผู้หญิงนุ่งผ้าถุง และผ้าซิ่น ตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่น ต่อมาในสมัยอยุธยา ผู้ชายก็ยังคงนุ่งกางเกง และบางครั้งก็นุ่งผ้าพื้นอย่างที่เรียกกันว่า นุ่งโจงกระเบน คือ ม้วนชายผ้านุ่งทั้งสองชายเข้าด้วยกันให้เรียว คล้ายหางปลากระเบน แล้วเหน็บปลายผ้าที่ม้วนนี้ไว้ที่เอวด้านหลัง (ซึ่งยังเรียกอวัยวะส่วนนั้นของร่างกายว่า กระเบนเหน็บมาจนทุกวันนี้) จึงได้เรียกการนุ่งผ้าแบบนี้ว่า นุ่งโจงกระเบน ส่วนเสื้ออาจมีรูปแบบมากขึ้น เช่น แขนเสื้อยาว และเป็นรูปทรงกระบอก ครั้นถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ความนิยมในการแต่งกายก็เปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม ในสมัยนี้มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้น
การแต่งกายของเด็กอนุโลมตามแบบผู้ใหญ่
หัวข้อถัดไป