สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 13
เล่มที่ ๑๓
เรื่องที่ ๑ เรือนไทย
เรื่องที่ ๒ ชีวิตชนบทไทย
เรื่องที่ ๓ หัตถกรรมพื้นบ้าน
เรื่องที่ ๔ จิตรกรรมไทย
เรื่องที่ ๕ นาฏศิลป์ไทย
เรื่องที่ ๖ ตุ๊กตาไทย
เรื่องที่ ๗ การละเล่นของไทย
เรื่องที่ ๘ อาหารไทย
เรื่องที่ ๙ การประดิษฐ์ผักและผลไม้
เรื่องที่ ๑๐ การเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
เรื่องที่ ๑๑ ธนาคาร
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๑๓ / เรื่องที่ ๖ ตุ๊กตาไทย / ตุ๊กตาไทย

ตุ๊กตาไทย
ตุ๊กตาผ้าขนหนู ทำเป็นรูปชะนี ใช้สำหรับแขวนกิ่งไม้ในพิธีทอดผ้าป่า
ตุ๊กตาผ้าขนหนู ทำเป็นรูปชะนี ใช้สำหรับแขวนกิ่งไม้ในพิธีทอดผ้าป่า
ตุ๊กตาไทย

ตุ๊กตาเป็นของเล่นที่เด็กชอบมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตารูปคน หรือรูปสัตว์ ตุ๊กตาที่นับว่าเก่าแก่ที่สุด เป็นตุ๊กตารูปคน เป็นศีรษะผู้หญิง ไว้ผมแสกกลาง (ลำตัวสูญหายไป) ทำด้วยดินเผา หรือปูนปั้น ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔ พบที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อีกแบบหนึ่งที่พบเห็น เป็นศีรษะผู้หญิงมุ่นผมสูงกลางกระหม่อม มีเกี้ยวรัดผม ตุ๊กตาที่น่าสนใจเป็นพิเศษได้แก่ ตุ๊กตารูปคนเลี้ยงลิง ทำด้วยดินเผาสีแดง พบในบริเวณขุดแต่งเจดีย์หมายเลข ๑๓ ซึ่งเป็นเจดีย์ฐาน ๘ เหลี่ยม สันนิษฐานว่า อาจเป็นตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่น หรืออาจจะเป็นเครื่องรางของขลังตามคติชาวอินเดีย

ตามประวัติความเป็นมาของตุ๊กตา เดิมทีเดียว คงจะไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับให้เด็กเล่น แต่มุ่งหมายจะใช้ในพิธีฝังศพบ้าง หรือบรรจุในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ต่อมามีคนไปขุดพบ จึงนำรูปปั้นที่อาจจะมีทั้งคนและสัตว์กลับบ้าน เพื่อฝากเด็ก เมื่อเด็กชอบ ผู้ใหญ่จึงทำขึ้น เพื่อให้เด็กได้เล่นโดยตรง จึงเกิดมีตุ๊กตาขึ้น ตุ๊กตาสมัยก่อนๆ มักทำง่านๆ รูปแบบไม่ซับซ้อน โดยใช้วัสดุใกล้ตัว เช่น ดิน ผ้า ไม้ รังไหม ฯลฯ ไม่ต้องซื้อหาเล่น เสียแล้วก็ทำใหม่ได้ นอกจากจะปั้นตุ๊กตาเป็นรูปคนแล้ว ยังมีตุ๊กตาปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่เห็นในชีวิตประจำวันด้วย เช่น วัว ควาย หมู สุนัข เป็ด ไก่ นก ฯลฯ

ในสมัยกรุงสุโขทัยประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ นอกจากจะมีตุ๊กตาดินเผาแล้ว ยังมีตุ๊กตาเคลือบด้วยน้ำยาสีเขียว แม้แต่ของใช้ในบ้านก็ทำเป็นรูปคนหรือสัตว์ เช่น แจกันรูปช้างชูดอกบัวด้วยงวง มีควาญช้างนั่งอยู่บนคอช้าง เหยือกและกาน้ำรูปหงส์ เป็นต้น ชาวสุโขทัยนั้น มีฝีมือทางช่างสูงมาก การปั้นตัวตุ๊กตาจึงพัฒนาไปจากของเดิม และประณีตขึ้นมาก

เรานำตุ๊กตาไปใช้ด้วยจุดมุ่งหมายต่างๆ กัน เราจึงแบ่งตุ๊กตาออกได้หลายประเภท ดังนี้

๑. ตุ๊กตาที่ใช้ในพิธีกรรม
๒. ตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่น
๓. ตุ๊กตาฝีมือ หรือตุ๊กตาที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม
๔. ตุ๊กตาตามความเชื่อพื้นบ้าน
๕. ตุ๊กตาอื่นๆ
ตุ๊กตาศาลพระภูมิ
ตุ๊กตาศาลพระภูมิ
๑. ตุ๊กตาที่ใช้ในพิธีกรรม

ตุ๊กตาประเภทนี้ ใช้ในพิธีกรรมหลายอย่าง ที่ต้องมีตุ๊กตาประกอบ จึงจะทำให้พิธีนั้นสมบูรณ์ เช่น

๑.๑ ตุ๊กตาศาลพระภูมิ

ใช้กันมานาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หรืออาจจะก่อนนั้น แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏ เพราะศาลพระภูมิสมัยโบราณทำด้วยไม้อย่างง่ายๆ ไม่คงทนถาวร ตุ๊กตาศาลพระภูมิมีคนรับใช้ชายหญิง เพื่อรับใช้เทวดาประจำศาล และตุ๊กตาช้างม้า ก็ถวายเพื่อเป็นพาหนะ

๑.๒ ตุ๊กตาหญิงชายประกบกัน

ใช้ในพิธีแห่บั้งไฟของภาคอีสาน

๑.๓ ตุ๊กตาชะนีสีเหลือง

สำหรับติดกิ่งไม้ในพิธีทอดผ้าป่า
๒. ตุ๊กตาสำหรับเด็กเล่น

ตุ๊กตาประเภทนี้ มักทำอย่างง่ายๆ เมื่อเด็กเล่นสกปรกแล้ว ยังแก้ออกมาซักรีดได้ด้วย สามารถจะทำให้เด็กเล่นได้ภายใน ๒-๓ นาที คือ ตุ๊กตาที่ใช้ผ้าแถบของผู้หญิง หรือผ้าขาวม้าของพ่อมาม้วนปลายสองข้างเข้าหากัน จนมาชนกันที่กลางผืนผ้า แล้วหักปลายด้านบน เอาทางม้วนออก แล้วใช้เชือกผูก เด็กเล็กๆ ชอบมาก เพราะอุ้มสะดวก

ปัจจุบันตุ๊กตาผ้ามีวิวัฒนาการไปไกลมาก มีการใช้ผ้ามาตัดเย็บเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยัดนุ่นเป็นตัวคนอย่างเรียบร้อย เขียนหน้า สวมเสื้อผ้า และมีเครื่องประดับ สำหรับอุ้มเล่นได้ นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตาตัวสัตว์ยัดนุ่นเป็นแมว เต่า ช้าง สุนัข ฯลฯ ผ้าที่ใช้เย็บตุ๊กตามักเป็นผ้าดอก สีฉูดฉาด ตุ๊กตามีหลายขนาด จะอุ้มเล่นก็ได้ ขึ้นไปขี่เล่นก็ได้ ไม่แตกหักเสียหายง่าย จึงไม่เป็นอันตรายกับเด็ก บางทีประดิษฐ์เป็นตัวหนอนยาวๆ สำหรับให้เด็กกอดนอน

ตุ๊กตาของไทยแท้อีกอย่างหนึ่งคือ ตุ๊กตากระดาษ เช่น ตุ๊กตาหมู การทำจะเริ่มต้นด้วยการปั้นหุ่นด้วยดิน ตากหุ่นให้แห้ง แล้วเอากระดาษสา หรือกระดาษหนังสือพิมพ์มาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ให้ได้ขนาดตามความเหมาะสม แล้วแช่น้ำพอนุ่ม ต่อไปจึงเอาน้ำมันทาหุ่นดิน แล้วนำกระดาษชื้นๆ มาทาแป้งเปียก ปิดไปบนหุ่นหลายๆ ชั้นให้หนาพอ เมื่อกรีดกระดาษออกจากหุ่นแล้ว จึงปิดรอยกรีดด้วย กระดาษทาแป้งเปียก เสร็จแล้วนำออกตากแดดจัดๆ ให้แห้งสนิท ทาสีแดง แล้วแต่งแต้มตัวหมูให้น่าดู ตุ๊กตาหมูนี้จะทำหลายขนาด เพื่อให้เด็กอุ้มได้ และขึ้นขี่ได้ โดยตุ๊กตาไม่เสียหาย ปัจจุบันนี้ นอกจากตุ๊กตาหมูแล้ว ยังมีตุ๊กตาม้าลาย ยีราฟ ฯลฯ
ตุ๊กตาชาววังขนาดต่าง ๆ
ตุ๊กตาชาววังขนาดต่างๆ


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตุ๊กตานางรจนา
ตุ๊กตานางรจนาในบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง
ตอนนางรจนาเสี่ยงพวงมาลัย

ตุ๊กตาชาวเขา
ตุ๊กตาชาวเขา

ตุ๊กตารำไทย
ตุ๊กตารำไทย

ตุ๊กตารำไทย
ตุ๊กตารำไทย

ตุ๊กตาดินเผาเด็กเรียนหนังสือกับพระ
ตุ๊กตาดินเผาเด็กเรียนหนังสือกับพระ

ตุ๊กตาดินเผาเด็กเรียนหนังสือกับพระ
ตุ๊กตาดินเผาเด็กๆ เล่นอีกาฟักไข่


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตุ๊กตาอิเหนา ในบทละครเรื่องอิเหนา
ตุ๊กตาอิเหนา ในบทละครเรื่องอิเหนา

ตุ๊กตากุมารน้อย
ตุ๊กตากุมารน้อย

ตุ๊กตาทศกัณฐ์ ในบทละครเรื่องรามเกียรติ์
ตุ๊กตาทศกัณฐ์ ในบทละครเรื่องรามเกียรติ์
๓. ตุ๊กตาฝีมือ หรือตุ๊กตาที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม

ตุ๊กตาประเภทนี้ ส่วนมากจะไม่ใช้เล่น แต่จะวางไว้ให้เด็กชมและจับต้องได้อย่างระมัดระวัง ประโยชน์ของตุ๊กตาชนิดนี้อยู่ที่ การให้เด็กได้อยู่ใกล้ และชมความงามอันประณีต เด็กๆ จะค่อยๆ ซึมซับความละเอียดอ่อนของศิลปะ ทำให้เกิดอารมณ์อ่อนโยน รู้จักถนอมของที่มีค่า เชื่อกันว่า คนชอบศิลปะอย่างแท้จริงนั้น จะไม่ทำชั่ว และทำผิด ผู้ผลิตตุ๊กตาประเภทนี้ถือว่า เป็นศิลปิน มีแบบอย่างของตนโดยเฉพาะ หาตัวแทนยาก สมควรที่จะรู้จักทั้งตัวศิลปิน และผลงาน

๓.๑ ตุ๊กตาชาววัง

ชื่อของตุ๊กตาชนิดนี้ บ่งว่า เป็นตุ๊กตาที่ทำกันในวัง เป็นตุ๊กตาที่ทำเล่นกันเฉพาะเจ้านายในพระบรมมหาราชวังสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประวัติ และกระแสหนึ่งเล่าว่า เจ้าจอมมารดา ม.ร.ว.ย้อย ดิศรางกูร ได้ปั้นตุ๊กตาชาววังถวาย พระราชธิดาคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อรพินเพ็ญภาค เมื่อเจ้านายองค์น้อยทอดพระเนตร ตุ๊กตาก็ทรงโปรด เจ้าจอมมารดาย้อยจึงปั้นขายที่ตำหนักของท่านเอง

ศิลปินผู้ปั้นตุ๊กตาชาววังคนสุดท้าย คือ นางแฉ่ง สาครวาสี สกุลเดิม สุวรรณโน มีพี่สาวคนหนึ่งเป็นข้าหลวงของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรพินเพ็ญภาค นางแฉ่ง สาครวาสี บ้านเดิมอยู่ที่ตึกดิน ถนนดินสอ มารดามีอาชีพปั้นตุ๊กตาแก้บนส่งจำหน่าย โดยใช้ดินเหนียว ในคลองตึกดินอันเป็นคลองแยกมาจากคลองหลอด

พี่สาวนางแฉ่งหัดปั้นตุ๊กตาอยู่ กับเจ้าจอมมารดาย้อยประมาณ ๑ ปี ก็ลาออก จากวัง กลับมาอยู่บ้าน มาสอนน้องสาวอีก ๒ คน ให้ปั้นตุ๊กตาชาววัง การจำหน่ายตุ๊กตาชาววัง ที่งานภูเขาทอง ทำให้ผู้คนรู้จักตุ๊กตาชาววังอย่างกว้างขวาง จนปั้นจำหน่ายไม่ค่อยจะทัน

ตุ๊กตาชาววังมี ๓ ขนาด คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ที่นิยมกัน มากคือ ขนาดเล็ก ซึ่งสูงประมาณ ๒ เซนติเมตร ขนาดใหญ่จะสูงประมาณ ๔ เซนติเมตร ปั้นเป็น ผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กกำลังนั่งและคลาน ท่านั่งเอน นอนคว่ำ ตะแคง คุกเข่า ประมาณอย่างละ ๘ ท่า ส่วนเด็กเล็กนั้น มีที่ไว้ผมแกละ ผมจุก และผมเปีย ส่วนผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงนั้น มีลักษณะพิเศษคือ แต่งกายอย่างชาวเหนือ ที่เป็นเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า พระวรชายาเจ้าดารารัศมี ยังคงประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง

นอกจากตุ๊กตาเดี่ยวแล้ว ยังมีตุ๊กตาชุดตามเรื่องในวรรณคดี มีทั้งรามเกียรติ์ ละครนอก และละครใน การปั้นตุ๊กตาจะปั้นขาก่อน แล้วจึงขึ้นตัว ส่วนตัวนั้นมีพิมพ์กดเอาไว้ เสร็จแล้วนำดินไปผึ่งให้แห้ง ต้องระวังไม่ให้ถูกแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดจัด ดินจะร้าว เสร็จแล้วจึงนำไปเผาในเตาถ่าน ที่ใช้หุงต้มอาหารในครัว เชื้อเพลิงคือ แกลบ เผาแล้วสุมไว้ตลอดคืน เพื่อให้ตุ๊กตาเย็นสนิท ต่อไปจึงนำตุ๊กตานั้นมาลงสีผิว โดยใช้ฝุ่นผัดหน้าที่เรียกว่า ฝุ่นจีน มาละลายน้ำจนข้น แล้วจึงแต่งหน้า ทาปาก เขียนเสี้อผ้า ใช้สีตามความนิยมของชาววัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสื้อผ้าของผู้ใหญ่ ผู้หญิงจะต้องนุ่งห่มสีตัดกันตามวัน

วันอาทิตย์ นุ่งแดงห่มเขียว หรือจะกลับกันก็ได้
วันจันทร์ นุ่งม่วงหรือน้ำเงิน ห่มเหลือง
วันอังคาร นุ่งชมพูห่มน้ำเงิน หรือกลับกัน
วันพุธ นุ่งน้ำเงินห่มสไบเขียว
วันพฤหัสบดี นุ่งน้ำเงินห่มแสด หรือกลับกัน
วันศุกร์ นุ่งน้ำเงินห่มชมพูหรือ บานเย็นคล้ายวันอังคาร
วันเสาร์ ห่มสีม่วงนุ่งสีเหล็ก หรือเทาแก่

ตุ๊กตาชาววังของนางแฉ่ง สาครวาสี รูปร่างสะโอดสะอง คอระหง ทรงผมตัด หรือเกล้ามวย ท่าทางฝ่ายหญิงอ่อนช้อย ฝ่ายชายสง่าและขึงขัง ส่วนเด็กนั้นรื่นเริงน่าเอ็นด ูเหมือนธรรมชาติมาก ท่าทางต่างๆ กันตามเพศและอายุ มักเป็นอิริยาบถประจำวันของคนนั่งพื้น ไม่ใช้เก้าอี้ ผิวเนียน เพราะใช้ฝุ่นดี มีนิ้วมือนิ้วเท้าทุกตัว

หลังจากพี่สาว และน้องสาวถึงแก่กรรม นางแฉ่งจึงเป็นผู้ปั้นตุ๊กตาชาววังแต่เพียงผู้เดียว และเป็นคนสุดท้าย นางแฉ่งถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมอายุได้ ๘๗ ปี ท่านเลิกทำตุ๊กตาชาววังหลายปี ก่อนถึงแก่กรรม แต่ได้มอบวิชาการปั้นตุ๊กตาชาววัง ให้แก่อาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ๒ ท่าน เพื่อนำไปเผยแพร่ ที่โครงการศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ ตำบลบางเสด็จ หมู่บ้านวัดท่าสุทธาวาส อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

การทำตุ๊กตาชาววังของชาวบ้าน วัดท่าสุทธาวาสนี้ ยังผลให้ชาวบ้านมีฐานะดีขึ้นโดยทั่วกัน แต่การประดิษฐ์ตุ๊กตาเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด ทำให้มีความประณีตไม่เท่าผลงานของนางแฉ่ง สาครวาสี

๓.๒ ตุ๊กตาบางกอกดอลล์

ตุ๊กตา ประเภทนี้จัดเข้าอยู่ในประเภทตุ๊กตาผ้า ปัจจุบัน มีผู้ประดิษฐ์ตุ๊กตาผ้ายัดนุ่นขึ้นมามาก แต่ตุ๊กตาผ้าที่ทำขึ้นอย่างประณีตได้มาตรฐานสากลนั้น เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล เป็นตุ๊กตาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

คุณหญิงทองก้อน จันทวิมล ศิลปินคนแรกที่ประดิษฐ์ตุ๊กตาไทยทำด้วยผ้า สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตร์บัณฑิต และประโยคครูมัธยม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเข้ารับราชการในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หลังจากสมรสกับนายอภัย จันทวิมล แล้วก็ลาออกจากราชการ คุณหญิงทองก้อนมีความสนใจในงานประดิษฐ์หลายประเภท เช่น งานประดิษฐ์ดอกไม้ เทียน งานจัดดอกไม้พาน การตัดเย็บเสื้อผ้า และเป็นผู้ค้นคว้าศึกษาตัวละครในวรรณคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๘ คุณหญิง ทองก้อนได้มีโอกาสเข้าเรียนและฝึกหัดการประดิษฐ์ตุ๊กตาในหลักสูตรพิเศษ ๕ วัน ของโรงเรียนโอซาวาดอลล์ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ คุณหญิงได้อ่านบทความเรื่อง "ตุ๊กตาฟิลิปปินส์" ของ แพทย์หญิงอเลลี ควีรีโน ในนิตยสารฟรีเวิร์ลด์ แล้วเกิดความบันดาลใจว่า ตนเองก็ควรจะทำตุ๊กตาได้ จึงนำชิ้นส่วนของตุ๊กตาญี่ปุ่นมาประดิษฐ์เป็นตุ๊กตาหญิงไทยโบราณขึ้น ในปีเดียวกันนั้นคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล ได้ประดิษฐ์ตุ๊กตาละครรำสูง ๑๖ นิ้ว ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในนามของสมาคมศิษย์วังหลังวัฒนา ในฐานะนักเรียนเก่าของโรงเรียน ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัยยิ่งนัก

หลักของการประดิษฐ์ตุ๊กตาของคุณหญิงนั้นมีอยู่ว่า ตุ๊กตาจะต้องมีส่วนสัด เป็นคนไทยแท้ๆ สวมเครื่องแต่งกายแบบไทย ที่สวยงามเหมาะสม การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการผลิตตุ๊กตาจากหนังสือ และจากศิลปินหลายท่าน ได้ช่วยให้คุณหญิงประสบความสำเร็จ ในการประดิษฐ์ตุ๊กตา เช่น ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี ได้ให้คำแนะนำในด้านส่วนสัดของตุ๊กตา พระยาเทวาธิราช ให้คำแนะนำในด้านวัฒนธรรมไทย หลวงวิศาลศิลปกรรม ให้คำแนะนำในด้านการออกแบบลายผ้า สร้างแบบหัวโขน และเครื่องประดับ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับลายไทยด้วย ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนีย์ ให้คำแนะนำในด้านนาฏศิลป์ นายมนตรี ตราโมท ให้คำแนะนำในด้านเพลงไทย นายเรวัต เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ให้คำแนะนำในด้านการเขียนหัวโขน นายชิต เหรียญประชา ให้คำแนะนำในด้านการทำแม่พิมพ์ต่างๆ และนายประชุม มานะ ให้คำแนะนำในการเขียนหน้าตุ๊กตา ซึ่งช่วยทำให้หน้าตุ๊กตามีลักษณะเป็นคนไทย

ผลงานการประดิษฐ์ตุ๊กตาอันประณีตของคุณหญิงทองก้อน ทำให้มีผู้เชิญคุณหญิง จัดนิทรรศการตุ๊กตาทั้งในและนอกประเทศบ่อยๆ และสม่ำเสมอ นิทรรศการที่สำคัญคือ นิทรรศการเพื่อส่งเสริมสัมพันธภาพไทย-อเมริกัน ณ โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นตุ๊กตาชุดเด่นแสดงการลงนามในสัญญาทางไมตรีฉบับแรก เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๗๖ โดยนายเอ็ดมันด์ โรเบิรตส์ กับ เจ้าพระยาพระคลัง (ดิส บุนนาค)

เกียรติครั้งล่าสุดที่คุณหญิงได้รับก็คือ การที่ตุ๊กตาบางกอกดอลล์ของคุณหญิง ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดตุ๊กตาพื้นเมืองนานาชาติ ครั้งที่ ๓ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ณ เมือง คราคอฟ ประเทศโปแลนด์ มีชาติต่างๆ ส่งตุ๊กตาเข้าแข่งขันรวม ๑๘ ชาติ บางกอกดอลล์ได้รับหางนกยูงทองอันงดงามเป็นรางวัลชนะเลิศ ใน ครั้งนี้รูปแบบของตุ๊กตาผ้าของคุณหญิง ทองก้อน จันทวิมล นั้นมีหลากหลาย ซึ่งจัดได้ เป็น ๔ แบบด้วยกันคือ

๑. ตุ๊กตาโขนละคร

ตุ๊กตาแบบนี้ อาจเป็นตุ๊กตาเดี่ยว หรือจัดเป็นฉากเป็นตอน ส่วนมากจะเป็นตัวละครเรื่องรามเกียรติ์ แต่งตัว และแสดงท่ารำเหมือนตัวโขน บางทีก็เป็นตุ๊กตาคู่ตัวกษัตริย์ของทางมนุษย์และยักษ์รบกัน มีท่ารบประกอบด้วยตัวตุ๊กตา ๒-๔ ตัว หากเป็นนิทรรศการ เช่น การยาตราทัพประจันหน้า หรือตอนไมยราพสะกดทัพ ตัวละคร อาจมีถึง ๒๐๐ ตัวขึ้นไป ตุ๊กตาแม่บทเล็กมี ๑๘ ตัว แต่ละตัวแสดงท่ารำตามแม่บท ถ้ามาจากละครรำ จะมีตัวพระตัวนางของแต่ละเรื่อง เช่น เจ้าเงาะ และรจนาตอนเสี่ยงพวงมาลัย ตุ๊กตาพราหมณ์รำฉุยฉาย ฯลฯ แต่งตัวเหมือนแสดง บนเวที

๒. ตุ๊กตาชาวเขาเผ่าต่างๆ

มีเผ่าอีก้อ แม้ว เย้า มูเซอร์ ลีซอ และยาง แต่ละตัวแต่งกายถูกต้องตามแบบแผนของแต่ละเผ่า รวมทั้งสีและเครื่องประดับ

๓. ตุ๊กตาชาวไทยสมัยต่างๆ

เป็นตุ๊กตาคู่ชายหญิง แต่งกายตามสมัยนั้นๆ เช่น สมัยกรุงสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. ๒๔๗๕

๔. ตุ๊กตาชาวนา ชาวบ้าน และคนไทยอาชีพต่างๆ

เช่น ชาวประมงน้ำจืด แม่ค้า ฯลฯ

ตุ๊กตาต่างๆ เหล่านี้จะหาชมได้ ในพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาของร้านทำตุ๊กตาบางกอกดอลล์ น่าดูมาก และอาจใช้เป็นอุปกรณ์การสอนวิชาภูมิศาสตร์ หรือวัฒนธรรมพื้นบ้าน และศิลปะการร่ายรำ มีประโยชน์แก่ผู้ที่ได้ชม ทุกเพศทุกวัย และทุกสถานภาพ

๓.๓ ตุ๊กตาชาวบ้านอยุธยาของ นางสาวสุดใจ เจริญสุข

นางสาวสุดใจ เจริญสุข เป็นชาวอยุธยาโดยกำเนิด นับเป็นศิลปินพื้นบ้าน ที่หาได้ยากในการปั้นตุ๊กตา ตุ๊กตาแต่ละตัวจะแสดงการดำเนินชีวิต อิริยาบถ การละเล่นพื้นบ้าน การเล่นของคนในชนบท เช่น การว่าเพลงเรือ ชายพายลำหนึ่ง หญิงพายลำหนึ่ง เล่นไม้หึ่ง เดินก๊อบแก๊บที่ใช้กะลาตัวเมียร้อยเชือกยาวพอจะถือ และยกด้วยมือได้ ขี่ม้าส่งเมือง เดินไม้สูง มอญซ่อนผ้า ฯลฯ ชีวิตประจำวันพื้นบ้านก็ได้แก่ ยายนั่งไกว เปลหลาน หญิงแก่ไหว้พระภูมิ หญิงอาบน้ำ ลูกน้อยที่นอนหงายอยู่ที่หว่างขา เด็กชายขี่ม้าก้านกล้วย แม่ค้ากลับบ้านหาบลูกไว้ในกระจาดใบที่อยู่ข้างหน้า ฯลฯ ตุ๊กตาเหล่านี้แม้จะเล็กอย่างไรก็มีสีหน้า และได้สัดส่วน ทั้งอยู่ในอิริยาบถ ที่มีชีวิตชีวาอีกด้วย

นางสาวสุดใจ เจริญสุข เกิด เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่ตำบลกระมัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหลานปู่นายอุทัย สุวรรณนิล ช่างปั้น พระที่กรุงเทพฯ นายอุทัยมีความริเริ่มสูงมาก จึงนำเอาความรู้ทางปั้นพระมาปั้นตุ๊กตาคนและสัตว์ ทีแรกก็ปั้นตัวขนาดใหญ่ก่อน แล้วจึงย่อให้เล็กลงๆ จนเล็กมากขนาดนิ้วทารก นางสาว สุดใจมีพรสวรรค์ทางการปั้นสูง ได้เริ่มปั้นตั้งแต่ อายุเพียง ๔ ขวบ

ต่อมานายอุทัยได้รับพระราชทานโล่ที่ระลึกผลงานช่างฝีมือดีเด่น จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เข้าไปอยู่ในวัง นางสาวสุดใจจึงกลับมาอยู่กับนายเนี้ยว และนางบุญส่ง ผู้เป็นบิดามารดา ที่เชิงสะพานปรีดีธำรง และยึดอาชีพทางปั้นตุ๊กตาตลอดมา การปั้นตุ๊กตาของนางสาว สุดใจเป็นการปั้นระดับศิลป์ มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง จนไม่อาจจะถ่ายทอดให้ผู้อื่น หรือไม่มีผู้ใดลอกเลียนแบบได้

นางสาวสุดใจทำงานนี้บนบ้าน เป็นเรือนฝากระดานใต้ถุนสุง แม้จะมีความเป็นอยู่ง่ายๆ แต่ก็มีผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมากไปขอชมผลงาน

การปั้นลงทุนต่ำมาก ใช้ดินแถวเชิงสะพานปรีดีธำรงนั่นเอง เอามากรองและนวด ดินก้อนไม่สู้ใหญ่ แต่ทำตุ๊กตาได้เป็นร้อยตัว เครื่องมือมีมีดเล่มเดียว เมื่อปั้นดัดแขนขาตามอิริยาบถที่ต้องการแล้ว ก็จะนำไปผึ่งในที่แดดไม่จัด แล้วเผาในเตาหุงต้มธรรมดาด้วยแกลบ สุมไว้จนมอดตลอดคืนให้คลายความร้อน จึงนำมาลงสีในภายหลัง

นางสาวสุดใจ เจริญสุข เป็นศิลปินอิสระ ผู้ใดจะขอดูเวลาปั้น หรือเวลาทำงาน ก็จะอธิบายให้ฟังโดยไม่ปิดบัง แต่ก็คงยังเป็นศิลปินปั้นตุ๊กตาที่มีชื่อเสียงเพียงคนเดียว งานจึงท่วมท้น ทำไม่ทันตามสั่งหรือจอง ขณะนี้ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ตุ๊กตาดินเผาที่ประดิษฐ์มีจำหน่ายที่บ้านของนางสาวสุดใจเอง บ้านเลขที่ ๔๐ ตำบลกระมัง เชิงสะพานปรีดีธำรง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๓.๔ ตุ๊กตาไทยของนายจักรพันธุ์ โปษยกฤต

ตุ๊กตาไทยนี้ เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้นด้วยความประณีตบรรจงสูงมาก อันที่จริงแล้ว นายจักรพันธุ์ โปษยกฤตนั้น เป็นจิตรกร แต่บางครั้งก็ผลิตผลงานศิลปะไทยหลายแขนงด้วยกัน เช่น ทำตัวหุ่น ซึ่งจัดแสดงเป็นครั้งคราว โดยเป็นผู้เชิดหุ่นเอง เครื่องแต่งตัวหุ่นของนายจักรพันธุ์นั้นปักและประดับเครื่องแต่งตัว ที่ทำจากทองและพลอยจริงๆ นอกจากนั้นก็ปั้นตุ๊กตา

ตุ๊กตาไทยของนายจักรพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยที่รักศิลปะนั้น มีดังนี้

ตุ๊กตาพราหมณ์เกศสุริยง ตัวละคร จากละครนอกเรื่อง "สุวรรณหงส์" เป็นเรื่องที่จัดแสดงกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ แต่งไว้หลายสำนวน แต่ที่ชอบนำมาเล่นกันมากคือ บทพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ (พระองค์เจ้าทินกร - ต้นราชสกุลทินกร ณ อยุธยา) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเจ้าจอมมารดาศิลา

ตุ๊กตาเด็กโกนจุก สูง ๒๒ เซนติเมตร เตี้ยกว่าตุ๊กตาพราหมณ์เกศสุริยงเล็กน้อย ไม่ใช่ตัวละครในวรรณคดี การประดิษฐ์เสื้อผ้าเครื่องประดับนั้นใช้ทองจริง และทับทิมแท้เหมือนกันทั้งสองตัว ประดิษฐ์เสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐

ตุ๊กตานางกวัก ตุ๊กตานางกวักนั้นมีมานานจนไม่ทราบว่าทำขึ้นในสมัยใด เป็นครั้งแรก นิยมตั้งไว้บูชาตามบ้านหรือร้านค้า เป็นรูปหญิงนั่งพับเพียบ เท้าแขนซ้าย และยกมือขวาขึ้นกวัก เชื่อกันว่า เรียกผู้คนเข้ามาอุดหนุนซื้อสินค้า หรือนำเอาเงินทองมาให้ ผู้ที่ได้ชมตุ๊กตานางกวักของนายจักรพันธุ์จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นตุ๊กตานางกวัก ที่สวยที่สุด ในสมัยรัตนโกสินทร์

ตุ๊กตากุมารน้อยจากวรรณคดี เป็นตุ๊กตากุมาร ที่ใช้ได้กับตัวละคร ที่เป็นเด็ก ทั้งในโขนหรือละครไทย เช่น พระลักษมณ์ในเรื่องรามเกียรติ์ พระสังข์ในเรื่องสังข์ทอง สังข์ศิลป์ไชย ในเรื่องสังข์ศิลป์ไชย หรือสียะตราในเรื่องอิเหนา

ตุ๊กตากุมารน้อยของนายจักรพันธุ์ โปษยกฤต ตัวนี้เป็นเด็กชายน่าเอ็นดู แต่งตัวเช่น โอรสกษัตริย์

ตุ๊กตาของนายจักรพันธุ์ทุกตัว เวลาทำ จะมีลูกมือ ๓-๕ คน ถึงกระนั้นยังต้องใช้เวลาประดิษฐ์ตัวละประมาณเกือบ ๑ ปี จึงจะแล้วเสร็จ หล่อด้วยวัสดุพิเศษ เสื้อสไบปักด้วยดิ้น เลื่อม และลูกปัดแก้วขนาดจิ๋ว ลงบนผ้าไหมไทย เครื่องประดับทำด้วยทองและอัญมณีแท้ ทั้งดอกไม้ทัด อุบะห้อย ประดิษฐ์ด้วยความประณีต และแลดูได้สัดส่วนทุกส่วน
ตุ๊กตาแก้บน
ตุ๊กตาแก้บน
๔. ตุ๊กตาตามความเชื่อพื้นบ้าน

ตุ๊กตาประเภทนี้มักประดิษฐ์ง่ายๆ ด้วยฝีมือชาวบ้าน และใช้ในเชิงไสยศาสตร์ เช่น

๔.๑ ตุ๊กตาเสียกบาล


เป็นตุ๊กตาดินเผา และดินเผาเคลือบสมัยสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐) เป็นผู้หญิงมือถือของใช้ อุ้มเด็ก ฯลฯ ตุ๊กตาประเภทนี้คงจะไม่มีความมุ่งหมาย ที่จะให้เป็นของเล่นของเด็ก ตุ๊กตาประเภทนี้ ปั้นขึ้นเมื่อเวลามีคนเจ็บป่วยในบ้าน เพื่อสมมติว่า เป็นตัวแทนของคนป่วยนั้น เรียกกันว่า ตุ๊กตาเสียกบาล ตุ๊กตานี้จะถูกหักคอ หรือต่อยหัวออก เพื่อลวงผีว่า คนเจ็บผู้นั้นตายไปแล้ว จะได้ไม่มาเอาชีวิตของคนป่วย

๔.๒ ตุ๊กตาแก้บน


เป็นตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้น หรือซื้อหามา "แก้บน" หลังจากการบนบานศาลกล่าว ขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยโดยให้คำมั่นสัญญาว่า จะให้สิ่งของตอบแทน ถ้าช่วยให้สิ่งที่ขอร้องนั้นเป็นผลสำเร็จ ซึ่งเมื่อเป็นผลสำเร็จตามที่ขอไว้ ผู้ที่บนบานก็จะมาแก้บน ตามสัญญาที่ให้ไว้

ตุ๊กตาแก้บนที่เห็นมากก็คือ ตุ๊กตาที่ใช้แก้บนเทวดา เจ้าที่ หรือพระภูมิเจ้าที่ ที่สถิตบนศาลพระภูมิ หรือศาลเพียงตา ที่สร้างไว้ในบริเวณบ้าน ผู้บนมักจะบนไว้ด้วยละคร โดยบ่งจำนวนโรง โรงละครนั้นทำง่ายๆ และวิวัฒนาการไปตามสมัย ในสมัยโบราณมักปั้นตัวละครด้วยดินสอพอง (ประกอบง่ายๆ ในโรงโปร่ง) มีจำนวน ๓ ตัว คือ พระ นาง และตัวรับใช้ชาย ในปัจจุบันมักทำด้วยเครื่องปั้นดินเผา ใช้สีทาบ้านระบาย เป็นเสื้อผ้า ละครที่แก้บนนี้ ทำแทนละครชาตรี ผู้ที่มีเงินจ้างละครชาตรี จะจ้างให้มาแสดงจริงๆ ไม่ใช้ตุ๊กตา ในการบนตุ๊กตาชุดนี้ จะนับจำนวนโรงว่า ถ้าสมหวังจะแก้บนด้วยตุ๊กตาละครกี่โรง ส่วนมากจะบนตั้งแต่ ๒ โรงขึ้นไป บางทีใช้ช้าง ไม้แก้บน ซึ่งส่วนมากจะถวายท้าวมหาพรหม

นอกจากแก้บนด้วยตุ๊กตาละครและช้างแล้ว ยังมีม้าดินเผา หรือม้าปูนปั้นแก้บนได้อีกด้วย

๔.๓ ตุ๊กตากุมาร

ส่วนมากจะเป็นตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผา ทำเป็นเด็กผู้ชายไว้จุก ตั้งไว้ในที่สูง เพื่อบูชากราบไหว้ เชื่อกันว่า จะช่วยเฝ้าบ้านให้ได้ ต้องมีการเซ่นด้วยอาหารคาวหวาน ทุกวัน ซึ่งอาจจะได้ความคิดมาจากกุมารทองในเรื่องขุนช้างขุนแผน

๔.๔ ตุ๊กตานางกวัก

ประดิษฐ์เป็นหญิงสาว แต่งตัวสวยงาม สวมกระบังหน้า ท้าวแขนซ้าย และยกมือขวากวักไปข้างหน้า เชื่อกันว่า สามารถเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน และกวักเงินทองโชคลาภมาให้ ส่วนมากจะทำด้วยโลหะ ขนาดพอสมควร ที่จะตั้งไว้ในที่สูงหรือหิ้ง บางแห่งจะมีเครื่องเซ่น บูชาด้วยธูปและดอกไม้
ตุ๊กตาลิง ประดิษฐ์จากผลมะพร้าวแห้ง
ตุ๊กตาลิง ประดิษฐ์จากผลมะพร้าวแห้ง
๕. ตุ๊กตาอื่นๆ

ตุ๊กตาที่น่าสนใจนอกเหนือ จากที่กล่าวมาแล้วก็คือ ตุ๊กตาลิงของภาคใต้ เป็นหัตถกรรมที่ผลิตจากผลมะพร้าวแห้งทั้งผล โดยปอกเปลือกแข็งออกจนหมด แล้วใช้มีดปลายแหลมแกะเปลือกมะพร้าวที่ติดอยู่กับกะลาให้ได้เค้าเป็นรูปลิงนั่ง ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยมีด ใช้กระดาษทรายขัดผิวให้เรียบตามต้องการ แล้วลงสีดำ ทำเป็นรูปนิ้วมือ นิ้วเท้า จมูก คิ้ว และขอบตา แล้วลงสีทำเป็นฟัน ลงสีแดง ทำเป็นเหงือกและปาก ใช้ลูกแก้วฝังทำเป็นนัยน์ตา แล้วลงสีดำทำเป็นตาดำ ใช้ริบบิ้นทำเป็นพู่ผูกคอ และอาจประดับตกแต่งด้วยหมวก แว่น หรือบ้องสูบกัญชา ที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้ดูท่าแปลกยิ่งขึ้น

ตุ๊กตาลิงนิยมทำกันในหมู่ชาวสวนมะพร้าว เช่นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
ตุ๊กตาผ้าไทย
ตุ๊กตาผ้าไทย
วัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์ตุ๊กตา

วัสดุที่คนไทยใช้ทำตุ๊กตาให้ลูกหลานเล่นนั้น มักจะหาได้จากสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ต้องซื้อหา วัสดุที่ใช้ทำตุ๊กตามีหลากหลาย เช่น เครื่องปั้นดินเผา กระดาษ ไม้ระกำ และต้นนุ่นตาย ซากกะลามะพร้าว มะพร้าวแห้งทั้งลูก ใบลาน เปลือกหอย ไม้แกะหรือกลึง แก้ว หญ้าปล้อง ผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขาวม้า ผ้าเช็ดตัว งา สำลีพันพลู กลีบบัวสด และเปลือกข้าวโพด
ตุ๊กตาแก้ว
ตุ๊กตาแก้ว
ประโยชน์ของตุ๊กตา

ในกระบวนเครื่อง เล่นของเด็กนั้น ตุ๊กตาเป็นเครื่องเล่นที่นิยมกันมากทุกยุคทุกสมัย ตุ๊กตาไม่ว่าจะทำด้วยวัสดุอะไรก็ตาม จะช่วยเป็นเครื่องมือที่ลดช่องว่างระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ การให้ตุ๊กตาแก่เด็กนั้น เป็นการแสดงความรักของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก ก่อให้เกิดความอบอุ่นแก่เด็ก และทำให้เกิดความผูกพัน

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือ "พระประวัติตรัสเล่า" ตอนหนึ่งถึงคุณค่าของตุ๊กตาว่า

"... การเล่นตุ๊กตาก็ให้ความรู้ได้เหมือนกัน เล่นตุ๊กตาตัวใหญ่ เรารักตุ๊กตาเป็นลูก เราได้ความรู้สึกว่า ผู้ใหญ่ของเรา ท่านรักเราอย่างไร นี้เป็นกตัญญู เราเอาอย่างผู้ใหญ่ ทำให้แก่ตุ๊กตา หรือจักทำแก่คนภายหน้านี้เป็นบุพการี และยังรู้จักเย็บผ้า ผสมสีย้อมผ้า เครื่องแต่งตุ๊กตา และอื่นๆ อีก เล่นตุ๊กตาตัวเล็กๆ ทำให้เราสังเกตวิธีจัดเหย้าเรือน และจัดการงานของผู้ใหญ่ เพื่อจำเอามาเล่นตุ๊กตา..."

ตุ๊กตาให้ทั้งความอบอุ่น ยินดี และความสุขทางใจแก่เด็ก และแก่ผู้ใหญ่ ดังที่โรสแมรี วอร์เนอร์ และอิลารี ฟิลลิปส์ เขียนไว้ในวารสาร "สวัสดี" ของบริษัทการบินไทย จำกัด ฉบับเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๗๘ ว่า

"ตุ๊กตาเป็นสิ่งสากล ให้ความสุขใจ เป็น เพื่อน เป็นความพึงพอใจ และภาคภูมิใจของคนจำนวนหลายพันคนทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าผู้เยาว์ หรือผู้ใหญ่ ล้วนแต่รักตุ๊กตา ผู้สะสมตุ๊กตามีตั้งแต่สมเด็จพระราชินีจนถึงคนสามัญ จนถึงผู้รัก และซาบซึ้ง ในความน่ารักของตุ๊กตาน้อยๆ หลายเผ่าพันธุ์ และจนถึงเด็กหญิงน้อยๆ ที่แสนจะตื่นเต้น เมื่อโอบกอดตุ๊กตาสุดที่รักอย่างแสนสุข โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ การแต่งกาย และราคาค่างวดของมัน"

ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ตุ๊กตาใช้เป็นอุปกรณ์การศึกษาวิชาต่างๆ ได้หลายวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิชาสังคมศึกษา วรรณคดีไทย นาฏศิลป์ไทย เป็นต้น นอกจากนั้นยังใช้ประกอบการจัดนิทรรศการในโอกาสต่างๆ ที่เกี่ยวกับเมืองไทย เพื่อเพิ่มความรู้ และความสุขใจให้แก่ผู้สนใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การ สะสมตุ๊กตาไว้ชมนับว่า เป็นงานอดิเรกที่ให้ทั้งความรู้ และความเพลิดเพลิน

ตุ๊กตาไทยที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด นอกจากจะให้ความสุขความเพลิดเพลินแล้ว ยังให้ความรู้ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีตอีกด้วย เช่น ตุ๊กตาชาววังให้ความรู้เกี่ยวกับคนไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตุ๊กตาไทยแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ของที่ระลึกที่จัดถวายองค์พระประมุขของประเทศต่างๆ ราชอาคันตุกะในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือแขกของรัฐบาล มักจะเป็นตุ๊กตาไทยของบางกอกดอลล์ ซึ่งเป็นตุ๊กตาไทย ที่ประดิษฐ์อย่างประณีตบรรจง ตุ๊กตาเป็นสื่อสำคัญ ในการเผยแพร่เกียรติภูมิ และวัฒนธรรมไทยไปสู่ต่างแดน เป็นทูตที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพ และความเข้าใจอันดีระหว่างบุคคล และระหว่างประเทศ

ตุ๊กตาไทยนั้น มีเอกลักษณ์ไทยสูงมาก ถือว่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ที่ควรทะนุถนอมไว้ตลอดไป และไม่ว่าตุ๊กตาไทย จะมีวิวัฒนาการไปตามกาลเวลาอย่างไร เราก็ควรจะรักษาเอกลักษณ์ไทย ในตุ๊กตาของเราไว้ให้ได้
หัวข้อก่อนหน้า