พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๕๐ พรรษา พุทธศักราช ๒๕๒๐

เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๒๕ บรรดาเสนามาตย์ราษฎรทั้งปวงได้อัญเชิญให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงระงับดับทุกข์เข็ญ เสด็จขึ้นผ่านพิภพปกครองสยามราชอาณาจักร เถลิงถวัลยราชสมบัติประดิษฐานมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นเป็นราชธานีถาวรแทนพระนครศรีอยุธยา ทรงต่อสู้อริราชศัตรูดำรง ไว้ซึ่งอิสราธิปไตยของบ้านเมือง และทะนุบำรุงอาณาประชาราษฎร์สมณชีพราหมณ์ให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบมา
ดังนั้น เมื่อใกล้จะถึงวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ ซึ่งกรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุ บรรจบครบ ๒๐๐ ปี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ กรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุได้ ๒๐๐ ปี นับเป็นมหามงคลสมัยแสดงถึงความมั่นคงของบ้านเมือง ได้ผ่านพ้นภัยพิบัติต่างๆ มาโดยสวัสดี มีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีของพระผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ผู้สืบราชสันตติวงศ์ทุกรัชกาลโดยลำดับ รัฐบาลและปวงชนชาวไทยจึงมีความปีติยินดี พร้อมกันแสดงความกตเวทิตาคุณ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อ พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ และบรรพชนไทยที่จรรโลงชาติให้มีความรุ่งเรืองสันติสุขสืบมาตราบเท่าทุกวันนี้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กำหนดการ ในส่วนที่จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชพิธี สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์และฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยอนุโลมตามราชประเพณีที่มีมาแล้วในรัชกาลก่อน ทั้งให้สอดคล้องพอเหมาะ พอควรแก่กาลสมัยในปัจจุบัน ดังรายการต่อไปนี้

การบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน

การบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ในการพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี คือ การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า สมเด็จพระอัครมเหสี สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรสถานมงคล กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข และพระบรมราชวงศ์ชั้นปฐมวงศ์ ซึ่งทรงสร้างและจรรโลงกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ระลึกรู้ในพระเดชพระคุณแห่งพระผู้ทรงมีคุณแก่ประเทศชาติ ดังนั้นจึงได้กระทำก่อนที่จะมีการสมโภชและเฉลิมฉลองในประการอื่น
การพระราชกุศลนี้มีขึ้น ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ เวลา ๑๖.๓๐ น. โดยพระสงฆ์ ๒๔ รูป สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานสวดพระพุทธมนต์ มีการแสดง พระธรรมเทศนา ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้ถวาย และสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะรวม ๒๕ รูป สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ฯลฯ

การพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า

พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ท้องสนามหลวง วันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕
นอกจากการบำเพ็ญพระราชกุศลทางพุทธศาสนาถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแล้ว ยังมีการบวงสรวงเป็นการบำเพ็ญกุศลตามลัทธิพราหมณ์ซึ่งเป็นโบราณราชประเพณี วันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ เวลา ๐๘.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค จากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิฐ เช่นเดียวกับที่มีกระบวนพยุหยาตราชลมารคในพระราชพิธีสมโภช กรุงรัตนโกสินทร์ ๑๕๐ ปี พุทธศักราช ๒๔๗๕ โดยจัดเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชทอดบัลลังก์บุษบกเป็นเรือนำ เชิญพระชัย (หลังช้าง) ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อกระบวนพยุหยาตราถึงท่าราชวรดิฐแล้ว เสด็จพระราชดำเนินสู่พระบรมมหาราชวัง และจัดกระบวนพระราชอิสริยยศน้อยแห่พระชัย (หลังช้าง) ไปยังพลับพลาท้องสนามหลวง
เวลา ๑๐.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพลับพลาท้องสนามหลวง พระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี ทูตานุทูต ข้าราชการ ทหาร พลเรือน สมาชิกรัฐสภา ลูกเสือ นักเรียน และทวยราษฎร์ทุกหมู่เหล่า เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เสด็จออกพระที่นั่งชุมสาย นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ถึงความพร้อมใจของรัฐบาลและปวงชนชาวไทย ที่ได้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเป็นมหาราช และถวายชัยมงคล แล้วมีพระราชดำรัสตอบ จากนั้นเสด็จพระราช-ดำเนินไปยังมณฑลพิธีบวงสรวง ทรงแปรพระพักตร์สู่วัดพระศรีรัตนศาสดารามและปราสาทพระเทพบิดร ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะบวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า นายภาวาส บุนนาค รองราชเลขาธิการ อ่านราชาภิสดุดี เป็นการประกาศพระราชพิธีบวงสรวง

การบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดสำคัญคู่กรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร การฉลองพระนครทุกครั้งสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าพร้อมด้วยพสกนิกร ได้ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่ทั่วพระอาราม ในพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปีนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแม่กองบูรณะปฏิสังขรณ์ตามคำกราบบังคมทูลขอของรัฐบาล การบูรณะได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๒๐ และเสร็จสิ้นในพุทธศักราช ๒๕๒๕ นั้น จึงมีพระราชพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถ และฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ และเลี้ยงพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ในวันก่อน เมื่อวันที่ ๖ เมษายน เสร็จแล้วพระครูพราหมณ์และศิลปินกรมศิลปากรอ่านฉันท์ สดุดีพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรประกอบซอสามสาย เจ้าพนักงานตั้งบายศรีแก้ว ทอง เงิน พราหมณ์เบิกแว่น โหรหลวง พระราชวงศ์ และข้าราชการรับแว่น เวียนเทียนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช วันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ เวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังชานชาลาเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ถวายพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แล้วเสด็จพระราชดำเนินสู่พลับพลาพิธี ทรงศีล และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายเครื่องบวงสรวง ณ พระที่นั่งชุมสาย หน้าพระบรม-ราชานุสาวรีย์ รองราชเลขาธิการอ่านอาศิรวาทปฐมราชสดุดี พระสงฆ์ในมณฑลพิธีกับพระสงฆ์ ๒๐๙ รูป สี่มุมป้อมกำแพงพระบรมมหาราชวัง และพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร ลงอุโบสถเจริญ ชัยมงคลคาถา วัดในพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นทั่วราชอาณาจักร ย่ำฆ้องกลองระฆังขึ้นพร้อมกัน ๓ ลา

พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า สยามรัฐราชอาณาจักรนี้ต้องประสบเหตุการณ์อันร้ายแรง เกือบจะเป็นอันตราย ถึงเสียอิสรภาพหลายครั้งหลายหน แต่ก็กลับคลี่คลายให้รอดพ้นมาได้เห็นเป็นอัศจรรย์ เชื่อว่าจะต้องมีมหิทธิเทพคอยคุ้มครองป้องกันอยู่เนืองนิจ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ประดิษฐ์หล่อรูปเทพยดาอันทรงขนานนามว่า “พระสยามเทวาธิราช” ขึ้นไว้สำหรับทรงสักการะ และโปรดให้ถวายเครื่องสังเวยเป็นประจำมาตลอดรัชกาล
สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าในรัชกาลต่อๆ มา ก็ทรงปฏิบัติบูชาและสังเวยบวงสรวงเป็นราชประเพณี เพื่อความพิพัฒน์สวัสดีของบ้านเมือง ดังนั้น ในวโรกาสพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระสยามเทวาธิราชจากวิมานในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ มาประดิษฐานที่บุษบกมุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และมีพระราชพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ โดยมีรองราชเลขาธิการ เป็นผู้อ่านพระบรมราชโองการประกาศบูชาบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช ทั้งนี้มีพระมหากรุณาพระราชดำริว่า ประชาชนชาวไทยไม่เคยมีโอกาสสักการะบูชาพระสยามเทวาธิราชเฉพาะพระพักตร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญพระสยามเทวาธิราช มาประดิษฐานที่บุษบกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททุกวัน จนถึงวันที่ ๒๑ เมษายน ศกเดียวกัน เพื่อให้มหาชนชาวไทยได้เข้ามาเคารพสักการะ

พระราชพิธีสมโภชหลักเมือง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีแล้ว โปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธียกเสาหลักเมืองตามโบราณราชประเพณี เพื่อเป็นนิมิตหมายหลักชัยสำคัญสำหรับพระนคร เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๒๕ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้บูรณะศาลหลักเมืองใหม่ให้ใหญ่สง่างาม และขอพระราชทานอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลบวงสรวง พระเทพารักษ์ ณ ศาลหลักเมือง เพื่อเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแก่พระมหานครรัตนโกสินทร์ ตามโบราณราชประเพณี ในวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕
นอกจากพระราชพิธีต่างๆ ในงานพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ดังกล่าวแล้ว รัฐบาลได้จัดงานมหามงคลสโมสรสันนิบาต ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕ เวลา ๑๙.๐๐ น. เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อเบื้องพระยุคลบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแสดงออกถึงความชื่นชมยินดี ที่พระบรมราชจักรีวงศ์ได้สถิตสถาพรมาเป็นเวลา ๒๐๐ ปี ยั่งยืนนานยิ่งกว่าพระบรมราชวงศ์อื่นใดที่เสด็จขึ้นผ่านพิภพปกครองราชอาณาจักรไทยมาแล้วในอดีต โดยขอพระราชทานเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ วิจิตรงดงามยิ่งกว่างานใดๆ ที่เคยจัดมา ณ ทำเนียบรัฐบาล


อ่านเพิ่มเติม | หน้าแรก
Copyright © 1997 Thai Junior Encyclopedia Project Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.