เหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและหนังสือ
หนังสือสารานุกรม
พระราชนิพนธ์พระมหาชนก
ติโต
บทความที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแปลและเรียบเรียงมีอะไรบ้าง

เหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและหนังสือ

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและหนังสืออย่างยอดเยี่ยมพระองค์หนึ่ง อัน เนื่องมาจากทรงสนพระราชหฤทัยและทรงศึกษาภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ดังปรากฏเด่นชัดในพระบรมราโชวาท กระแส พระราชดำริ หรือพระราชดำรัส ที่ได้พระราชทานแก่คณะบุคคลในวโรกาสและสถานที่ต่างๆ ทรงพระเมตตาห่วง ใยการใช้ภาษาไทย การออกเสียง และการบัญญัติศัพท์ ดังกระแสพระราชดำริเมื่อครั้งเสด็จไปร่วมประชุม ทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๐๕ ซึ่งมีความ บางตอน ดังนี้
"ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทาง วรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี ... เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ... ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้อง รักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่ง ต้องรักษาให้ บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้ คำมาประกอบเป็นประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติ ศัพท์ใหม่มาใช้ ... การบัญญัติศัพท์ใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน จำเป็น แต่เป็นอันตราย ... คำใหม่ที่ตั้ง ขึ้นมีความจำเป็นทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะใช้คำเก่าๆที่มีอยู่แล้ว ไม่ควร จะตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก และผู้ที่ตั้งคำนั้นต้องรู้คำ และหลักภาษาลึกซึ้ง ทั้งภาษาไทยทั้ง ภาษาต่างประเทศ ..."
การที่ทรงพระปรีชาญาณ ทรงวิจารณ์และพระราชทานกระแสพระราชดำริเกี่ยวกับภาษาได้อย่างลึกซึ้ง ส่วน หนึ่งเนื่องจากการฝึกฝนพระองค์ในยามว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจดังที่ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค กล่าวว่า
"เมื่อใดพระองค์ทรงมีเวลาว่างแม้เพียงเล็กน้อย ก็ยังทรงสำราญพระราชอิริยาบถและพระราชหฤทัยในงาน สนุกที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา อันได้แก่ การทรงเล่นปริศนาอักษรไขว้ ซึ่งเป็นที่นิยมและเล่นกันใน หมู่ชาวต่างประเทศ พระองค์ก็ทรงได้อย่างสบายไม่ลำบากในทางใช้ภาษาเลย และนอกจากนั้น ในปัจจุบัน มีเครื่องจักรสมองกลหรือคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น และกำลังนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจ พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงสนพระราชหฤทัยศึกษาด้วย ทรงเรียนการใช้ระบบกราฟิคดัดแปลงรูปแบบต่างๆ ทรงตั้งโปรแกรมเองจนทรงสามารถประดิษฐ์เป็นรูปอักษรเทวนาครี อินเดียโบราณ เช่น อักษรภาษาบาลีสัน สกฤต ทำให้ทรงมีโอกาสศึกษาภาษาเก่าแก่อันเป็นเค้าโครงของภาษาไทยกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านนี้< wbr>โดยตรง เป็นการศึกษาพิเศษ ทรงมีความจำดียิ่ง ทรงค้นคว้าไม่หยุดนิ่งในเรื่องการใช้ภาษาไทย และเป็นที่ สบพระราชอัธยาศัยอย่างยิ่ง"

หนังสือสารานุกรม


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

พระมหากรุณาธิคุณอีกประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับแนวคิดใหม่ทางวรรณกรรมคือ ทรงเห็นว่า ควรมีหนัง สือชุดที่ช่วยให้เยาวชนสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง แม้ว่าจะขาดโอกาสในการเรียนต่อในระดับสูง หนังสือชุดนี้คือ "สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" งาน นี้ได้เริ่มต้นในปี พุทธศักราช ๒๕๑๑ ได้จัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือมาแล้ว ๒๓ เล่ม สำหรับเล่มที่ ๑๒ ได้ จัดพิมพ์พิเศษเนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ มีเนื้อหาวิชาครบทุกสาขาวิชา และยังแสดงให้ผู้อ่านเห็นด้วยว่า วิชา ต่างๆนั้นมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน นอกจากความรู้ที่เป็นสากลแล้ว ยังมีหลายวิชาซึ่งเกิดขึ้น จากภูมิปัญญาของคนไทย ทรงกำหนดให้แบ่งเนื้อหาในสารานุกรมออกเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับความรู้สำหรับ เด็กวัยระหว่าง ๘ - ๑๐ ขวบ ระดับความรู้สำหรับเยาวชนวัย ๑๒ - ๑๓ ปี และระดับความรู้สำหรับเยาว ชนวัย ๑๔ ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ใหญ่ที่จบการศึกษาแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะกรรมการสโมสรไลออนส์แห่งประเทศไทย ซึ่ง ได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตรับโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ไปดำเนินการตามพระราชประสงค์ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๒ ดังจะขออัญเชิญความตอนหนึ่งมาดังนี้
"สารานุกรมนี้จุดประสงค์อันแรกอันสำคัญที่สุดก็คือ ให้ผู้ที่ใช้สารานุกรมนี้เกิด ความรู้สึก ว่า โลกนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โลกหมายถึง ความรู้ โลกกลม โลกของวิทยาศาสตร์ และโลก ของวิชาต่างๆ อันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน แล้วก็ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ เห็นว่า ในชาติบ้านเมืองหรือในเมืองอื่นๆ ก็ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ถ้าได้ความคิดอันนี้อย่าง หนึ่งก็จะเกิดความรู้สึกว่า ชีวิตของตนจะต้องอยู่ในส่วนรวม และจะต้องปฏิบัติเพื่อส่วนรวม ศิลปะ ดนตรีก็จะต้องรวม กับวิทยาศาสตร์ ซึ่งคนทั่วๆไปไม่เข้าใจ แต่ว่าถ้าอ่านสารานุกรมแล้ว ก็จะ เข้าใจ จะเกิดความ เชื่อถือ ..."

พระราชนิพนธ์พระมหาชนก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

แม้ในส่วนพระองค์เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชหฤทัยรัก และได้พระราชนิพนธ์หนังสือ ไว้หลายเรื่อง พระราชนิพนธ์เรื่องสำคัญอันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ของประเทศคือ พระราชนิพนธ์ เรื่อง พระราชกิจรายวันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ซึ่งเป็นบทความสั้นๆ เกี่ยวกับ พระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระราชนิพนธ์เรื่อง "เมื่อข้าพเจ้าจาก สยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์" เป็นบันทึกประจำวันที่ทรงเขียนไว้ก่อน และระหว่างวันเดินทางจากประเทศ ไทยไปสู่สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ "พระราชนิพนธ์พระมหาชนก" ทรงดัดแปลงจากเรื่องพระมหาชนกชาดกในพุทธศาสนา เพื่อให้เหมาะสมกับปัจจุบัน โดยทรงแสดงให้เห็นว่า ความเพียรที่บริสุทธิ์เป็นคุณธรรมที่สำคัญ มีภาพประกอบเรื่องอย่างสวยงาม
นอกจากนี้ ยังทรงอุทิศเวลาให้กับพระราชนิพนธ์แปลและบทความต่างๆไว้หลายเรื่องพระราชนิพนธ์แปล เรื่องที่ยาวมากคือ เรื่อง "นาย อินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ" ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง การทหาร และประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งยังไม่เคยได้รับการเปิด เผยมาก่อน ทรง แปลจากเรื่อง A Man Called Intrepid ของ William Stevenson ซึ่งต้นฉบับเดิมตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๙ ความยาวประมาณ ๖๐๐ หน้า ทรงใช้เวลาในการแปลประมาณ ๓ ปี ข้อสังเกตในบทพระ ราชนิพนธ์แปลเรื่องนี้ก็คือ ทรงใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่แปลคำต่อคำ ทรงรักษาสำนวนเดิมไว้ให้ใกล้ เคียงต้นฉบับมากที่สุด บางครั้งทรงแทรกสำนวนไทย และทรงทำหมายเหตุอธิบายคำหรือความเพิ่มเติมในส่วน ที่ต้นฉบับเดิมไม่กระจ่าง

ติโต

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ส่วนเรื่องแปลที่ยาวรองลงมาจากเรื่องแรก คือ เรื่อง "ติโต" ทรงแปลจากเรื่อง TITO ของ Philis Auty เป็นชีวประวัติของโยซิบ โบรสประธานาธิบดีประเทศยูโกสลาเวีย ผู้ซึ่งสามารถฟันฝ่า อุปสรรคทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเป็นไท ให้แก่ประเทศนี้ ข้อสังเกตในการแปลเรื่องนี้ก็คือ ทรง ใช้ภาษาที่สามัญชนเข้าใจง่าย รวมทั้งการใช้โวหารเปรียบเทียบที่คมคาย รายได้จากการจำหน่ายบทพระ ราชนิพนธ์แปลทั้ง ๒ เรื่องนี้ ทรงมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา
เรื่องแปลจากหนังสือยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องเศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนา บทที่ ๔ เล็กดีรสโต จาก Small Is Beautiful ของ อี.เอฟ.ชูมาเชร์ (E.F. Schumacher) หน้า ๕๓ - ๖๓

บทความที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแปลและเรียบเรียงมีอะไรบ้าง
[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
นอกจากนี้ยังทรงมีพระราชอุตสาหะแปลและเรียบเรียงบทความจากวารสารต่างๆอีกหลายเรื่อง ดังรายชื่อ ของบทความต่อไปนี้ : -
๑. "ข่าวจากวิทยุเพื่อสันติภาพและความก้าวหน้า" จาก "Radio Peace and Progress" ในนิตยสาร Intelligence Digest ฉบับลงวันที่ ๑ เมษายน ค.ศ. ๑๙๗๕ (พุทธศักราช ๒๕๑๘)
๒. "การคืบหน้าของมาร์กซิสต์" จาก "The Marxist Advance" Special Brief
๓. "รายงานตามนโยบายคอมมูนิสต์" จาก "Following the Communist Line"
๔. "ฝันร้ายไม่จำเป็นจะต้องเป็นจริง" จาก "No Need for Apocalypse" ในนิตยสาร The Economist ฉบับลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๗๕
๕. "รายงานจากลอนดอน" จาก "London Report" ในนิตยสาร Intelligence Digest : Weekly Review ฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๗๕
๖. "ประเทศจีนอยู่ยง" จาก "Eternal China" ในนิตยสาร Intelligence Digest : Weekly Review ฉบับลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๕
๗. "ทัศนะน่าอัศจรรย์จากชิลีหลังสมัยอาล์เลนเด" จาก "Surprising Views from a Post - Allende Chile" ในนิตยสาร Intelligence Digest : Weekly Review ฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๕
๘. "เขาว่าอย่างนั้น เราก็ว่าอย่างนั้น" จาก "Sauce for the Gander..." ในนิตยสาร Intelligence Digest : Weekly Review ฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๕
๙. "จีนแดง : ตั้วเฮียค้ายาเสพย์ติดแห่งโลก" จาก "Red China : Drug Pushers to the World" ในนิตยสาร Intelligence Digest : Weekly Review ฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๕
๑๐. "วีรบุรุษตามสมัยนิยม" จาก "Fashion in Heroes" โดย George F. Will นิตยสาร Newsweek ฉบับลงวันที่ ๖ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๙



[ จอหลัก | ดูรูป | วีดิโอ |ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ดูย้อนกลับ |ดูต่อ..]
Copyright © 1997 Thai Junior Encyclopedia Project Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.