ความผิดปกติและโรคของฟันและเหงือกมีอะไรบ้าง
ฟันปลอม
การทำความสะอาดทำได้อย่างไร
ความผิดปกติและโรคของฟันและเหงือกมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

โรคฟันผุ เกิดขึ้นเนื่องจากเคลือบฟันและเนื้อฟันถูกทำลายโดยกรด ซึ่งเป็นผลจากปฏิกิริยาระหว่างเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งมีอยู่ประจำในช่องปาก กับอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล การผุของฟันจะเริ่มที่เคลือบฟันก่อน แล้วค่อย ๆ ลุกลามไปยังเนื้อฟันและถึงโพรงประสาทฟันเมื่อถึงระยะนี้แล้ว เนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันอาจติดเชื้อได้ อาการของโรคอาจลุกลามไปถึงปลายรากฟันและทำให้เกิดฝีที่ปลายรากฟัน ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดและบวมได้ บางรายฝีที่เกิดขึ้น จะทำให้กระดูกเบ้ารากฟันบริเวณนั้นละลายตัวเป็นทางผ่านของหนองฝี เกิดออกข้างกระดูกสันเหงือกด้านกระพุ้งแก้ม หรือหนองฝีอาจแตกผ่านทะลุออกทางกระพุ้งแก้ม มีอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกัน เมื่อเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันติดเชื้อแล้วอาการไม่รุนแรงโดยเกิดเป็นถุงน้ำ (cyst) ที่บริเวณปลายรากฟันได้

การตรวจพบฟันผุ ในระยะเริ่มแรกและขจัดเอาส่วนที่ผุออก แล้วบูรณะหรืออุดด้วยวัสดุอุดฟันที่เหมาะสม ก็สามารถจะเก็บฟันซี่นั้นๆ ไว้ใช้งานต่อไปได้

การป้องกันโรคฟันผุนั้น สามารถทำได้โดยให้เด็กในระยะที่ฟันกำลังเจริญเติบโตได้ดื่มน้ำที่ผสมสารฟลูออไรด์ ในอัตราส่วนสารฟลูออไรด์ ๑ ส่วนต่อน้ำดื่มล้านส่วนเป็นประจำร่วมกับการทำความสะอาดฟันที่ถูกต้องร่วม กับการทาน้ำยาฟลูออไรด์ลงบนตัวฟัน

การสึกกร่อนของฟัน อาจเกิดขึ้นเนื่องจากใช้ฟันเคี้ยวอาหารประเภทกรอบแข็ง หรือนอนกัดฟัน ซึ่งมักจะเกิดทางด้านหน้าสบของฟัน หรืออาจเกิดตามแนวคอฟัน เนื่องมาจากการใช้แปรงที่ขนแปรงแข็งเกินควร ร่วมกับการแปรงฟันไม่ถูกวิธี ฟันสึก และกร่อนนั้น สามารถบูรณะให้ใช้งานได้ด้วยการอุดหรือทำครอบฟันด้วยวัสดุที่เหมาะสม

การสบฟันที่ผิดปกติ หรือฟันขึ้นไม่เป็นระเบียบ ในรายที่ฟันขึ้นไม่เป็นระเบียบ ซ้อนหรือเก จะทำให้ขากรรไกรล่างเคลื่อนตัวไม่เป็นอิสระขณะเคี้ยวอาหาร ในบางครั้งอาจมีเสียงดังบริเวณกกหู ขณะอ้าปากหรือหุบปาก เนื่องมาจากข้อต่อขากรรไกรเคลื่อน ในรายที่อาการรุนแรงอาจมีอาการเจ็บปวดที่ข้อต่อขากรรไกรที่บริเวณกกหู อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง และอาจมีอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อบริเวณแก้มร่วมด้วยนอกจากนี้ในรายที่มีการสบของฟันผิดปกติ ฟันซ้อนหรือเกจะทำให้ยากแก่การรักษาสุขภาพฟัน จึงเป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคฟันผุและโรคปริทันต์อีกด้วย

การสูญเสียฟันน้ำนมก่อนกำหนดหรือฟันน้ำนมหลุดช้ากว่ากำหนด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฟันแท้ขึ้นมาแล้วมีการสบของฟันที่ผิดปกติ

การแก้ไขที่สบกันผิดปกติ ซ้อนหรือเก กระทำได้โดยทางทันตกรรมจัดฟัน

ในรายที่มีการสบฟันผิดปกติ เนื่องจากปากแหว่งและเพดานโหว่นั้น ก็สามารถจัดฟันให้มีการสบของฟันที่ดีขึ้น ซึ่งจะต้องกระทำร่วมกันระหว่างทันตกรรมจัดฟัน และทางศัลยกรรม

โรคปริทันต์ ปริทันต์ คือ อวัยวะรอบ ๆ ตัวฟัน ได้แก่ เหงือกเคลือบรากฟัน เยื่อปริทันต์ และกระดูกเบ้ารากฟัน โรคปริทันต์ที่พบมากที่สุดคือ โรคเหงือกอักเสบ (gingivits) สังเกตเห็นได้จากการที่ขอบเหงือกกรอบ ๆ ตัวฟันจะเปลี่ยนสีจากสีชมพูไปเป็นสีแดง ขอบเหงือกจะแยกออกจากคอฟัน ทำให้เกิดช่องว่างลักษณะเป็นกระเป๋าระหว่างคอฟันกับเหงือก เหงือกที่มีการอักเสบนี้จะเป็นแผลและมีเลือดออกได้ง่าย แม้ขณะรับประทานอาหารหรือแปรงฟัน ถ้าปล่อยให้การอักเสบนี้ดำเนินต่อไป โรคจะลุกลามไปถึงเนื้อเยื่อปริทันต์ และกระดูกเบ้ารากฟันทำให้มีช่องว่างระหว่างฟันกับเบ้ารากฟัน ฟันจะโยกคลอนได้ เมื่อโรคดำเนินมาถึงระยะนี้แล้ว เรียกว่า โรคปริทันต์ (periodontitis) หรือระมะนาด

สาเหตุของโรคปริทันต์ ได้แก่ การรักษาสุขภาพฟันไม่ดีพอ ทุพโภชนา การใส่ฟันปลอมบางส่วนที่ไม่ถูกต้อง ฟันสบกันผิดปกติ ฟันซ้อน หรือเก รวมถึงการถอนฟันบางซี่ไปแล้วปล่อยช่องว่างไว้ ทำให้ฟันข้างเคียงล้มหรือเอียง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด เช่น ในวัยที่เริ่มเป็นหนุ่มสาว หรือหญิงมีครรภ์นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับสารพิษบางอย่าง เช่น สารตะกั่วหรือปรอท ก็ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้
ฟันปลอม

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ฟันที่ไม่สามารถจะรักษาไว้ได้แล้ว จำเป็นจะต้องถอนออกไป เมื่อฟันได้ถูกถอนออกไปแล้ว จะเกิดช่องว่างขึ้น สมควรใส่ฟันเข้าแทนที่ในช่องว่างนั้น การใส่ฟันปลอมทดแทนบางตำแหน่งนี้ มีทั้งชนิดถอดได้และชนิดติดแน่น ฟันปลอมชนิดถอนได้ ยังแบ่งออกเป็นชนิดฐานโลหะหรือชนิดฐานเป็นพลาสติก ส่วนชนิดติดแน่นนั้น ครอบและสะพานฟันควรเป็นโลหะและเพิ่มความสวยงามด้วยการปิดทับด้วยพลาสติกชนิดทำฟันปลอมหรือปิดทับด้วยพอร์ซเลน (porcelain) สีเหมือนฟัน

รายที่สูญเสียฟันทั้งปาก ควรใส่ฟันปลอมทั้งชุดเพื่อช่วยให้การบดเคี้ยวอาหาร ปัจจุบันวิทยาการได้ก้าวหน้าขึ้นมาก แม้จะต้องใส่ฟันทั้งปากก็ไม่จำเป็นต้องมีสารยึดเหนี่ยวใส่ระหว่างฟันปลอมกับเหงือก เพื่อช่วยให้ฟันปลอมยึดติดกับเหงือก แต่ฟันปลอมทั้งปากสามารถยึดติดกับสันเหงือกได้ด้วยแรงสูญญากาศร่วมกับความสามารถของผู้ใช้เอง
การทำความสะอาดทำได้อย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

แม้เด็กเล็กฟันน้ำนมยังไม่ขึ้นปรากฏให้เห็นก็ตาม ควรได้รับการทำความสะอาดใสช่องปากเป็นประจำ กล่าวคือ ภายหลังการดูดนมแล้ว ควรให้ดูดหรือดื่มน้ำตามทันที เพื่อเป็นการชะล้างคราบน้ำนม นอกจากนี้ควรใช้ผ้านิ่มๆ ที่สะอาดชุมน้ำแห้งหมาดๆ ถูบริเวณสันเหงือกเบาๆ เป็นการเช็ดทำความสะอาดและฝึกความเคยชินให้แก่เด็ก เมื่อมีฟันน้ำนมขึ้นแล้วจะไม่เกิดปัญหาเรื่องการแปลงฟันให้แก่เด็ก

เมื่อฟันน้ำนมขึ้นแล้ว เด็กจะชอบกัดและแทะอาหารที่เป็นชิ้น เศษอาหารมักจะติดตามซอกฟัน ภายหลังรับประทานอาหารแล้วควรแปรงฟัน และใช้เส้นใยไหมหรือเส้นใยไนลอนทำความสะอาดระหว่างซอกฟันด้วย

การเลือกใช้แปรงสีฟัน
ควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนาดพอเหมาะ คือ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ขนแปรงจะต้องนิ่ม หน้าของขนแปรงตัดเรียบเสมอกัน ขนแปรงอาจทำจากเส้นใยไนลอนหรืออาจทำจากขนสัตว์ เช่น ขนหมู แปรงที่ใช้งานจนกระทั่งขนแปรงแตก งอ บานออกจากแถวขนแปรง เป็นแปรงที่หมดสภาพการใช้งาน ควรหามาทดแทนใหม่

วิธีแปรงฟัน
การแปรงฟันมีหลายวิธี วิธีที่ง่ายคือ ถือหลักว่าทิศทางการแปรงจะต้องแปรงจากเหงือกไปสู่ฟัน การวางแปรงจะต้องวางให้ขนแปรงทาบขนานไปกับตัวฟันให้ขนแปรงบางส่วนสัมผัสเหงือกบริเวณคอฟัน กดขนแปรงให้นาบกับฟันและเหงือก บิดข้อมือให้ขนแปรงผ่านจากเหงือกไปสู่ฟัน ขนแปรงบางส่วนจะชอนเข้าไปทำความสะอาดระหว่างซอกฟัน และขนแปรงส่วนที่สัมผัสขอบเหงือกจะช่วยทำการนวดเหงือกด้วยในขณะแปรงฟัน การแปรงฟันจำเป็นจะต้องแปรงตัวฟันด้านติดกระพุ้งแก้ม ตัวฟันด้านติดกับลิ้น และหน้าสบของฟันด้วย นอกจากนี้การทำความสะอาดฟันให้ถูกต้องจำเป็นต้องใช้เส้นใยไนลอนทำความสะอาดซอกฟันด้วยที่ติดกันอีกด้วย

การทำความสะอาดฟันปลอมชนิดติดแน่น บางส่วน นอกจากต้องแปรงฟันดังกล่าวแล้ว ยังจำเป็นต้องใช้เส้นใยไนลอดสอดเข้าทำความสะอาดใต้สะพานฟันอีกด้วย ส่วนฟันปลอมชนิดถอดได้จะต้องถอดออกล้างและแปรงทำความสะอาดด้วยสบู่หรือยาสีฟันทุกครั้งหลังอาหาร

แปรงสีฟันเมื่อใช้แล้ว ควรสลัดขนแปรงให้แห้งวางหรือแขวนในที่มีลมโกรก และที่มีแสงแดดส่องถึงได้บ้าง ไม่ควรเก็บไว้ในกล่องหรือตลับ เพราะจำทำให้ขนแปรงไม่แห้ง มีเชื้อราเกิดขึ้นที่ซอกขนแปรง
การตรวจสุขภาพในช่องปาก ควรพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพฟันและเหงือก เมื่อพบฟันผุหรือพบโรคของเหงือก จะทำให้การรักษาได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังจะได้รับคำแนะนำว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมามีข้อบกพร่องในการรักษาสุขภาพฟันและเหงือกอย่างไร จะได้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติได้ถูกต้องต่อไป
หัวข้อก่อนหน้า