วิธีทำแท้ง
อันตรายจากการแท้งมีอะไรบ้าง
ทางเลือกของผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการบุตรมีอะไรบ้าง
วิธีทำแท้ง
[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
วิธีทำแท้งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน การเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งก็โดยอาศัยอายุครรภ์หรือขนาดของมดลูกเป็นหลัก ถ้าเป็นวิธีทำแท้งเพื่อการรักษาที่กระทำโดยแพทย์ก็พอจะแบ่งได้ ๖ วิธีใหญ่ๆ คือ

๑. การปรับประจำเดือน เป็นวิธีที่ใช้ในครรภ์ไม่เกิน ๖ สัปดาห์ หรือ คิดง่ายๆ แบบชาวบ้านก็คือ ทำเมื่อประจำเดือนเกินกำหนดไป ๒ สัปดาห์ วิธีนี้ใช้กันมากในกลุ่มของนักวางแผนครอบครัว

วิธีนี้กระทำโดยสอดส่องท่อพลาสติกเล็กขนาดเส้นรอบวง ๔-๘ มิลลิเมตร เข้าไปในโพรงมดลูกโดยผ่านทางช่องคลอดและปากมดลูกตามลำดับ ต่อปลายท่อพลาสติกด้านนอกเข้ากับกระบอกฉีดยาชนิดใหญ่พิเศษเมื่อปล่อยล็อค แรงดูดจะดูดเอารกและเด็กออกหมดเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่เกิน ๕ นาที

๒. การขูดมดลูก เป็นวิธีเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ แต่ก็ยังใช้แพร่หลายและได้ผลดี แต่ควรเลือกทำในรายที่มดลูกมีขนาดโตไม่เกินอายุครรภ์ ๑๔ สัปดาห์ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือถ่างขยายปากมดลูกก่อนการขูด ดังนั้นผู้ป่วยจะเจ็บปวดมากถ้าไม่ฉีดยาชา หรือได้รับยาสลบก่อนการขูด

๓. การใช้เครื่องดูดสุญญากาศ ใช้ทำแท้งในอายุครรภ์ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์ เป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่โรงพยาบาลรัฐบาลหลายแห่งยังไม่มีเครื่องมือทำแท้งชนิดนี้ เครื่องมือนี้กลับไปแพร่หลายอยู่ตามคลินิกทำแท้งเถื่อนเกือบทุกแห่ง ทั้งนี้เพราะความง่าย สะดวกรวดเร็ว และปราศจากความเจ็บปวดนั่นเอง

เครื่องดูดสุญญากาศนี้มีลักษณะคล้ายกับเครื่องมือปรับประจำเดือน ใช้ท่อพลาสติกสอดผ่านช่องคลอดเข้าโพรงมดลูกเหมือนกัน แต่ท่อพลาสติกด้านนอกนั้นยาวกว่า เมื่อต่อกับเครื่องดูดสุญญากาศไฟฟ้าแล้วก็จะดูดสิ่งต่างๆ ในโพรงมดลูกออกหมด

๔. การฉีดน้ำเกลือเข้มข้นเข้าถุงน้ำหล่อเด็กเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับรายที่มดลูกโต จนคลำได้ชัดเจนทางหน้าท้องแล้ว คือเมื่ออายุครรภ์ประมาณ ๑๖ สัปดาห์ขึ้นไป ใช้น้ำเกลือเข้มข้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตใหม่ๆ จำนวนประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ มิลลิลิตร ฉีดเข้าไปในถุงน้ำหล่อเด็ก โดยใช้เข็มขนาดใหญ่เจาะผ่านผนังหน้าท้องเด็กก็จะแท้งออกเองภายหลังให้น้ำเกลือ ๖-๔๘ ชั่วโมง

๕. การผ่าเอาเด็กออกทางหน้าท้อง ปัจจุบันไม่นิยมทำกันเพราะมีวิธีอื่นที่สะดวกและปลอดภัยกว่าแต่ก็ยังคงมีทำในบางราย เช่น ผู้ป่วยปัญญาอ่อน ที่ต้องการตัดมดลูกออกด้วย เพื่อตัดปัญหายุ่งยากขณะมีประจำเดือน หรือในผู้ป่วยบางรายที่ต้องการผ่าตัดทำหมันด้วย

๖. การใช้ยาพวกพรอสตาแกลนดินส์ (prostaglandins) ยาประเภทนี้มีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบรัดตัวและเกิดการแท้ง ตัวยามีหลายชนิด คือ ชนิดเหน็บช่องคลอดชนิดรับประทาน ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพทำให้เกิดการแท้งได้แน่นอน โดยเฉพาะในครรภ์อ่อนๆ แต่อาการแทรกซ้อนของยานี้มีมาก เช่น อาการอาเจียนและท้องเดิน รวมทั้งอาการเจ็บปวดมดลูกอย่างรุนแรงด้วย ขณะนี้กำลังคันคว้าวิจัยเพื่อสกัดตัวยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะตัวมดลูกเท่านั้น คาดว่าอีกไม่นานวิธีนี้จะเป็นที่นิยมแพร่หลายเพราะไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วย

สำหรับวิธีทำแท้งตามวิธีของหมอเถื่อนมีหลายวิธี ตามความนิยมมากน้อยดังนี้

๑. การสวนน้ำยาเข้าโพรงมดลูก โดยผ่านท่อยางเล็กๆ เข้าทางปากมดลูก แล้วฉีดสารเหลวบางชนิดสารเคมี น้ำสบู่ ด่างทับทิม แอลกอฮอล์ น้ำมันเบนซินสารเหลวเหล่านี้เป็นของแปลกปลอมที่ค่อนข้างสกปรกมีผลให้เด็กตายพร้อมๆ กับมีการอักเสบติดเชื้อ มดลูกจึงบีบรัดตัว เกิดการตกเลือด และมีการแท้งติดตามมา

ขบวนการแท้งโดยวิธีนี้ค่อยเป็นค่อยไป เลือดออกไม่มาก แต่กลไกที่ทำให้เกิดการแท้งอาจเป็นเพราะความสกปรกหรือสารเคมี ทำให้เด็กตาย และทำให้แท้งโดยทั่วไปเด็กจะตายจากการอักเสบติดเชื้อ ซึ่งเชื้อโรคนี้ค่อนข้างรุนแรง ถ้ารักษาไม่ทัน ตัวผู้ถูกทำแท้งเองมักจะตายก่อนที่จะมีการแท้งด้วยซ้ำไป

๒. การทำให้ถุงน้ำหล่อเด็กแตก กระทำโดยสอดท่อโลหะขนาดเล็กๆ อาจจะเป็นท่อสวนปัสสาวะหรือเครื่องมือที่ใช้วัดความลึกของโพรงมดลูก สอดเข้าทางปากมดลูก ผ่านทะลุถุงน้ำหล่อเด็กจนถุงน้ำหล่อเด็กแตก เมื่อขาดน้ำหล่อเลี้ยง เด็กก็จะตาย เกิดปฏิกิริยาของการแท้ง ซึ่งก็มีโอกาส จะเกิดการอักเสบติดเชื้อเช่นเดียวกับวิธีแรก เพราะขบวนการแท้งของวิธีนี้ค่อนข้างช้า

๓. การสอดใส่วัสดุแปลกปลอมไว้ในโพรงมดลูก ที่พบบ่อย ได้แก่ สอดสายยางสำหรับสวนปัสสาวะเข้าไปขดงออยู่ในโพรงมดลูก บางแห่งอัตคัตสายยางถึงกับใช้กิ่งไม้ขนาดเล็ก หรือหญ้าปล้องแทน ระยะเวลาที่มดลูกหดรัดตัวเพื่อ ขับไล่วัสดุแปลกปลอมออกจากโพรงมดลูกนั้นใช้เวลานาน จึงทำให้เกิดการแท้งค้างแต่อันตรายที่สำคัญก็คือ การอักเสบติดเชื้อเช่นเดียวกัน

๔. การกระตุ้นเชิงกลอย่างรุนแรงที่มดลูก การบีบนวดเป็นวิธีทำแท้งที่แพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ เริ่มด้วยการให้ผู้ป่วยนอนหงายชันเข่า หนุนก้นให้สูง ใช้มือยกมดลูกให้ลอยขึ้นและบีบให้ "ก้อนเลือด" แตก บางรายใช้ส้นเท้ายันบริเวณปากช่องคลอดด้วย โดยอ้างว่าจะช่วยให้มดลูกลอยตัวขึ้น วิธีนี้เลือดอาจจะออกภายในวันแรก หรือบางรายก็อาจต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้ง

๕. การใช้ยาบีบมดลูก โดยฉีดหรือรับประทานยาพวกเออร์กอต (ergot) ขนาดมากและติดต่อกันหลายวัน วิธีนี้มีอัตราล้มเหลวมากกว่าวิธีอื่น ที่จังหวัดทางภาคใต้ บางแห่งมีวิธีเสกหมากให้หญิงตั้งครรภ์เคี้ยวและกลืนลงไปเลย เล่ากันว่าจะแท้งภายใน ๑-๗ วัน เป็นส่วนใหญ่
อันตรายจากการแท้งมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การทำแท้งโดยวิธีที่ถูกต้อง โดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ ที่เรียกว่าทำแท้งเพื่อการรักษานั้นมีอันตรายน้อย ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ด้วย ด้วยเหตุที่กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้ในวงแคบมาก โดยมารยาททางการแพทย์จึงไม่มีแพทย์คนใดยอมรับทำแท้งให้โดยหวังอามิสสินจ้างที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อาจจะมีแพทย์ที่กล้าหาญบางคนกระทำโดยไม่คำนึงถึงจรรยาบรรณและกฎหมายบ้านเมือง

การทำแท้งที่นอกเหนือจากการกระทำเพื่อการรักษาแล้วถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นความผิดทางอาญาทั้งผู้ทำและผู้ถูกกระทำ สถิติผู้ป่วยทำแท้งผิดกฎหมายที่รับไว้รักษาตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ มีจำนวนมากในแต่ละปี แสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมายทำแท้งนัก คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการทำแท้งที่ถึงกับต้องขึ้นพิจารณาในศาลนั้นนับว่าน้อยไม่ถึง ๑ ใน ๑,๐๐๐ ของจำนวนผู้ป่วยที่ถูกทำแท้ง แม้แต่รายที่เกิดโรคแทรกซ้อนของการทำแท้งจนถึงแก่กรรมในโรงพยาบาล ก็แทบจะไม่มีการดำเนินคดีกันเลย

อันตรายที่เกิดกับผู้ทำแท้ง แบ่งได้เป็น ๓ ระยะ คือ
๑. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดทันที เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นขณะทำแท้งหรือเกิดภายใน ๓ ชั่วโมงหลังทำแท้งมีการตกเลือด มดลูกทะลุ ปากมดลูกฉีกขาด อันตรายจากยาชาและยาสลบ ภาวะเลือดไม่แข็งตัวทำให้ตกเลือดมาก ภาวะโซเดียมคั่งในเลือด ภาวะเป็นพิษจากสารน้ำ และหลอดเลือดอุดตันจากฟองอากาศ อุดตันจากลิ่มเลือดหรืออุดตันจากน้ำคร่ำ ภาวะแทรกซ้อนที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ อาจจะมีความรุนแรง จนทำให้ผู้ป่วยถึงแก่กรรมได้

๒. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดล่า เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นหลังการทำแท้ง ๓ ชั่วโมงไปจนถึง ๒๘ วัน ได้แก่ ภาวะแท้งไม่ครบหรือแท้งค้าง และการอักเสบติดเชื้อทั้งสองภาวะนี้เป็นอาการสำคัญที่นำผู้ทำแท้งผิดกฎหมายเข้ารักษาต่อในโรงพยาบาล

การอักเสบติดเชื้อนั้นพบเกือบทุกราย รายที่อักเสบรุนแรงอาจจะถูกตัดมดลูกทิ้ง แม้ผู้ป่วยจะยังอายุเพียง ๑๕ - ๑๖ ปีก็ตาม รายที่รุนแรงกว่านั้นอาจจะถึงแก่กรรมก่อนตัดมดลูก หรือแม้แต่ตัดมดลูกออกแล้วก็ช่วยชีวิตไม่ได้

๓. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดในระยะหลัง เป็นอันตรายที่เกิดหลังการทำแท้ง ๒๘ วันไปแล้ว ได้แก่ การอักเสบเรื้อรังในอุ้งเชิงกราน ปวดประจำเดือน ปวดขณะร่วมเพศ หรือบางรายปวดมากจนไม่สามารถจะร่วมเพศได้ บางรายเป็นหมันเพราะโพรงมดลูกติดกันจนตัน หรือเป็นหมันเพราะท่อนำไข่อุดตันจากการอักเสบ และผลของการอักเสบของท่อนำไข่อาจทำให้มีการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ นอกจากนี้ยังพบอุบัติการของการแท้งซ้ำในครรภ์หลังๆค่อนข้างบ่อย
ทางเลือกของผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการบุตรมีอะไรบ้าง

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
เมื่อเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พึงปรารถนา คงจะไม่มีทางออกอื่นใดดีไปกว่าการทำแท้ง เนื่องจากกฎหมายของบ้านเมืองเราอนุญาตให้ทำแท้งได้ ด้วยเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งคนส่วนใหญ่ประสบอยู่นั้น กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำแท้ง ด้วยเหตุนี้ผู้ตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนาจึงยอมเสี่ยงต่ออันตราย โดยยินยอมให้หมอเถื่อนทำแท้งอันตรายจะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้กระทำ รวมทั้งกรรมวิธีของการกระทำด้วย นอกจากนั้นยังขึ้นกับตัวผู้ตั้งครรภ์เอง ถ้าครรภ์แก่เท่าใดอันตรายก็มากขึ้นเท่านั้น

ถึงแม้การลักลอบทำแท้งจะผิดกฎหมายก็ตามแต่เนื่องจากปัจจุบันนี้ จำนวนของผู้ตั้งครรภ์ไม่ต้องการบุตรเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา จึงมีการเพิ่มของสถานที่ทำแท้งเพื่อสนองความต้องการของสังคม ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ราคาค่าบริการก็แตกต่างกันมาก เท่าที่ได้ศึกษาผู้ป่วยที่เคราะห์ร้ายจากการทำแท้งจำนวนมากพบว่า ยิ่งเสียค่าบริการทำแท้งถูกเท่าไร ผลแทรกซ้อนจากการทำแท้งก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้เพราะผู้กระทำแท้งระดับค่าบริการต่ำ ขาดความรู้ทางการแพทย์ แทนที่จะทำแท้งให้เสร็จสิ้นในเวลาสั้นก็กลับใช้วิธีชักนำให้เกิดการแท้ง โดยฉีดสารสกปรกเข้าโพรงมดลูกแล้วแนะนำให้ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการตกเลือด ปวดท้อง มีไข้

ในฐานะสูติแพทย์ เมื่อมีหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนามาปรึกษาในเชิงขอทำแท้ง แต่ก่อนก็มักจะอบรม ชี้แจง และสั่งสอนให้ทราบถึงผลเสียของการทำแท้ง รวมถึงบาป บุญ คุณ โทษ ของการทำลายเด็กในครรภ์วันเวลาผ่านไปจึงพบความจริงว่า ไม่มีผู้ป่วยคนใดกระทำตามคำแนะนำของผู้เขียนเลย ทั้งนี้ก็เพราะผู้ป่วยเหล่านั้นคิดว่าการตั้งครรภ์มีผลเสียมากกว่าการทำแท้ง เมื่อเป็นเช่นนั้นในระยะหลังๆ นี้ เมื่อมีผู้เดือดร้อนมาปรึกษา ผู้เขียนมักจะแนะนำสถานที่ทำแท้งที่คิดว่ามีความปลอดภัยพอสมควร แม้ว่าราคาค่าบริการจะค่อนข้างแพงก็ตาม

อย่างไรก็ดี เมื่อยังไม่พร้อมที่จะมีบุตรก็ควรจะหาวิธีป้องกันไม่ให้มีการตั้งครรภ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำแท้งที่เป็นทางออกที่เสี่ยงทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง อนาคตและชีวิต การเรียนรู้วิธีวางแผนครอบครัวและ ปฏิบัติตามอย่างถูกต้องจะป้องกันปัญหานี้

ปัญหาที่น่าเป็นห่วงก็คือ การตั้งครรภ์ในหญิงโสด โดยเฉพาะในเด็กวัยศึกษาเล่าเรียน ขนบธรรมเนียมที่ดีของคนไทยแต่กาลก่อนเกี่ยวกับการรักษาความบริสุทธิ์ของหญิงสาว ไม่ชิงสุกก่อนห่าม ดูจะล้าสมัยไม่ทันยุคสมัยของวัยรุ่นที่ปล่อยตัวปล่อยใจ ชอบมั่วสุมกันอยู่ตามสถานที่ที่ไม่ควรอยู่ แทนการศึกษาหาความรู้เพื่ออนาคตของตนเอง ประพฤติตามแบบอย่างที่ไม่ดีของชาวตะวันตก ในที่สุดเมื่อฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ ฝ่ายชายก็ไม่รับผิดชอบ ผู้ที่เดือดร้อนก็คือ พ่อแม่ของฝ่ายหญิง ส่วนผู้ที่เจ็บตัวก็คือฝ่ายหญิงนั่นเอง

สำหรับนักเรียนนักศึกษานั้น ส่วนใหญ่มีความประพฤติดี แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เห็นผิดเป็นชอบ ดังนั้น การสอนเพศศึกษาในชั้นเรียนตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่นน่าจะมีประโยชน์มากกว่าการปล่อยให้เรียนรู้เองจากธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสายเกินแก้
ดูเพิ่มเติมเรื่อง วิธีการทางการแพทย์ในการควบคุมการเจริญพันธุ์
หัวข้อก่อนหน้า