การคุมกำเนิดแบบถาวร

คู่สามีภรรยาที่มีลูกเพียงพอแล้ว และไม่ต้องการที่จะมีลูกอีก สามารถป้องกันการมีลูกได้ตลอดไป โดยการคุมกำเนิดแบบถาวร นั่นคือ การทำหมัน ซึ่ง ได้แก่ การทำหมันหญิง และการทำหมันชาย
การทำหมันหญิง

ประเทศไทยไม่มีกฎหมายบังคับเกี่ยวกับเรื่องการทำหมันหญิงโดยเฉพาะ แต่จะแตกต่างกันไปบ้างตามดุลยพินิจของแต่ละสถาบัน และมีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และสังคม หรือแม้แต่เหตุผลทางการเมืองในบางครั้ง อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะลดกฎต่างๆ ลง และมักมิได้ถือกฎเกณฑ์เคร่งครัดนัก เพราะเหตุผลในการตัดสินใจที่จะมีลูกกี่คนนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความต้องการ และความจำเป็นของแต่ละครอบครัว ซึ่งไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม การทำหมันหญิงควรทำเมื่อมีลูกเพียงพอแล้ว หรือทำในหญิงที่ไม่สมควรจะมีลูก เนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ หรือทางพันธุศาสตร์

การทำหมันหญิง แบ่งออกได้กว้างๆ ตามระยะเวลาที่ทำ คือ

๑. การทำหมันหลังคลอด เป็นวิธีที่นิยมทำกันมาเป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี เนื่องจากในระยะ ๒๔-๔๘ ชั่วโมง หลังคลอด มดลูกยังคงมีขนาดใหญ่ง่ายต่อการทำผ่าตัด

๒. การทำหมันในขณะที่ไม่ตั้งครรภ์ หรือการทำหมันแห้ง ได้แก่ การทำหมันในขณะที่มิได้ตั้งครรภ์ หรือคลอด ภาษาชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า "หมันแห้ง" ซึ่งเป็นคำใหม่ เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยเป็นคำที่คนไข้ที่มาทำหมันตั้งขึ้นเอง และเป็นที่เข้าใจ และยอมรับกันทั่วไป ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดถึงเหตุผลของผู้ที่ตั้งชื่อนี้ แต่สันนิษฐานกันว่า คงเนื่องจากผู้ตั้งต้องการให้เห็นว่า ลักษณะของการทำหมันประเภทนี้ แตกต่างจากการทำหมันในระยะหลังคลอด เพราะขณะหลังคลอดหญิงจะมีน้ำคาวปลา (lochia) เปรอะเปื้อน หรือ "เปียก" ที่บริเวณปากช่องคลอด แต่การทำหมันในระยะที่ไม่เกี่ยวข้องกับการคลอดนั้น อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก "แห้ง"

คำใหม่นี้แม้ฟังดูจะไม่มีเหตุผลดีนัก แต่วงการแพทย์ไทยก็ยอมรับคำ "หมันแห้ง" กันทั่วไป เนื่องจากเป็นคำที่สั้นกะทัดรัดดี ยังไม่มีผู้ใดที่คิดจะเปลี่ยนแปลงคำนี้

๓. การทำหมันในกรณีพิเศษร่วมกับการผ่าตัดอื่นๆ เช่น การทำหมันร่วมกับการผ่าตัดเอาเด็กออกทางหน้าท้อง (caesarean section) ร่วมกับการผ่าตัดทางนรีเวชวิทยา ฯล

วิธีทำหมันหญิง


การทำหมันหญิงที่ทำกันโดยทั่วไป คือ การทำให้ปีกมดลูกตันทั้ง ๒ ข้าง เพื่อตัดทางที่เชื้ออสุจิจะพบกับไข่ ซึ่งการที่จะเข้าไปทำได้ก็มักต้องผ่านเข้าไปในช่องท้อง (ยกเว้นบางวิธีที่ไม่ต้องผ่านเข้าช่องท้อง ซึ่งบางวิธีกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา และบางวิธีได้เลิกไปแล้ว)

แผนภาพแสดงวิธีการทำหมันหญิง
แผนภาพแสดงวิธีการทำหมันหญิง

การผ่าตัดทำหมันจึงอาจแยกได้เป็น ๒ ตอน คือ วิธีผ่านเข้าไปถึงปีกมดลูก และวิธีทำให้ปีกมดลูกตัน

การผ่านเข้าไปถึงปีกมดลูก อาจทำได้ โดย

๑. ผ่านเข้าทางหน้าท้อง (abdominal approach) ซึ่งอาจทำได้ โดย

ก. การผ่าท้อง (laparotomy) ซึ่งหากเป็นระยะหลังคลอด ก็จะทำได้โดยเปิดหน้าท้องเป็นแผลแคบๆ ประมาณ ๒-๓ เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับสะดือเล็กน้อย เพราะมดลูกหลังคลอดใหม่ๆ ยังมีขนาดใหญ่

หากเป็นการทำหมันแห้ง มดลูกอยู่ลึกในอุ้งเชิงกราน การทำโดยวิธีธรรมดาจะต้องเปิดหน้าท้องกว้างจึงจะใส่มือเข้าไปถึงมดลูกได้ แต่ก็อาจผ่าเป็นแผลเล็กๆ เพียง ๓-๔ เซนติเมตรได้ โดยใช้เครื่องมือสอดผ่านเข้าทางปากมดลูก (ผ่านทางช่องคลอด) เพื่อดันและยกมดลูกให้สูงขึ้นมาจนสามารถจับปีกมดลูกได้โดยง่าย วิธีนี้เรียกว่า การผ่าตัดแบบ ย่อ (mini-laparotomy)

ข. การใช้กล้องส่องผ่านเข้าทางหน้าท้อง(laparoscopy) โดยใช้กล้องเล็กๆ ขนาดโตกว่าดินสอดำไม่มากนัก สอดผ่านหน้าท้องบริเวณล่างของสะดือ (หรือบริเวณใกล้เคียง) เข้าไปส่องดูปีกมดลูก และสอดเครื่องมือที่จะทำให้ปีกมดลูกตันเข้าไปทางกล้องนี้ หรือเจาะผ่านทางหน้าท้องอีกรูหนึ่ง วิธีนี้นิยมทำในการทำหมันแห้ง แผลที่เกิดจากวิธีนี้เป็นเพียงแผลเล็กๆ เกือบมองไม่เห็น

๒. ผ่านเข้าทางช่องคลอด (vaginal approach) ทำเฉพาะในการทำหมัน โดย

ก. การเปิดแผลเล็กๆ ที่บริเวณตอนบนของช่องคลอด (colpotomy) ซึ่งแผลนี้จะเปิดติดต่อกับช่องท้อง และสามารถใส่เครื่องมือเข้าไปจับปีกมดลูกดึงออกมา เพื่อทำให้ตันได้

ข. การใช้กล้องส่องผ่านเข้าทางตอนบนของช่องคลอด (culdoscopy)

การทำให้ปีกมดลูกตัน อาจทำได้โดย
๑. โดยการผูกหรือตัดปีกมดลูกด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งจะไม่กล่าวถึงรายละเอียดในที่นี้
๒. โดยการจี้ด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีเทคนิคปลีกย่อยหลายวิธีเช่นเดียวกัน
๓. โดยการใช้คลิปหนีบ หรือใช้ห่วงรัดปีกมดลูก ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา เป็นวิธีที่ทางแพทย์คาดว่าจะดีมากวิธีหนึ่ง และได้เริ่มใช้แล้วในบางประเทศ
๔. วิธีอื่นๆ ซึ่งอยู่ในระหว่างทดลอง เช่น การใช้สารเคมี

การทำให้ปีกมดลูกตันนี้ ส่วนมากต้องการให้ตันถาวร แต่ก็มีบางวิธีที่พยายามจะแก้ไขให้ปีกมดลูกเปิดได้อีก เมื่อต้องการ (reversible) แต่มักจะมีผลเสียตามมา คือ ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์จะเลวลง

การปฏิบัติตัวก่อนและหลังการผ่าตัด

แม้ว่าการผ่าตัดทำหมันจะเป็นเพียงการผ่าตัดเล็กๆ เท่านั้น แพทย์ก็จะต้องมีการตรวจสุขภาพคนไข้ว่า สมบูรณ์พอที่จะทำผ่าตัดหรือไม่ ฯลฯ นอกจากนั้นคนไข้จะต้องได้รับคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดด้วย

หลังการผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดทำหมันหลังคลอด การปฏิบัติตัวของคนไข้ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากการปฏิบัติตัวหลังคลอดโดยทั่วไป
การทำหมันชาย

การทำหมันชาย คือ การผูกตัดท่อนำเชื้ออสุจิ ซึ่งทำได้ง่าย สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย และปลอดภัยมาก

แผนภาพแสดงวิธีการทำหมันชาย
แผนภาพแสดงวิธีการทำหมันชาย

บางตอนของท่อนำเชื้ออสุจิอยู่ตื้น และเราสามารถคลำได้ที่บริเวณอัณฑะทั้งสอง เมื่อใช้เครื่องมือจับท่อนั้นได้แล้ว จึงกรีดผิวหนังบริเวณที่คลุมท่อนี้เป็นแผลเล็กๆ พอที่จะผูกและตัดท่อได้ และเย็บปิดแผลเพียง ๑ หรือ ๒ เข็มเท่า นั้น

การทำผ่าตัดนี้ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่เท่านั้น เมื่อทำผ่าตัดเสร็จ คนไข้จึงกลับบ้านได้ทันที

ปัจจุบันนี้มีผู้พยายามคิดค้น ทำให้ท่อน้ำเชื้ออสุจิตันโดยวิธีต่างๆ เช่น โดยการจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า การใช้คลิปหนีบท่อไว้ และการใช้สารบางอย่างอุดท่อให้ตัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีผู้พยายามให้การทำหมันชายเป็นการทำหมันแบบชั่วคราว คือ สามารถทำให้ท่อนำเชื้ออสุจิเปิดใหม่ได้อีกเมื่อต้องการ แต่ยังไม่ได้ผลดีนัก

อาการแทรกซ้อนของการทำหมันชาย

โดยทั่วไปอาการแทรกซ้อนจากการทำหมันชายมีน้อยมาก และมักเป็นเพียงอาการเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นอาการที่พบ คือ
๑. อาการเจ็บที่แผล
๒. อาการบวมที่ลูกอัณฑะ
๓. การอักเสบหรือติดเชื้อของแผล
๔. เลือดออกคั่งอยู่ในลูกอัณฑะ อาการนี้อาจรุนแรงได้ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน แต่พบน้อยมากถ้าทำโดยผู้ชำนาญ
๕. สเปอร์มแกรนูโลมา (sperm granuloma) คือการมีแกรนูโลมาเกิดบริเวณที่ทำผ่าตัด แต่มักไม่มีอาการผิดปกติ


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำหมันชาย

๑. มีผู้เกรงไปว่า การทำหมันชายจะทำให้ฮอร์โมนเพศชายลดต่ำลง แต่จากการศึกษาพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

๒. มีผู้เข้าใจว่า การทำหมันชายจะทำให้สมรถภาพทางเพศ หรือความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง ความจริงการทำหมันไม่มีผลโดยตรงต่อสมรรถภาพ หรือความรู้สึกทางเพศเลย นอกจากจะมีผลทางด้านจิตใจ เช่น เมื่อแน่ใจว่า ไม่ต้องระวังเรื่องมีลูก ความต้องการทางเพศจึงเพิ่มขึ้น เพราะมีความสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่า ภรรยาหรือหญิงที่ตนมีความสัมพันธ์ด้วยจะตั้งครรภ์ได้

ในทางตรงข้าม บางรายเกิดความรู้สึกไปในทางลบ เพราะเมื่อเห็นว่า ตนมีลูกไม่ได้แล้ว จึงคิดว่า สมรรถภาพทางเพศจะลดตามไปด้วย

หลักเกณฑ์ในการทำหมัน

๑. คู่สามีภรรยายินยอม และลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องมีข้อยกเว้น เช่น สำหรับหญิงที่ไม่มีสามีเป็นตัวเป็นตนแน่นอน

๒. จำนวนลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนมากมักถือจำนวน ๒-๓ คนเป็นเกณฑ์ บางแห่ง เช่น โรงพยาบาลศิริราช ถือจำนวนลูก ๓ คน สำหรับผู้ที่จะทำหมันหลังคลอดใหม่ (รวมคนที่คลอดใหม่ด้วย) ส่วนการทำหมันแห้ง จะอนุญาตให้ทำได้ เมื่อมีลูกแล้ว ๒ คน และลูกคนที่ ๒ อายุไม่ต่ำกว่า ๑ ปี ทั้งนี้เพราะระยะขวบปีแรกเป็นระยะที่อัตราการตายของเด็กยัง สูง

๓. อายุของภรรยาหรือหญิงที่จะทำหมัน มีหลายประเทศกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ด้วย แต่ในประเทศไทยถือว่า ถ้ามีจำนวนลูกตามเกณฑ์แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงอายุ

๔. เหตุผลทางแพทย์หรือพันธุกรรม ในรายที่มีเหตุผลทางแพทย์หรือพันธุกรรม ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงกฎเกณฑ์ทั้ง ๓ ข้อที่กล่าวมาแล้ว

การคุมกำเนิดด้วยวิธีต่างๆ ทั้งที่เป็นแบบชั่วคราว และแบบถาวรจะเป็นวิธีที่ดีพร้อมได้ ถ้าประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้
๑. มีประสิทธิภาพสูง
๒. ปลอดภัย และมีอาการแทรกซ้อนน้อย
๓. การเจริญพันธุ์ กลับสู่ภาวะปกติภายหลังเลิกใช้ (ถ้าเป็นวิธีชั่วคราว)
๔. วิธีใช้ง่ายและสะดวก
๕. มีผู้นิยมใช้มาก
๖. ราคาถูก
หัวข้อก่อนหน้า