ยาแผนโบราณที่เป็นยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง
ยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง
วิธีการผลิตยาแผนโบราณด้วยเครื่องจักรมีอะไรบ้าง
ทำไมยาจึงช่วยคนหนึ่งแต่ไม่ช่วยคนอีกคนหนึ่ง
เพื่อป้องกันอันตรายจากยาควรสังเกตอะไรบ้าง
ยาแผนโบราณที่เป็นยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง

[ขยายดูภาพใหญ่]
ยาแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้ เป็นยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ ยานัตถุ์ ซึ่งไม่มียาเสพติดให้โทษ ยาอันตรายหรือ ยาควบคุมพิเศษผสมอยู่ ยาหอม ซึ่งไม่มียาเสพติดให้โทษ ยาอันตรายหรือ ยาควบคุมพิเศษผสมอยู่ ยาไทยโบราณ ซึ่งใช้ชื่อ ปริมาณของวัตถุส่วนประกอบ วิธีการผสม และ คำอธิบายสรรพคุณตรงตามตำรายา ซึ่งรัฐมนตรี ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษารวม 16 ขนานคือ ยามหานิลแท่งทอง ยาเทพมงคล ยาเขียวหอม ยาประสะกะเพรา ยาเหลืองปิดสมุทร์ ยาอัมฤควาที ยาประสะมะแว้ง ยาตรีหอม ยาจันทน์ลีลา ยาประสะจันทร์แดง ยาหอมอินทจักร์ ยาหอมนวโกฏ ยาวิสัมพยาใหญ่ ยาประสะ ไพล ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู
ยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง

[ขยายดูภาพใหญ่]
ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้ได้มี 49 ขนาน คือ
วิธีการผลิตยาแผนโบราณด้วยเครื่องจักรมีอะไรอีกบ้าง

[ขยายดูภาพใหญ่]
การผลิตยาแผนโบราณโดยใช้เครื่องจักร มี 25 วิธี คือ
  • ยาตำเป็นผงแล้วปั้นเป็นลูกกลอนกลืนกิน
  • ยาตำเป็นผงแล้วบดให้ละเอียดละลายน้ำกระสายต่างๆ กิน
  • ยาสับเป็นท่อนเป็นชิ้นบรรจุลงในหม้อเติมน้ำต้น รินแต่น้ำกิน
  • ยาดองแช่ด้วยน้ำท่า หรือสุราแล้วรินแต่น้ำกิน
  • ยาสกัดด้วยเหล้าหรือแอลกอฮอล์ หยดลงน้ำกิน
  • ยาเผาให้เป็นด่าง เอาด่างนั้นแช่น้ำไว้ แล้วรินแต่น้ำกิน
  • ยาเผาให้เป็นด่างเอาด่างนั้นแช่น้ำไว้ แล้วรินแต่น้ำด่างนั้นกิน
  • ยาเผาหรือเผาให้ไหม้ ตำเป็นผงบดให้ละเอียดละลายน้ำกระสายต่างๆ กิน
  • ยากลั่นเอาน้ำเหงื่อ เช่น กลั่นสุราเอาน้ำเหงื่อกิน
  • ยาประสมแล้วห่อผ้าบรรจุลงในกลัก เอาไว้ใช้ดม
  • ยาประสมแล้ว ตำเป็นผงกวนให้ละเอียดใส่กล่องเป่าทางจมูก และในลำคอ เช่น ยานัตถุ์
  • ยาหุงด้วยน้ำมันเอาน้ำมันใส่กล้องเป่าบาดแผล
  • ยาประสมแล้วติดไฟใช้ควันใส่กล้องเป่าบาดแผล และฐานฝี
  • ยาประสมแล้วมวนบุหรี่สูบเอาควัน เช่น บุหรี่
  • ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำบ้วนปาก
  • ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำอาบ
  • ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำแช่
  • ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำชะ
  • ยาประสมแล้ว ต้มเอาไอรม
  • ยาประสมแล้ว ใช้เป็นยาทา
  • ยาประสมแล้ว ทำเป็นลูกประคบ
  • ยาประสมแล้ว ใช้เหน็บ
  • ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำสวน
  • ยาประสมแล้ว ทำเป็นยาพอก
  • ยาประสมแล้ว ทำเป็นขี้ผึ้งปิดแผล ซึ่งเรียกว่ายากวน
ทำไมยาจึงช่วยคนหนึ่งแต่ไม่ช่วยคนอีกคนหนึ่ง

[ขยายดูภาพใหญ่]
ผลเสียเนื่องจากความแตกต่างในตัวผู้ใช้ยาซึ่งมีปฏิกิริยาต่อยาผิดปกติ บางคนมีความไวต่อยาบางชนิดผิดไปจากคนอื่นๆ แม้จะใช้ยาใน ขนาดรักษา ทำให้เกิดผลเสียต่อโรคเดิม คือเกิดภาวะอื่นแทรกซ้อน ทำให้ ร่างกายของผู้นั้นอ่อนแอมากขึ้น บางคนเกิดอาการแพ้ยาบางชนิด แม้ในขนาดน้อยๆ ซึ่งคนธรรมดาไม่ แพ้ อาจเกิดอาการรุนแรงถึงแก่ชีวิต บางคนมีโรคประจำตัวอยู่ เช่น โรคปอด โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเป็นเหตุให้ยาสะสมในร่างกาย หรือร่างกายมีความไวต่อยาเป็น พิเศษ ส่งเสริมให้เกิดพิษของยาได้ง่ายเข้าและมีอาการรุนแรงมากขึ้น
เพื่อป้องกันอันตรายจากยาควรสังเกตอะไรบ้าง

[ขยายดูภาพใหญ่]
ข้อสังเกตบางประการในการใช้ยารักษาโรค ความมุ่งหมายในการใช้ยารักษาโรค คือ ต้องการให้โรคหายเร็วที่สุด ไม่มีร่องรอยโรคเหลืออยู่ ไม่เกิดผลเสียจากการใช้ยา และสิ้นเปลืองเงิน ทองน้อยที่สุดด้วย การที่จุบรรลุเป้าหมาดังกล่าว จำจะต้องมีความรู้เรื่องโรค เรื่องยา ตลอดจนการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในเรื่องที่ควรละเว้น และสิ่งที่ควรกระ ทำ ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้อาจทำได้จากการอ่านวารสารทางการแพทย์การสื่อ สารมวลชน (วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์) จากการสังเกตและไต่ถามผู้รู้ ผู้มี ประสบการณ์ ตลอดจนแพทย์และพยาบาล ในที่นี้จะขอกล่าวเป็นข้อสังเกต เพียงบางประการดังต่อไปนี้ คือ โรคบางอย่าง (ไข้หวัด) อาจหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาหรือใช้ เพียงยาลดไข้ถ้ามีไข้สูง และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการอย่างเดียวกัน เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อาจเกิดจากสาเหตุ หลายประการที่ไม่เหมือนกัน การรักษาที่ถูกต้อง คือ ใช้ยารักษาตามอาการ และที่สำคัญที่สุดต้องใช้ยารักษาต้นเหตุของโรคด้วย การใช้ยารักษาโรคแต่ละครั้งต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์จึงจะ ปลอดภัย ถ้าใช้ยาสามัญประจำบ้านต้องอ่านสลากยาให้ดีก่อนใช้ หากเกิด ความสงสัยไม่ควรใช้ยานั้น ๆ ไม่ใช้ยาที่ปราศจากสลาก ยาที่เปลี่ยนรูปลักษณะ สีสันและกลิ่น เช่น ยาน้ำเปลี่ยนสีหรือมีตะกอนยาเม็ดที่แตกหักหรือเคลือบเม็ดหลุด เพราะยานั้น อาจเสื่อมคุณภาพ หรือแปรสภาพ (ยาเสีย) ไปแล้ว ต้องใช้ยาจากแหล่งที่เชื่อ ถือได้เพื่อหลีกเลี่ยงยาปลอมและยาไม่ได้มาตาฐาน ต้องเก็บยาในที่ไม่ร้อนจัด ไม่ชื้น ปิดจุกให้แน่นมิฉะนั้นยาจะเสียได้ง่าย ยาบางชนิดต้องเก็บในที่เย็นยาบางอย่างมีกำหนดอายุ ถ้าเก็บไม่ถูกต้อง ยา อาจเสียก่อนหมดอายุได้ อนึ่งยาปฏิชีวนะชนิดผงซึ่งอยู่ในขวด และต้องผสมน้ำก่อนใช้นั้น เมื่อยัง เป็นผงอยู่ยาจะคงทนดีสามารถเก็บไว้ได้นานตามอายุที่กำหนดไว้ในสลาก ถ้า ผสมน้ำแล้วต้องเก็บยาในที่เย็นหรือตู้เย็น และคงมีฤทธิ์ในการรักษาประมาณ 7 วัน จากนั้นยาจะเสื่อมคุณภาพทีละน้อยจนหมดฤทธิ์ไป ยาหยอดตาบางชนิดเมื่อเปิดใช้แล้วจะต้องทิ้งไปภายหลัง 2 สัปดาห์ เพราะยาเสื่อมคุณภาพ
หัวข้อก่อนหน้า