ปลาอะไรบ้างที่เป็นปลาพื้นเมืองของไทย
ปลาไทย
ปลาพื้นบ้านของไทยเรามีอยู่หลายชนิดที่เลี้ยงได้ดีทั้งในบ่อน้ำจืดและน้ำกร่อย ในนาข้าวและในกระชัง ปลาดังกล่าวได้แก่
ปลาสวาย
ปลาดุก
ปลาแรด
ปลาสลิด
ปลาหมอตาล
ปลาช่อน
ปลาบู่
ปลานวลจันทร์ทะเล
ปลากระบอก
ปลากะพง

ปลาสวาย

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ปลาสวายปลาสวายมีประวัติการเลี้ยงในย่านแหลมอินโดจีนมานาน ปลาสวายเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ มีความยาวถึง 1.50 เมตร
การเลี้ยงปลาสวาย เริ่มด้วยการรวบรวมลูกปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ การวางไข่ของปลาสวายจะเริ่มต้นในฤดูน้ำหลากตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม แหล่งวางไข่ก็คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่นครสรรค์ถึงชัยนาท และลุ่มน้ำโขง ลูกปลาที่จับได้มักจะปนกัน คือมีทั้งปลาสวาย ปลาเทโพและปลาสังกะวาด ปัจจุบันลูกปลาที่นำมาเลี้ยง ส่วนใหญ่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ด้วยวิธีผสมเทียมและฉีดฮอร์โมน
ลูกปลาสวายกินแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร หากอาหารมีไม่พอเพียงลูกปลาจะกินกันเองในวันที่ 2 หลังจากฟักเป็นตัว ลูกปลาอายุ 16-21วัน จะมีความยาว 2-6 เซนติเมตร กินอาหารสมทบจำพวกเนื้อปลา เนื้อหอยได้ และสามารถนำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อดินหรือในกระชังตาถี่ได้การเลี้ยงปลาสวายอาจเลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้ เช่น ปลาตะเพียน อาหารของปลาสวาย ได้แก่ เศษอาหาร เศษปลา รำข้าว ข้าวต้มสุกระยะการเลี้ยง 8-10 เดือนปลาสวายจะโตได้น้ำหนัก 1.0-1.2 กิโลกรัม

ปลาดุก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปลาดุกปลาดุกมีอยู่ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และแอฟริกา ปลาดุกเป็นปลาที่มีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจ ฉะนั้นจึงทำให้สามารถอยู่บนบกได้เป็นชั่วโมงและอยู่ในน้ำที่ปริมาณก๊าซออกซิเจนต่ำได้จึงเหมาะแก่การที่จะเลี้ยง การเลี้ยงปลาดุกมีมากในแอฟริกาตะวันออกและในประเทศไทย ไทยเรามีปลาดุกอยู่ประมาณ 7 ชนิด แต่ที่นิยมเลี้ยงมีอยู่ 2 ชนิดคือ ปลาดุกด้านและปลาดุกอุย
ลูกปลาดุกที่นำมาเลี้ยง แต่เดิมทีก็เก็บรวบรวมจากแหล่งน้ำธรรมชาติในฤดูฝน รังหนึ่ง ๆ จะได้ลูกปลาประมาณ 2,000-15,000 ตัว ปีหนึ่งๆ จะจับลูกปลาได้ประมาณ 50 ล้านตัว
ความนิยมในการเลี้ยงปลาดุกได้เพิ่มความต้องการลูกปลามากขึ้นจึงได้มีผู้เพาะลูกปลาสำหรับจำหน่ายโดยเฉพาะลูกปลาอายุ 5 วัน เมื่อถุงไข่แดงยุบแล้วจะนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาลซึ่งเป็นบ่อดินมีเนื้อที่ผิวน้ำประมาณ 3 ตารางเมตร น้ำลึก 10-18 เซนติเมตร อัตราการปล่อย 5,000-6,000 ตัวต่อตารางเมตร อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยลูกไร เมื่ออายุได้ 2-3 สัปดาห์ ใช้ปลาต้มเป็นอาหาร เมื่อลูกปลาโตได้ขนาดความยาว 10 เซนติเมตร จึงนำไปปล่อยลงเลี้ยงในบ่อเป็นปลาใหญ่ เพื่อจำหน่าย
บ่อเลี้ยงปลาใหญ่มีขนาดตั้งแต่ 100-1,000 ตารางเมตร มีระดับน้ำลึกประมาณ 1 เมตร รอบบ่อมีรั้วรอบกันปลาหนีมีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร อัตราการปล่อยลูกปลา 180 ตัวต่อตารางเมตร อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยปลาเป็ดผสมรำข้าว

ปลาแรด


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปลาแรดปลาแรดเป็นปลาขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดความยาวถึง 65 เซนติเมตร ปลาแรดทำรังวางไข่ด้วยเศษไม้ใบหญ้าในระดับใต้น้ำ 30 เซนติเมตร ไข่มีน้ำหนักเท่ากับน้ำลอยตัวอยู่ในรัง ลูกปลาที่ฟักเป็นตัวจะลอยหงายท้องจนกว่าไข่แดงจะยุบใช้เวลาประมาณ 5 วัน จึงจะเริ่มกินอาหารปลาแรดจะวางไข่ตลอดปีในบ่อที่กว้าง ปลาแรดเป็นปลาที่เนื้อมีรสชาติดีนิยมใช้ปรุงอาหารและอยู่ในความสนใจของชาวยุโรปมีผู้นำไปเลี้ยงในฝรั่งเศส การเลี้ยงปลาแรดแพร่กระจายทั่วไปในอินโดนีเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์
ปลาแรดวางไข่ตามธรรมชาติในบ่อ ซึ่งมีพันธุ์ไม้น้ำจำพวกหญ้าหรือกก ซึ่งปลาแรดได้อาศัยทำรังวางไข่ ผู้เลี้ยงปลาอาจจะเตรียมรังไข่ซึ่งสานด้วยไม้ไผ่ไปวางตามชายฝั่งใต้ผิวน้ำ 20 เซนติเมตร
บ่อสำหรับปลาแรดวางไข่มีขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร ปล่อยแม่ปลา 10 ตัว พ่อปลา 5 ตัว อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยใบมันสำปะหลัง หรือใบแค หรือพืชอื่น 5 กิโลกรัมต่อบ่อต่อวัน และรำข้าว 4 ลิตรต่อบ่อต่อ 3 วัน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ปลาจะใช้เวลาทำรังประมาณ 10 วัน หลังจากทำรังเสร็จแล้ว 3 วัน ปลาจะเริ่มวางไข่ แต่รังจะมีไข่ 3,000-4,000 ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 5 วัน
ลูกปลาแรดกินแพลงก์ตอนสัตว์ และเมื่อมีอายุ 10 วัน จะมีความยาว 1 เซนติเมตร จะนำมาปล่อยเลี้ยงในบ่อดินขนาด 40-200 ตารางเมตรต่อลูกปลา 1 รัง ให้ปลวกเป็นอาหารบ่อละ 1 ช้อนชาต่อวัน และให้กากถั่วสมทบอีกประมาณ 2 ช้อนชาต่อวัน เมื่อลูกปลาอายุ 3 เดือนจะมีความยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และเมื่ออายุ 5 เดือน จะมีความยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร ลูกปลาขนาดดังกล่าวจะกินอาหารพวกพืช เช่น แหนเป็ด แหนตีนตุ๊กแก หรือใบพืชหั่นฝอย ปลาแรด เป็นปลาที่โตช้า ต้องเลี้ยง 2-3 ปี จึงจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการและให้ผลผลิตต่ำ คือประมาณ 40 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

ปลาสลิด

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ปลาสลิดปลาสลิดเป็นปลาที่มีกำเนิดในไทย เวียดนามใต้ มาเลเซีย ขนาดโตที่สุดมีความยาว 25 เซนติเมตร ได้มีการนำเข้าไปเลี้ยงในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย พม่า ปากีสถานและศรีลังกา
ปลาสลิดเพศผู้ต่างกับเพศเมียที่ครีบหลัง ครีบหลังปลาตัวผู้จะยาวยื่นไปจรดโคนครีบหาง ปลาสลิดจะวางไข่แพร่พันธุ์เกือบตลอดปี ปลาตัวผู้และตัวเมียจะจับคู่ ปลาตัวผู้จะก่อหวอดทำรังในระหว่างต้นไม้น้ำ เมื่อตัวเมียวางไข่ตัวผู้จะปล่อยเชื้อเข้าผสม หลังจากนั้นปลาตัวผู้ก็จะเก็บไข่ไปพ่นติดกับรังปลาตัวเมียขนาดน้ำหนัก 100-200 กรัม จะมีไข่ 1,000-10,000 ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 24-36 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 28-30 องศาเซลเซียส
ปลาสลิดเป็นปลาที่เหมาะสำหรับเลี้ยงในนาซึ่งปล่อยให้หญ้าขึ้นรก แปลงหนึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ปล่อยพ่อแม่ปลาให้วางไข่แพร่พันธุ์เองประมาณ 35 คู่ต่อไร่ ผู้เลี้ยงปลาจะทยอยตัดหญ้าในแปลงแล้วหมักทิ้งไว้เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติปลาจะโตได้ขนาดต้องการภายในเวลา 8-10 เดือน ผลผลิตของปลาสลิด 40 ถึง 60 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

ปลาหมอตาล


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปลาหมอตาลปลาหมอตาลวางไข่ลอยกระจายบนผิวน้ำไม่ทำรัง บ่อวางไข่มีระดับน้ำลึก 50-80 เซนติเมตร มีเนื้อที่ 30-100 ตารางเมตร ปลาหมอตาลจะวางไข่ทุก ๆ 6 เดือน และจะวางไข่ได้ประมาณ 5 ครั้งในชีวิต บ่อวางไข่จะใส่พ่อแม่ปลา 1 คู่ต่อเนื้อที่ 30-50 ตารางเมตร ปลาจะวางไข่หลังจากปล่อย 18 ชั่วโมง ตามปกติจะวางไข่ตอนเช้าไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 2 วัน ลูกปลาจะลอยอยู่บนผิวน้ำ 3-4 วัน หลังจากนั้นนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล ซึ่งควรใส่ปุ๋ยคอกให้น้ำมีสีเขียวเมื่อเลี้ยงได้ 1 เดือน ก็นำไปปล่อยเลี้ยงเป็นปลาใหญ่ต่อไป ผลผลิตของปลาหมอตาลในบ่อใส่ปุ๋ยจะได้ 80 กิโลกรัม ต่อไป ผลผลิตของปลาหมอตาลในบ่อใส่ปุ๋ยจะได้ 80 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี
ตามปกติปลาชนิดต่าง ๆ เหล่านี้อาจเลี้ยงรวมกันเองหรือรวมกับปลาสกุลอื่น ๆ ก็ได้ การเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมกันนี้ ประกอบด้วยปลาหมอซึ่งกินเนื้อเป็นอาหาร ปลาแรดซึ่งกินพืช ปลาสลิด ปลาหมอตาล และปลากระดี่ ซึ่งกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ในมาเลเซีย และสิงคโปร์นิยมเลี้ยงปลาสลิดรวมกับปลาไน ปลาหมอเทศ ปลาตะเพียนทอง ปลาตะเพียนและปลาจีน

ปลาช่อน


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปลาช่อนปลาช่อนเป็นปลาที่กินเนื้อ เช่น ลูกปลาลูกกุ้ง หรือแม้แต่ปลาขนาดเล็กพวกเดียวกัน ปลาช่อนพบทั่วไป ตั้งแต่ประเทศจีน อินเดีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ ในประเทศไทยจะมีอยู่ทั่วไปทุกภาค
ปลาช่อนวางไข่แพร่พันธุ์ตลอดปี ปลาตัวเมียขนาดความยาว 43.6 เซนติเมตร หนัก 1.2 กิโลกรัม จะมีใช่ประมาณ 40,000 ฟอง ไข่มีลักษณะกลม ลอย มีสีเหลือง ไข่จะฟักเป็นตัวในเวลา 24-30 ชั่วโมง ในอุณหภูมิน้ำ 27-28 องศาเซลเซียส
บ่อเลี้ยงปลาช่อนควรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเนื้อที่ 800-1,600 ตารางเมตร มีระดับน้ำลึก 1.50-2.0 เมตร อัตราการปล่อย 40-60 ตัวต่อตารางเมตร อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยปลาเป็ด รำ และปลายข้าวต้มผสมกันในอัตรา 8:1:1 ให้อาหารวันละ 2 เวลา ตอนเช้าและบ่ายคอยดูแลเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 3 วัน ปลาจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการภายใน 7-8 เดือน

ปลาบู่

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ปลาบู่ตามธรรมชาติ ปลาบู่กินปลาตัวเล็กๆ กุ้ง ปู หอย และแมลงในน้ำ ในประเทศไทยจะพบปลาบู่ตามแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง ในทุกภาคของประเทศ
ปลาบู่จะวางไข่ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงสิงหาคม ปลาบู่ วางไข่ติดวัตถุต่างๆ ในน้ำ ไข่มีสีเหลืองเข้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 มิลลิเมตร ปลาตัวเมียที่มีขนาดความยาว 15-36 เซนติเมตร จะมีไข่ 10,000-90,000 ฟอง ไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 16-30 ชั่วโมง ในอุณหภูมิน้ำ 20-30 องศาเซลเซียส
การเลี้ยงปลาบู่ นิยมเลี้ยงในกระชังแขวนลอยชายฝั่งแม่น้ำอาหารที่ใช้เลี้ยงคือ ปลาเป็ดสับเป็นชิ้นโยนให้กินปลาจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการในระยะเวลา 8-10 เดือน

ปลานวลจันทร์ทะเล

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ปลานวลจันทร์ทะเลเป็นปลาในวงศ์คลูเปอิดี (Clupeidae) พบอยู่ทั่วไปในย่านอินโดแปซิฟิก ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นอาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ขึ้นไปถึง 40 องศาเซลเซียส และจะตายเมื่ออุณหภูมิประมาณ 12 องศาเซลเซียส ปลานวลจันทร์ทะเลอาศัยอยู่ใกล้ฝั่ง ใกล้ปากแม่น้ำ เจริญเติบโตดีในบ่อน้ำกร่อย แต่จะไม่วางไข่แพร่พันธุ์ในบ่อ ลูกปลาที่นำมาเลี้ยงจับได้ตามชายฝั่งทะเล ลูกปลาเจริญเติบโตรวดเร็วภายใน 1 เดือน จะมีความยาว 5-7 เซนติเมตรและจะโตมีความยาว 12-15 เซนติเมตร ในเดือนที่ 2 ระยะเวลาเลี้ยง 8-10 เดือนจะโตได้น้ำหนัก 250-500 กรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ ขนาดโตที่สุดที่พบในทะเลมีน้ำหนักถึง 15 กิโลกรัม

ปลากระบอก

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ปลากระบอกปลากระบอกเป็นปลาทะเลในวงศ์มูจิลิดี (Mugillidae) ซึ่งมาอาศัยหากินอยู่ในน้ำกร่อยบริเวณปากแม่น้ำ พบทั่วไปในมหาสมุทรอินเดียในย่านอินโดแปซิฟิกเลยไปถึงญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ปลากระบอกสามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยได้ดีในน้ำกร่อยและน้ำจืดปลากระบอกนำมาเลี้ยงในบ่อได้ดีและสามารถนำมาเลี้ยงรวมกับปลาอื่น เช่น ปลาในสกุลคาร์พและสกุลตีลาเบียในบ่อน้ำกร่อยเล็กน้อย

ปลากะพง

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ปลากะพงปลากะพงเป็นปลาทะเล แต่เข้ามาหากินในน้ำกร่อยและเลยเข้ามาอยู่ในแม่น้ำซึ่งมีน้ำจืด ปลากะพงเป็นปลาชั้นดี มีราคาปลากะพงเป็นปลากินเนื้อ กิน ปลา กุ้ง ปู หอยและตัวหนอนเป็นอาหารลูกปลากะพงที่นำมาเลี้ยงเก็บรวบรวมจากแหล่งธรรมชาติตามบริเวณปากแม่น้ำโดยเฉพาะปากแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันออกมีมากที่จันทบุรีและตราดการจับลูกปลาใช้อวนหรือสวิงช้อน ขนาดของลูกปลาที่จับได้มีขนาดความยาวน้อยกว่า 20 เซนติเมตร การเลี้ยงปลากะพงอาจเลี้ยงได้ในกระชังที่วางในทะเล ในบ่อน้ำกร่อยและในบ่อน้ำจืด อัตราการปล่อยปลาขนาดดังกล่าว 1 ตัวต่อตารางเมตรใช้ปลาเป็ดเป็นอาหาร ปลาจะโตได้น้ำหนัก 2 กิโลกรัม มีความยาว 50 เซนติเมตร ภายในระยะเวลาการเลี้ยง 1 ปี



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง |ดูต่อ.. ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.