สิ่งที่ต้องพิจรณาในการทำบ่อเลี้ยงปลามีอะไรบ้าง
๕ ครอบครัวปลาน้ำจืดที่เหมาะจะเลี้ยงในกระชังมีอะไรบ้าง
ปลาไน ปลาลิ่น ปลาซ่ง ปลาเฉา เป็นปลาที่มีแหล่งกำเนิดที่ใด
ปลาในสกุลตีลาเบีย เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลายมีปลาอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องพิจรณาในการทำบ่อเลี้ยงปลามีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

สิ่งที่ต้องพิจารณา สำหรับการเลี้ยงปลาในบ่อมีดังนี้
๑. การเลือกทำเล
การทำบ่อเลี้ยงปลา สิ่งที่จะต้องพิจารณาเบื้องแรก ได้แก่ การเลือกหาสถานที่หรือทำเลที่เหมาะแก่การดำเนินการเลี้ยงปลา ข้อที่ควรจะนำมาพิจารณาก็คือ

๑.๑ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศควรเป็นทำเลที่มีเชิดลาดกว้าง เมื่อสร้างบ่อสามารถที่จะระบายน้ำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำถ้าเป็นที่ราบลุ่มจำเป็นต้องยกคันรอบเพื่อเก็บกักน้ำ และควรเป็นที่ที่น้ำไม่ท่วมในฤดูน้ำมากหรือฤดูฝน

๑.๒ ลักษณะดิน ดินควรจะเป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทรายน้ำไม่ซึมหรือรั่ว ไม่ควรเลือกที่ที่เป็นดินทราย หินหรือกรวด การทดสอบดินว่าจะเก็บกักน้ำได้หรือไม่เพียงใดก็โดยวิธีนำดินมาผสมน้ำพอชื้นแล้วบีบเป็นปั้นหากจับกันเป็นก้อนแน่น แสดงว่าเก็บกักน้ำได้ดี หากร่วนซุยไม่จับกันเป็นก้อน แสดงว่าคุณภาพในการเก็บกักน้ำต่ำ ในกรณีที่จำเป็นจะต้องเลือกที่ที่มีดินเก็บกักน้ำไม่ดี ควรจะปูพื้นก้นบ่อด้วยพลาสติก หรือดินเหนียวหรือสารอื่นที่มีคุณสมบัติที่จะจับเนื้อดินหรืออุดรูรั่ว เช่น ยางมะตอย หรือจะใช้ดินเหนียวบดอัดแน่นหลาย ๆ ชั้น

๑.๓ ปริมาณน้ำ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงปลาการสร้างบ่อเลี้ยงควรจะอยู่ในที่ซึ่งมีน้ำอุดมสมบูรณ์ เช่น ใกล้แม่น้ำลำคลอง หนองบึง ซึ่งมีน้ำตลอดปี หรืออยู่ใกล้คลองชลประทาน ซึ่งสะดวกต่อการทดน้ำระบายเข้าบ่อ ในบางกรณีที่จำเป็นจะใช้น้ำบาดาลหรือน้ำพุ

๑.๔ ขนาดของพื้นที่ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ หากทำการเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคในครัวเรือนก็ใช้เนื้อที่เพียง 400 ตารางเมตร ก็พอ แต่ถ้าทำเป็นการค้าจะต้องมีบ่ออนุบาล บ่อเลี้ยง บ่อเพาะฟัก ก็จะต้องมีเนื้อที่มากการเลี้ยงปลาเป็นการค้าควรมีเนื้อที่ตั้งแต่ 30 ไร่ขึ้นไป

๑.๕ ความสะดวก การเลือกทำเลควรคำนึงถึงความสะดวกต่างๆ เช่น มีทางคมนาคมใกล้ถนนหนทาง หรือแม่น้ำลำคลองเพื่อสะดวกในการขนส่ง ใกล้ชุมชนและอื่น ๆ

๒.. การวางแผนและการก่อสร้าง
ก่อนลงมือก่อสร้างควรวางแผนผังและออกแบบบ่อคันดิน ท่อทางระบายน้ำ อาคาร และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับพื้นที่
๕ ครอบครัวปลาน้ำจืดที่เหมาะจะเลี้ยงในกระชังมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การเลี้ยงปลาในกระชัง
การเลี้ยงปลาในระชัง หมายถึงการเลี้ยงปลาในภาชนะกักขัง ตั้งแต่ ลูกปลาไปจนถึงปลาขนาดใหญ่ น้ำสามารถถ่ายเทได้รอบด้านของภาชนะกักขัง

การเลี้ยงปลาแบบนี้สามารถดำเนินการได้ในแหล่งน้ำทั่วไปในแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ คลองส่งน้ำ แม้แต่ในบ่อที่ขุดแร่ ซึ่งมีน้ำขังหรือแหล่งน้ำที่เต็มไปด้วยตอไม้ก็ใช้ได้ การเลี้ยงปลาในกระชังเป็นวิธีการหนึ่งที่เหมาะสมทั้งทางเศรษฐกิจและการปฏิบัติ นอกจากนั้น วิธีนี้อาจจะนำไปใช้ในแหล่งน้ำกร่อยหรือในทะเลก็ได้ การเลี้ยงปลาในกระชังสามารถปล่อยปลาได้หนาแน่น การให้อาหารสมทบที่สมดุลจะให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตสูงในระยะเวลาอันสั้น

ส่วนประกอบอย่างอื่นของตัวกระชังก็คือ
๑. ทุ่นสำหรับลอยกระชัง ชนิดที่ลอยผิวน้ำ ประกอบด้วยทุ่นโลหะหรือพลาสติก หรือท่อพีวีซี (PVC) ปิดหัวท้าย
๒. ฝาปิด ฝาปิดส่วนบนจะช่วยป้องกันศัตรูโดยเฉพาะพวกนกป้องกันสาหร่ายเกาะตัวกระชังและป้องกันขโมยและบางโอกาสทำให้ปลาไม่ตื่นตกใจ กินอาหารดีขึ้น ฝาปิด อาจทำด้วยอวน ไม้หรือตาข่ายโลหะ และผักตบชวา
๓. ที่ให้อาหารควรจะต้องมี มิฉะนั้นจะสูญหาย ที่ให้อาหารอาจเป็นแป้นสี่เหลี่ยมมีเนื้อที่ 1 ตารางเมตร หรือถ้าให้อาหารลอยก็ควรมีกรอบป้องกันอาหารไหลตามน้ำ

รูปร่างลักษณะของกระชัง ส่วนใหญ่มีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมด้านเท่า บางแห่งสร้างรูปกลมหรือหกเหลี่ยม ขนาดของกระชังมีปริมาตร ตั้งแต่ 1-100 ลูกบาศก์เมตร ขนาดเล็ก 0.7-10 ลูกบาศก์เมตร ส่วนใหญ่ใช้สำหรับทดลองแต่ที่ทำเป็นการค้า เช่น ในอินโดนีเซีย อาจมีขนาดถึง 16-150 ลูกบาศก์เมตร การเลี้ยงปลาในกระชังไม่ควรจะทำกระชังขนาดใหญ่เพราะมีข้อเสียหายและความไม่สะดวกหลายประการในการจัดการ ขนาดกระชังที่เหมาะกับการเลี้ยงปลา ควรมีขนาดความจุ 20 ลูกบาศก์เมตร

ปลาน้ำจืดที่มีความต้านทานที่เหมาะจะเลี้ยงในกระชังมีอยู่ ๕ ครอบครัว คือ ไซพรินิดี (Cyprinidae) ได้แก่ ปลาไน ซิลูริดี (Siluridae) ได้แก่ ปลาสวาย ปลาเทโพ คลาริไอดี (Claridae) ได้แก่ ปลาดุก โอฟิเซฟาลิดี (Ophicephalidae) ได้แก่ ปลาช่อน และ ซิคลิดี (Cichlidae) ได้แก่ ปลาในสกุลตีลาเบีย ชนิดต่าง ๆ เช่น ปลานิล ผลการทดลองปรากฏกว่าปลานิลเหมาะแก่การเลี้ยงในกระชังมาก มีการเจริญเติบโตดีและมีอัตรารอดสูง กินอาหารเม็ดและเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อได้ดี มีความต้านทานโรคสูงและสามารถปรับตัวอยู่ได้หนาแน่น
ปลาไน ปลาลิ่น ปลาซ่ง ปลาเฉา เป็นปลาที่มีแหล่งกำเนิดที่ใด


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปลาจีน
เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน ชาวจีนที่เข้าอยู่ในเมืองไทยได้นำเข้ามาเลี้ยง ต่อมาปลาจีนซึ่ง ได้แก่ ปลาไน ปลาเฉา ปลาลิ่น ปลาซ่ง สามารถที่จะเพาะขยายพันธุ์ได้ในบ้านเรา จึงไม่มีความจำเป็นที่จะนำเข้ามาอีกต่อไป การเลี้ยงปลาจีนโดยทั่วไปใช้วิธีเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมมัน เนื่องจากปลาแต่ละชนิดกินอาหารแตกต่างกัน กล่าวคือ

๑. ปลาไน ปลาไนเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันเกือบทั่วไปทุกส่วนของโลก และเป็นปลาที่มีประวัติการเลี้ยงมานานที่สุด ก่อนคริศต์ศักราช 2,000 ปี ความสำเร็จในการเลี้ยงปลาไน ขึ้นอยู่ที่ปลาไนวางไข่ในบ่อแพร่พันธุ์เอง และปลาไนมีความทนทานตั้งแต่ไข่ไปจนถึงปลาโต ปลาไนสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำที่เป็นกรดและด่าง และอยู่ได้ในน้ำที่มีความเค็มถึง 20 ส่วนต่อพัน (ppt) ปลาไนสามารถปรับตัวอยู่ได้ในน้ำที่มีอุณหภูมิต่าง ๆ จึงเลี้ยงได้ในภูมิอากาศร้อนไปจนถึงภูมิอากาศหนาว นอกจากนั้น ปลาไนยังทนทานต่อความขุ่นของน้ำได้ดีกว่าปลาทั้งหลาย

๒. ปลาลิ่น ปลาลิ่นเป็นปลากินแพลงก์ตอนพืชแต่สามารถเลี้ยงด้วยอาหารสมทบ เช่น รำข้าว แป้ง และกากถั่วได้

๓. ปลาซ่ง ปลาซ่งเป็นปลาที่กินแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหารปลาที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหารนี้ มีลักษณะพิเศษคือ มีซี่เหงือกยาวและละเอียดเพื่อใช้กรองแพลงก์ตอนพืชและสัตว์

๔. ปลาเฉา ปลาเฉาเป็นปลากินพืช และอาหารสมทบ เป็นปลาที่รู้จักกันแพร่หลายและนิยมเลี้ยงกัน

การเลี้ยงปลาใหญ่สำหรับสู่ตลาดนั้น ใช้วิธีการเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมกันในบ่อโดยถือหลักการใช้ประโยชน์เนื้อที่ น้ำและแหล่งของอาหารตามวิธีที่ปฏิบัติกันในจีนและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ปลากินแพลงก์ตอนพืชเป็นปลาส่วนใหญ่ที่ปล่อยลงเลี้ยง ทั้งนี้เพราะแพลงก์ตอนพืช เป็นแหล่งอาหารที่มีปริมาณมากในบ่อ ปลากินแพลงก์ตอนพืช เช่น ปลาลิ่น เป็นปลาหลักในระบบการเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมกัน
ปลาในสกุลตีลาเบีย เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลายมีปลาอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปลาแอฟริกา
ปลาแอฟริกามีเลี้ยงอยู่ในบ้านเรา 3 ชนิดด้วยกัน คือ ปลาหมอเทศปลานิล และปลาหมอเทศข้างลาย ปลาทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นปลาในสกุลตีลาเบีย ปัจจุบันปลาในสกุลตีลาเบีย เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลาย เริ่มแพร่เข้าสู่ประเทศต่าง ๆ ในปี พ.ศ. 2477

๑. ปลาหมอเทศ ปลาหมอเทศเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาฝั่งตะวันออก พบในอินโดนีเซีย ชวา โดยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้นำเข้า อย่างไรก็ตาม ปลาหมอเทศได้แพร่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วทั่วเกาะชวา และเป็นปลาที่รบกวนการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลของชวามาก หลังสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ได้มีการนำปลาหมอเทศเข้ามาเลี้ยงในมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยนั้นองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (F.A.O. ย่อมาจาก Food and Agriculture Organization) เป็นผู้นำเข้ามาเนื่องจากปลาหมอเทศขยายพันธุ์รวดเร็ว ประกอบกับการสนับสนุนขององค์การอาหารและเกษตรฯ ปลาหมอเทศจึงได้รับการนำไปทดลองเลี้ยงในส่วนต่างๆ ของโลกทั้งในอเมริกา ญี่ปุ่น รุสเซีย ยุโรป และลาตินอเมริกา ปลาหมอเทศเป็นปลาตัวแรกในสกุลตีลาเบีย ที่อยู่ในความสนใจของนักเลี้ยงปลาทั้งหลายและยังคงเป็นปลาที่เลี้ยงแพร่หลาย ปลาในสกุลตีลาเบีย เป็นที่นิยมเลี้ยงด้วยกันอย่างน้อย 14 ชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปลาที่ทนทานขยายพันธุ์ง่าย โตเร็วเนื้อดี

๒. ปลานิล ประเทศไทยได้รับเอาปลานิลเข้ามาเลี้ยง เมื่อเดือนมีนาคม 2502 ปลานิลปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในบ้านเราได้เป็นอย่างดี และสามารถเลี้ยงได้ในทุกภาคทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อยที่มีปริมาณก๊าซออกซิเจนต่ำ ปลานิลวางไข่ได้ตลอดปี ปลาตัวเมียจะวางไข่ 3-4 ครั้งในปีหนึ่ง ปลาตัวเมียมีขนาดน้ำหนัก 200-500 กรัม จะมีไข่ 300-1,500 ฟองไข่อยู่ในลักษณะจม ปลาตัวเมียจะอมไข่ไว้ในปากและจะฟักเป็นตัวภายใน 36-48 ชั่วโมง ในอุณหภูมิ 28-30 องศาเซลเซียส อาหารปลานิล ได้แก่ พืชผัก เช่น สาหร่าย แหนเป็ด เป็นต้น