ผีเสื้อเป็นแมลงจำพวกหนึ่ง เราจัดแมลง (Insects) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชั้นสูง อยู่ในไฟลัมอาร์โทรโปดา (Arthropoda) ซึ่งเป็นไฟลัมที่มีจำนวนชนิดของสัตว์มากที่สุด สำหรับผีเสื้อเองนั้น เมื่อรวมทั้งผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืนแล้วมี จำนวนชนิดมากถึง 140,000 ชนิด
จัดเป็นแมลงจำพวกที่มีความแตกต่างกันในเรื่องขนาดมากที่สุด บางชนิดเล็กมาก เมื่อกางปีกเต็มที่จะโตไม่เกินหนึ่งส่วนสี่นิ้ว บางชนิดใหญ่มาก เช่น ผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่งในอเมริกาใต้เมื่อกางปีกเต็มที่จะโตถึงหนึ่งฟุต
รูปร่างของผีเสื้อประกอบด้วยลำตัวซึ่งไม่มีโครงกระดูกอยู่ภายใน มีขาหกขาเช่นเดียวกับแมลงชนิดอื่น ๆ ลำตัวเป็นวงแหวนหลายวงเชื่อมต่อกันด้วยเยื่อบาง ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ลำตัวเคลื่อนไหวได้สะดวก
ผีเสื้อมี ปีกสองคู่ ปีกคู่หลังจะมีขนาดเล็กกว่าปีกคู่หน้า ขณะบินปีกทั้งสองคู่จะแผ่กางออก และยึดติดเป็นแผ่นเดียวกันในแต่ละข้างด้วยวิธีซ้อนปีกอัดติดกันแน่น หรือใช้ข้อเล็ก ๆ ที่โคนปีกเกี่ยวกันไว้ พวกปีกเล็กเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวจะกระพือปีกเร็ว พวกปีกใหญ่เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวจะกระพือปีกช้า เวลาบินจึงมีลักษณะเหมือนร่อนไปตามลม
ผีเสื้อมีตารวมใหญ่คู่หนึ่งอยู่ด้านข้างของส่วนหัว สามารถรับรู้ภาพของวัตถุที่เคลื่อนที่ได้เร็ว จึงบินได้ว่องไว ตามจับได้ยาก มีหนวดคู่หนึ่งอยู่ระหว่างตารางสำหรับรับรู้กลิ่น ข้างใต้ส่วนหัวมีงวงซึ่งใช้ดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ หรืออาหารเหลวอื่น ๆ เวลาไม่ใช้งานงวงนี้จะม้วนขดไว้เป็นวง
สัตว์พวกแมลงมีการเจริญเติบโตแตกต่างกัน บางชนิดเช่นพวกตั๊กแตน เมื่อฟักตัวออกจากไข่ ตัวอ่อนจะมีรูปร่างลักษณะเป็นตัวเหมือนตัวตั๊กแตนเต็มวัยเลยทีเดียว เพียงแต่สัดส่วน หรือขนาดอวัยวะบางส่วนแตกต่างไป เช่นเมื่อฟักออกมาจากไข่ใหม่ๆ ลูกตั๊กแตนจะหัวโต ตัวสั้น ขนาดตัวเล็ก ต่อมาก็มีการลอกคราบอีกหลายครั้งกว่าจะโตเต็มวัย
ในแต่ละครั้งที่ลอกคราบ ลูกตั๊กแตนก็จะตัวโตขึ้น และเปลี่ยนแปลงลักษณะใกล้เคียงตัวเต็มวัยยิ่งขึ้น ผีเสื้อมีการเจริญเติบโตแตกต่างไปจากตั๊กแตน กล่าวคือ มีการเจริญเติบโตแบบครบสี่ขั้น ซึ่งใแต่ละขั้นนั้น ตัวอ่อนจะมีรูปร่างลักษณะ และความเ ป็นอยู่แตกต่างกันอย่างน่าสังเกต
ขั้นแรกเป็นระยะที่ผีเสื้อเกิดเป็นไข่ ขั้นที่สองผีเสื้อที่ได้ฟักตัวออกมาจากไข่แล้ว ดำรงชีวิตเป็นหนอนผีเสื้อ ซึ่งมีรูปร่างลักษณะขนาดแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของผีเสื้อ หนอนผีเสื้อกลางวันส่วนมากไม่มีขนปกคลุม ในระยะตัวหนอน มันจะกัดกินใบพืชเป็นอาหาร ตีวหนอนมีปากแข็งแรงมากเติบโตด้วยวิธีลอกคราบหลายครั้ง
เมื่อเติบโตเต็มที่ก็จะลอกคราบครั้ง สุดท้ายออกมา แล้วดำรงตัวอยู่เป็นดักแด้ นับว่าเริ่มวงจรชีวิตขั้นที่สาม ระยะดักแด้นี้นับว่าเป็นระยะที่แปลกมาก ดักแด้จะพักนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร ถ้าเป็นผีเสื้อกลางคืนตัวหนอนผีเสื้อจะชักใยไหม ให้เป็นปลอกห่อหุ้มตัวดัดแด้นี้ไว้ แต่ดักแด้ของผีเสื้อกลางวันไม่สร้างรังไหมห่อหุ้มตัวเช่นนั้น ดักแด้ของผีเสื้อมักมีรูปร่าง และสีกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันอันตรายจากศัตรู เพราะเป็นระยะที่มันอยู่นิ่ง จัดว่าอ่อนแอ ไม่อาจต่อสู้หรือหลบหลีกศัตรูได้
ในระยะดักแด้ โครงสร้างต่าง ๆ ของตัวหนอนจะสลายตัวเอง จะแปรเปลี่ยนประกอบกันขึ้นเป็นตัวผีเสื้อ เมื่อผีเสื้อโตเต็มที่อยู่ภายในผนักลำตัวเราอาจมองเห็นสีของปีกได้ และผีเสื้อก็จะดันเปลือกดักแด้ให้แตกออก เข้าสู่ขั้นที่สี่ของวงจรชีวิต คือกลายเป็นผีเสื้อในระยะตัวเต็มวัย
หลังจากขยายปีกออกโตเต็มที่ ผึ่งปีกให้แห้ง แข็งดีแล้ว ผีเสื้อก็จะบินออกหากินต่อไปได้ เราอาจกล่าวได้ว่าผีเสื้อมีความสวยงามยิ่งกว่าสัตว์ใด ๆ ในประเทศไทยเราก็มีผีเสื้อกลางวันไม่น้อยชนิด ชีวิตและความเป็นอยู่ของมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ น่าติดตามศึกษาทีเดียว