สารประกอบสำเร็จรูป เทคนีเชียม-๙๙ เอ็ม
สารประกอบสำเร็จรูป เทคนีเชียม-๙๙ เอ็ม

ภาพเอกซเรย์กระดูกด้วยเทคนีเชียม-๙๙ เอ็ม เอ็มดีพี แสดงการแพร่กระจายของมะเร็งมาที่กระดูก
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การใช้ประโยชน์พลังงานนิวเคลียร์ในด้านอุตสาหกรรม

ได้มีการพัฒนา และนำเอาพลังงานนิวเคลียร์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถจำแนกออกเป็น ๓ แบบ ตามวิธีการของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ดังนี้

๑. อุตสาหกรรมด้านพลังงาน

ก. อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตเรือสินค้า เรือเดินสมุทร เรือตัดน้ำแข็ง เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์

ข. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

๒. อุตสาหกรรมการฉายรังสี

การใช้รังสีพลังงานสูงมาฉายรังสีวัสดุ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทางชีววิทยา และทางกายภาพ เพื่อประโยชน์ในด้านการปรับปรุงคุณภาพของวัสดุ การกำจัดจุลินทรีย์บางชนิดในอาหาร โดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้

ก. การฉายรังสีอาหาร

ประเทศไทยมีศูนย์ฉายรังสีอาหาร และผลิตผลการเกษตร ซึ่งขึ้นอยู่กับสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยเปิดเป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ ใช้ไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ มีกัมมันตภาพรังสีตอนเริ่มต้น ๔๔,๐๐๐ คูรี สามารถให้บริการฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตรที่สำคัญคือ เครื่องเทศ สมุนไพร ผลไม้ กุ้งแช่แข็ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม แหนม ถั่วเขียว และมะขามหวาน

ข. อุตสาหกรรมการปลอดเชื้อจุลินทรีย์

รังสีแกมมาจากไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ ได้นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการปลอดเชื้อโรค ในผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เวชภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ และเนื้อเยื่อ โดยมีจำนวนมากกว่า ๑๔๐ โรงงาน ใน ๔๐ ประเทศ สำหรับประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมปลอดเชื้อ จำนวน ๕ แห่ง

ค. อุตสาหกรรมพอลิเมอร์

รังสีแกมมา หรืออิเล็กตรอน สามารถไปช่วยเร่งการเกิดปฏิกิริยาในการผลิตสารพวกพอลิเมอร์ต่างๆ เช่น
  • การฉายรังสีไม้เนื้ออ่อนที่ถูกอัดด้วยสารมอนอเมอร์ จะทำให้กลายเป็นสารพอลิเมอร์ ที่มีความแข็งมากขึ้น ใช้สำหรับทำพื้นปาร์เกต์หรือท่อนไม้ที่ต้องการให้มีความแข็งสูง
  • การฉายรังสี เพื่อไปช่วยให้มอนอเมอร์จับตัวกับพอลิเมอร์เรียกว่า การต่อกิ่ง (grafting) เช่น การนำน้ำยางธรรมชาติมาฉายรังสี เพื่อทำกาวให้เหนียวขึ้น หรือทำยางพลาสติก
  • การฉายรังสี เพื่อไปทำให้พอลิเมอร์จับตัวกันเป็นร่างแหสามมิติ และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความคงทนต่อความร้อน เช่น ใช้ในการผลิตฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟม
  • การฉายรังสีน้ำยางธรรมชาติ ที่ผสมกับสารเคมี เพื่อให้มีการจับตัวกันของพอลิเมอร์เป็นแผ่นยาง (rubber vulcanization)
๓. การตรวจวัดและควบคุมโดยเทคนิคนิวเคลียร์ในโรงงานอุตสาหกรรม

การใช้วัสดุกัมมันตรังสี และเทคนิคทางรังสีซึ่งเรียกว่า “เทคนิคนิวเคลียร์” มาใช้ประโยชน์ในระบบตรวจวัด และควบคุมต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบัน มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย มีตัวอย่างคือ
  • การใช้รังสีแกมมาวัดระดับของไหล หรือสารเคมีในกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์
  • การใช้รังสีแกมมาวัดระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ง เพื่อการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบ
  • การใช้รังสีแกมมาวัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน เพื่อการผลิตกระดาษ และกระเบื้อง
  • การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบ เพื่อการผลิตยางรถยนต์
  • การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาของแผ่นเหล็ก
  • การใช้รังสีบีตาวัดและควบคุมน้ำหนักของกระดาษในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ
  • การใช้รังสีเอกซ์วัดหาปริมาณตะกั่ว และกำมะถันในการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
  • การใช้รังสีนิวตรอนในการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ดิน
  • การใช้รังสีแกมมาตรวจสอบรอยเชื่อมโลหะ การหารอยรั่วและรอยร้าวของวัสดุ
  • การใช้รังสีแกมมาวัดหาปริมาณเถ้าในถ่านหินบนสายพานลำเลียง

มีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ได้มีการพัฒนาและนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถจำแนกออกเป็น ๓ แบบ ตามวิธีการของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ดังนี้
๑. อุตสาหกรรมด้านพลังงาน
ก. อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตเรือสินค้า เรือเดินสมุทร เรือตัดน้ำแข็ง เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์
ข. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
๒. อุตสาหกรรมการฉายรังสี
การใช้รังสีพลังงานสูงมาฉายรังสีวัสดุ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทางชีววิทยา และทางกายภาพ เพื่อประโยชน์ในด้านการปรับปรุงคุณภาพของวัสดุ การกำจัดจุลินทรีย์บางชนิดในอาหาร โดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้
ก. การฉายรังสีอาหาร
ประเทศไทยมีศูนย์ฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตร ซึ่งขึ้นอยู่กับสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยเปิดเป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ ใช้ไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ มีกัมมันตภาพรังสีตอนเริ่มต้น ๔๔,๐๐๐ คูรี สามารถให้บริการฉายรังสีอาหารและผลิตผลการเกษตรที่สำคัญคือ เครื่องเทศ สมุนไพร ผลไม้ กุ้งแช่แข็ง หอมหัวใหญ่ กระเทียม แหนม ถั่วเขียว และมะขามหวาน
ข. อุตสาหกรรมการปลอดเชื้อจุลินทรีย์
รังสีแกมมาจากไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ ได้นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการปลอดเชื้อโรคในผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ได้แก่ เวชภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ และเนื้อเยื่อ โดยมีจำนวนมากกว่า ๑๔๐ โรงงาน ใน ๔๐ ประเทศ สำหรับประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมปลอดเชื้อ จำนวน ๕ แห่
ค. อุตสาหกรรมพอลิเมอร
รังสีแกมมาหรืออิเล็กตรอนสามารถไปช่วยเร่งการเกิดปฏิกิริยาในการผลิตสารพวกพอลิเมอร์ต่างๆ เช่น
- การฉายรังสีไม้เนื้ออ่อนที่ถูกอัดด้วยสารมอนอเมอร์ จะทำให้กลายเป็นสารพอลิเมอร์ที่มีความแข็งมากขึ้น ใช้สำหรับทำพื้นปาร์เกต์หรือท่อนไม้ที่ต้องการให้มีความแข็งสูง
- การฉายรังสีเพื่อไปช่วยให้มอนอเมอร์จับตัวกับพอลิเมอร์เรียกว่า การต่อกิ่ง (grafting) เช่น การนำน้ำยางธรรมชาติมาฉายรังสีเพื่อทำกาวให้เหนียวขึ้น หรือทำยางพลาสติก
- การฉายรังสีเพื่อไปทำให้พอลิเมอร์จับตัวกันเป็นร่างแหสามมิติ และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีความคงทนต่อความร้อน เช่น ใช้ในการผลิตฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟ
- การฉายรังสีน้ำยางธรรมชาติที่ผสมกับสารเคมี เพื่อให้มีการจับตัวกันของพอลิเมอร์เป็นแผ่นยาง (rubber vulcanization)
๓. การตรวจวัดและควบคุมโดยเทคนิคนิวเคลียร์ในโรงงานอุตสาหกรรม
การใช้วัสดุกัมมันตรังสีและเทคนิคทางรังสีซึ่งเรียกว่า “เทคนิคนิวเคลียร์” มาใช้ประโยชน์ในระบบตรวจวัดและควบคุมต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบัน มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย มีตัวอย่างคือ
- การใช้รังสีแกมมาวัดระดับของไหล หรือสารเคมีในกระบวนการผลิตเส้นใยสังเคราะห์
- การใช้รังสีแกมมาวัดระดับเศษไม้ในหม้อนึ่ง เพื่อการผลิตไม้อัดแผ่นเรียบ
- การใช้รังสีแกมมาวัดความหนาแน่นของน้ำปูนกับเส้นใยหิน เพื่อการผลิตกระดาษ และกระเบื้อง
- การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาแน่นของเนื้อยางที่เคลือบบนแผ่นผ้าใบ เพื่อการผลิตยางรถยนต์
- การใช้รังสีแกมมาวัดและควบคุมความหนาของแผ่นเหล็ก
- การใช้รังสีบีตาวัดและควบคุมน้ำหนักของกระดาษในอุตสาหกรรมผลิตกระดาษ
- การใช้รังสีเอกซ์วัดหาปริมาณตะกั่ว และกำมะถันในการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
- การใช้รังสีนิวตรอนในการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ดิน
- การใช้รังสีแกมมาตรวจสอบรอยเชื่อมโลหะ การหารอยรั่วและรอยร้าวของวัสดุ
- การใช้รังสีแกมมาวัดหาปริมาณเถ้าในถ่านหินบนสายพานลำเลียง

การใช้ประโยชน์พลังงานนิวเคลียร์ในกิจการเกษตรมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ประเทศไทยได้มีการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อส่งเสริมกิจการเกษตร เพื่อการเพิ่มปริมาณผลผลิต และเพิ่มคุณภาพของผลผลิตดังต่อไปนี้
๑. การปรับปรุงพันธุ์พืช
การใช้รังสีเอกซ์ รังสีแกมมา หรือรังสีนิวตรอนฉายไปยังเซลล์ของพืช จะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์พืชหยุดชะงัก มีการแบ่งตัวของเซลล์ล่าช้า เซลล์มีการกลายพันธุ์ เพื่อสร้างพันธุ์พืชที่มีลักษณะดีตามความต้องการ สำหรับประเทศไทย พืชที่สามารถปรับปรุงพันธุ์ได้สำเร็จและเพาะปลูกกันอย่าง แพร่หลายมีอยู่ ๑๐ ชนิด คือ ข้าวจำนวน ๓ พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ กข๖ กข๑๐ และ กข๑๕ ถั่วเหลืองพันธุ์ดอยคำ และพืชสวน ได้แก่ เก๊กฮวย คาร์เนชัน เบญจมาศ พุทธรักษา ปทุมมา และกล้วยหอมทอง
๒. การทำหมันแมลง
วิธีการกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยเทคนิคการใช้แมลงที่เป็นหมัน (Sterile Insect Technique : SIT) เริ่มจากการเพาะเลี้ยงแมลง ให้มีปริมาณมากเพื่อผลิตดักแด้ ต่อมานำดักแด้ไปฉายรังสีแกมมาเพื่อให้เป็นหมันแล้วนำไปปล่อยในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง การผสมพันธุ์จะไม่สามารถกำเนิดลูกหลานต่อไปได้ เป็นการลดการขยายพันธุ์ ทำให้จำนวนประชากรแมลงลดลงหรือหมดไปในที่สุด การควบคุมจำนวนของแมลงโดยวิธีทำหมันด้วยรังสีนี้เป็นการควบคุมและกำจัดแมลงเฉพาะชนิด ไม่มีผลต่อแมลงชนิดอื่นที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงปอทางสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการกำจัดแมลงวันผลไม้ ในพื้นที่บริเวณดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผลสำเร็จอย่างดียิ่ง ทำให้ผลผลิตของผลไม้เมืองหนาว เช่น ลูกพลับ สาลี่ ท้อ และลูกพรุน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
๓. การถนอมอาหารด้วยรังสี
การถนอมอาหารโดยการฉายรังสี เช่น รังสีแกมมาให้พลังงานสูงถึง ๑.๓๓ ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ ที่สลายตัวมาจากไอโซโทปโคบอลต์-๖๐ หรือการใช้เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน ที่ให้อิเล็กตรอนพลังงานสูงถึง ๑๐ ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ ไปทำลายยีน และรบกวนการแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เป็นผลให้จุลินทรีย์ เช่น บัคเตรี เชื้อรา ยีสต์ พยาธิ และแมลงตาย หรือเป็นหมันได้ สำหรับในพืชนั้น รังสีจะทำให้อัตราการหายใจและกระบวนการทางชีวเคมีเปลี่ยนไป ทำให้ผลไม้บางชนิดสุกช้าลง ทำให้มันฝรั่งและหอมหัวใหญ่งอกช้าลง และทำให้เห็ดบานช้าลง กล่าวโดยสรุปคือ การถนอมอาหารโดยการฉายรังสีสามารถควบคุมการแพร่พันธุ์ของเชื้อโรค พยาธิ และแมลง ควบคุมการงอก การสุก และการเน่าเสียของผลิตผลการเกษตรได้
๔. ประโยชน์ทางด้านอื่นๆ
ก. เทคนิคการสะกดรอยด้วยรังสี ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการดูดซึมแร่ธาตุและปุ๋ยของต้นไม้ และพืชเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อปรับปรุง การใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ข. การใช้เทคนิคทางรังสีด้านอุทกวิทยา เพื่อเสาะหาแหล่งน้ำใต้ดินสำหรับการเกษตร
ค. การใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ทราบว่า พื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืช ชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยชนิดใดลงไป
ง. การใช้เทคนิคการวิเคราะห์ด้วยวิธีอาบรังสีนิวตรอน เพื่อวิเคราะห์สารตกค้างในสิ่งแวดล้อมจากการใช้ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง และธาตุมลพิษ ซึ่งมีความสำคัญ ต่อผู้บริโภค
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป