ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการดอส
โปรแกรมวินโดวส์
โปรแกรมทั่วไปของวินโดวส์
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๕
ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux)
ระบบปฏิบัติการดอส
ระบบปฏิบัติการดอสเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับไมโครคอมพิวเตอร์ การใช้งานระบบปฏิบัติการดอสนั้น ผู้ใช้ต้องพิมพ์คำสั่งลงไป เช่น ถ้าต้องการดูรายชื่อแฟ้มข้อมูลที่จัดเก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของเครื่องผู้ใช้ก็ต้องพิมพ์คำสั่งในการดูชื่อแฟ้มข้อมูลลงไป ระบบปฏิบัติการจึงจะทำงานในแต่ละคำสั่งนั้น

คำสั่งของระบบปฏิบัติการดอสแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ คำสั่งภายใน (internal command) และคำสั่งภายนอก (external command)

คำสั่งภายใน คือ คำสั่งที่สามารถเรียกใช้งานได้ทันที เนื่องจากคำสั่งจะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำสำรอง ตั้งแต่เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ส่วนใหญ่เป็นคำสั่งที่เรียกใช้งานบ่อย ๆ ตัวอย่างเช่น คำสั่งดูรายชื่อแฟ้มข้อมูล "dir" คำสั่งลบแฟ้มข้อมูล "del ตามด้วยชื่อแฟ้มข้อมูล" เป็นต้น

คำสั่งภายนอก คือ คำสั่งที่เรียกโปรแกรมที่เก็บไว้มาทำงาน เนื่องจากโปรแกรมเหล่านี้ไม่มีการใช้งานบ่อยเหมือนกับคำสั่งภายใน โดยโปรแกรมที่เรียกทำงานได้จะต้องเป็นโปรแกรมที่มีส่วนขยายเป็น com exe และ bat เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีลำดับการทำงานอีกด้วย กล่าวคือ โปรแกรมที่มีชื่อเดียวกับระบบปฏิบัติการดอสจะประมวลผลโปรแกรมที่มีส่วนขยายเป็น com ก่อน ถ้าไม่มี จึงจะประมวลผลโปรแกรมที่มีส่วนขยายเป็น exe และถ้าไม่มีทั้งสองส่วนขยายข้องต้น จึงจะประมวลผลโปรแกรมที่มีส่วนขยายเป็น bat

ข้อจำกัดของระบบปฏิบัติการดอสมีหลายประการ คือ ระบบปฏิบัติการดอสไม่สามารถทำงานแบบหลาย ๆ งานพร้อมกันได้ และจำกัดเนื้อที่หน่วยความจำเพียง ๖๔๐ กิโลไบต์

นอกจากนี้ การใช้งานระบบปฏิบัติการดอส ผู้ใช้จะต้องจำคำสั่งต่าง ๆ ในการใช้งานจำนวนมาก เพื่อเรียกใช้โปรแกรมเพียง ๑ โปรแกรม ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์มีความยุ่งยาก ระบบปฏิบัติการดอสจึงไม่เป็นที่นิยมใช้กันแล้วในปัจจุบันนี้ ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาโปรแกรม โดยออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ที่ใช้รูปภาพแทนคำสั่งขึ้นมา ที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่า "โปรแกรมวินโดวส์"
โปรแกรมทั่วไปของวินโดวส์

โปรแกรมเมเนเจอร์ (Program Manager) โปรแกรมนี้จะมีอยู่ในการทำงานบนวินโดวส์ตลอดเวลา โดยจะทำหน้าที่แสดงโปรแกรมต่าง ๆ ที่มีในวินโดวส์เป็นกลุ่ม ๆ เรียกว่า กลุ่มโปรแกรม (Program Group) เราสามารถเรียก โปรแกรมอื่น ๆ ของวินโดวส์มาทำงานได้จากโปรแกรมเมเนเจอร์นี้ โดยการดับเบิลคลิกที่กลุ่มโปรแกรม ผู้ใช้จะเห็นหน้าจอที่แสดงโปรแกรมทั้งหมดที่มีอยู่ในกลุ่มระบบงานนั้น ๆ เราสามารถเลือกใช้โปรแกรมที่ต้องการได้ โดยการดับเบิลคลิกโปรแกรมที่ต้องการ

โปรแกรมในกลุ่ม Main
๑. ไฟล์เมเนเจอร์ (File Manager) คือ โปรแกรมที่ช่วยในการจัดการไฟล์ โดยจะใช้แทนคำสั่งดอสมาจัดในรูปแบบเมนู ซึ่งสะดวกในการทำงานมากขึ้น เราสามารถคัดลอกแฟ้มข้อมูลเปลี่ยนชื่อแฟ้มข้อมูล ลบแฟ้มข้อมูล หรือเรียกใช้งานโปรแกรมต่างๆ

๒. คำสั่งดอส (MS-Dos Prompt) คือ โปรแกรมที่ออกมาสู่หน้าจอการทำงานระบบปฏิบัติการดอส (Dos Prompt) เพื่อรองรับโปรแกรมที่ใช้งานบนระบบปฏิบัติการดอส

๓. โปรแกรมติดตั้งระบบ (Setup Program) คือ โปรแกรมที่ใช้ในการตั้งระบบของวินโดวส์ใหม่ เช่น ความละเอียดของจอภาพ การปรับเปลี่ยนสัญรูปที่ใช้งาน เป็นต้น

๔. เดสก์ท็อป (Desktop) คือ โปรแกรมที่ใช้ในการติดตั้งลักษณะของวินโดวส์ที่แสดงขณะใช้งาน เช่น ลักษณะของพื้นซึ่งเป็นฉากหลัง (Wallpaper) เป็นต้น

โปรแกรมในกลุ่ม Accessories
๑. Notepad คือ โปรแกรมที่ช่วยในการพิมพ์ตัวอักษร ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และตัวเลขอารบิกได้อย่างง่าย ๆ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบและขนาดตัวอักษร จึงเหมาะสำหรับใช้งานกับไฟล์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก

๒. Write คือ โปรแกรมที่ช่วยในการพิมพ์อีกประเภทหนึ่ง แต่มีความสามารถมากกว่าโปรแกรม Notepad เช่น สามารถเพิ่ม หรือลดขนาดตัวอักษรได้ ทำตัวหนา หรือตัวเอียงได้ ฯลฯ

๓. Paintbrush คือ โปรแกรมที่ใช้ในการวาดรูปและแก้ไขรูป ซึ่งรูปที่จะวาด หรือแก้ไขต้องอยู่ในรูปแบบที่มีส่วนขยายเป็น BMP เท่านั้น

๔. Calculator คือ โปรแกรมเครื่องคิดเลข ซึ่งจะมีให้เลือกใช้ ๒ แบบ แบบแรกเรียกว่า แบบมาตรฐาน ทำงานได้เฉพาะการบวก ลบ คูณ และหาร เท่านั้น อีกแบบหนึ่งนั้นเรียกว่า แบบวิทยาศาสตร์ สามารถคำนวณค่าทางตรีโกณมิติ ค่าทางตรรกศาสตร์ ค่ายกกำลัง ค่าทางสถิติ และการเปลี่ยนฐานเลขได้

๕. clock คือ โปรแกรมแสดงเวลาสามารถแสดงผลได้ ๒ รูปแบบ คือ ดิจิตอลและแอนะล็อก สามารถซ่อนไตเติลบาร์ การแสดงวันที่ และการแสดงวินาทีได้ นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งโปรแกรมนี้ให้อยู่บนสุดของวินโดวส์ได้
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๕

วินโดวส์ ๙๕ (Windows 95) จัดเป็นระบบปฏิบัติการอีกประเภทหนึ่ง ที่ทำงานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบปฏิบัติการดอส โดยเฉพาะในส่วนติดต่อกับผู้ใช้ ที่สร้างความรู้สึกเสมือนกำลังทำงานบนโต๊ะทำงานจริงๆ เช่น จัดเก็บแฟ้มเอกสารได้อย่างเป็นระเบียบคล้ายกับการเก็บเอกสารในตู้เอกสาร ย้ายเอกสารจากแฟ้มหนึ่งไปยังอีกแฟ้มหนึ่ง โดยใช้เมาส์ลากเอกสารที่ต้องการย้ายไปยังแฟ้มใหม่ได้ทันที เป็นต้น

นอกจากนี้ วินโดวส์ ๙๕ ยังสามารถสั่งงานโดยใช้ "สัญรูป" (Icon) แทนคำสั่ง ซึ่งแต่ละสัญรูปจะมีชื่อกำกับเพื่อป้องกันความสับสน ในการใช้งานเพียงทำการเลือกสัญรูป ก็จะทำงานได้ทันที และด้วยคุณสมบัติแบบวินโดวส์นี้ จะช่วยให้เราสามารถเปิดงานต่างๆ ทิ้งค้างไว้ได้หลายงาน โดยผู้ใช้จะเห็นแต่ละงานเปิดเป็นหน้าต่างวางซ้อนทับกัน

ส่วนประกอบของวินโดวส์ ๙๕

เดสก์ท็อป (desktop) คือ หน้าจอหลักที่ปรากฏอยู่ตลอดเวลาในการทำงาน โดยใช้เป็นที่วางสัญรูปของโปรแกรมต่างๆ ที่เรียกใช้งานได้ทันทีและมีทาสก์บาร์ที่สามารถวางในตำแหน่งใดก็ได้บนเดสก์ท็อป ซึ่งจะแตกต่างจากเดสก์ท็อปบนโปรแกรมวินโดวส์

โฟลเดอร์ (Folder) หมายถึง การจัดแบ่งพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์หรือแผ่นดิสเก็ตต์ออกเป็นส่วนๆ เพื่อใช้เก็บแฟ้มข้อมูลหรือโปรแกรมต่างๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องกำหนดขนาดของพื้นที่ เพียงแต่กำหนดชื่อของส่วนแบ่งในแต่ละส่วนไม่ให้ซ้ำกัน ในระบบปฏิบัติการดอสหรือโปรแกรมวินโดวส์รุ่นก่อน จะเรียกพื้นที่ส่วนนี้ว่า "สารบบ" (Directory) อย่างไรก็ตาม ขนาดของพื้นที่แต่ละโฟลเดอร์นั้น จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของแฟ้มข้อมูลที่จัดเก็บ และจะเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติตามปริมาณของแฟ้มข้อมูล

ชอร์ตคัต (Shortcut) หมายถึง เครื่องมือที่ช่วยในการเรียกใช้โปรแกรมได้อย่างรวดเร็วและสามารถเข้าถึงโปรแกรมหรือแฟ้มข้อมูลที่ต้องการได้ทันที ชอร์ตคัตจะวางไว้บนเดสก์ท็อปได้เลย ซึ่งต่างจากสัญรูปในโปรแกรมวินโดวส์ที่ต้องอยู่ภายในกรอบหน้าต่างอันใดอันหนึ่งเท่านั้น

ทาสก์บาร์ (Taskbar) หมายถึง แถบสีเทายาวที่จะแสดงให้เห็นว่า มีโปรแกรมอะไรบ้างที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในขณะนั้น โดยทั่วไปแล้ว ทาสก์ปาร์จะวางอยู่ส่วนล่างสุดของเดสก์ท็อป แต่ผู้ใช้สามารถเลื่อนทาสก์บาร์ไปยังส่วนใดของจอภาพก็ได้

การทำงานของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๕ มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบปฏิบัติการดอส คือ การเรียกใช้โปรแกรมได้ทันที การใช้งานโปรแกรมได้หลายโปรแกรมพร้อมกัน การมีส่วนติดต่อกับผู้ใช้ในรูปแบบใหม่ การตั้งชื่อโปรแกรมหรือแฟ้มข้อมูลที่ยาวขึ้น การมีระบบผู้วิเศษคอยให้คำแนะนำ การจัดเตรียมถังขยะไว้รองรับแฟ้มข้อมูลที่ลบทิ้ง และการมีระบบติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่
- การเรียกใช้โปรแกรมได้ทันที โดยการคลิกเมาส์ที่ปุ่มเริ่มต้น (start button) ก็สามารถเข้าถึงโปรแกรมใช้งานต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว จึงเป็นที่ทราบกันว่า ถ้าจะเริ่มต้นทำงาน ก็ต้องเริ่มที่ปุ่มนี้เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างชอร์ตคัต เพื่อเรียกใช้งานได้ทันทีเช่นกัน
- การมีส่วนติดต่อกับผู้ใช้ในรูปแบบใหม่หรือที่เรียกว่า Desktop Interface กล่าวคือ สิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏบนจอภาพที่เรียกว่า "ชอร์ตคัต" จะแสดงด้วยภาพกราฟิกต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อแทนสิ่งต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ เช่น ดิสก์ไดรฟ์ (Disk Drive) ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) เครื่องพิมพ์ (Printer) รวมถึงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ด้วย เป็นต้น ชอร์ตคัตจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลโปรแกรมต่างๆ และอุปกรณ์การทำงานของคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนภาพกราฟิกของชอร์ตคัตได้ตามความพอใจอีกด้วย
- การตั้งชื่อโปรแกรมหรือแฟ้มข้อมูลได้ยาวขึ้น ระบบปฏิบัติการดอสมีข้อจำกัดในการตั้งชื่อแฟ้มข้อมูลว่าจะยาวได้เพียง ๘ ตัวอักษรและจะต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๕ สามารถตั้งชื่อโปรแกรมได้ยาวมากขึ้นถึง ๒๕๖ ตัวอักษร นอกจากนี้ ชื่อแฟ้มข้อมูลยังสามารถใช้ภาษาไทย เว้นวรรค หรือสัญลักษณ์พิเศษได้อีกด้วย จึงทำให้สะดวกในการใช้งาน เพราะไม่ต้องคอยตัดย่อชื่อไฟล์ให้เหลือเพียง ๘ ตัวอักษร
- การมีระบบผู้วิเศษคอยให้คำแนะนำ และชี้ทางในการตัดสินใจเลือกทำงานบางขั้นตอน เช่น ในการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ จะมีผู้วิเศษคอยบอกอยู่ตลอดเวลาว่า กำลังทำงานอยู่ในขั้นตอนใดและในขั้นตอนนั้นๆ ผู้ใช้ต้องการจะเลือกทำงานอย่างไร ดังนั้น เพียงแต่คอยตอบคำถามจากผู้วิเศษ ก็ช่วยให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ผู้วิเศษจะวนเวียนอยู่ในระบบตลอดเวลาจนกว่าจะทำงานเสร็จ
- การจัดเตรียมถังขยะไว้รองรับแฟ้มข้อมูลที่ลบทิ้งได้ทุกชนิด เพื่อรองรับแฟ้มข้อมูลที่ถูกลบ แฟ้มข้อมูลที่ถูกลบจะยังไม่สูญหายไปไหน แต่จะถูกเก็บไปไว้ในถังขยะ (Recycle Bin) แทน ซึ่งช่วยให้กู้แฟ้มข้อมูลเหล่านั้นกลับคืนมาได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเทถังขยะนั้นทิ้ง ก็จะถือเป็นการลบข้อมูลออกจากฮาร์ดดิสก์อย่างถาวร และไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก
- การมีระบบติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ หรือที่เรียกกันว่า ระบบ Plug and Play ซึ่งเป็นระบบที่จะทำการจัดการ ค้นหา และตรวจสอบสภาพแวดล้อมของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อย่างอัตโนมัติเมื่อมีการต่อพ่วง หรือติดตั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่ๆ เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น ซีดีรอม การ์ดเสียง เป็นต้น ซึ่งระบบนี้จะตรวจสอบและช่วยติดตั้งให้ได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากำหนดให้คอมพิวเตอร์รู้จักฮาร์ดแวร์ชนิดนั้น


>ปัจจุบัน การทำงานในสำนักงานจึงต้องมีซอฟต์แวร์ช่วยในการทำงานพื้นฐานหลายประเภทผู้ใช้งานจึงควรจะเลือกซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับประเภทของงาน และคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทางสำนักงานมีอยู่ โดยทั่วไปการใช้งานระบบปฏิบัติการดอสในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เพราะการใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก และใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า แต่การพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก จึงทำให้ต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามไปด้วย ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันคือ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๕ ขึ้นไป เพราะใช้งานได้ง่าย สะดวก และรองรับความสามารถทางด้านมัลติมีเดียได้เป็นอย่างดี
ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux)
ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการแบบ๓๒ บิต ที่พัฒนาขึ้นมาให้คล้ายระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ แต่สามารถทำงานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล กล่าวคือ สามารถใช้งานได้พร้อมกันหลายๆ คน และผู้ใช้แต่ละคนทำงานได้หลายๆ งานพร้อมกัน รวมทั้งมีความสามารถในการทำงานทั้งในรูปแบบเท็กซ์ (text) และกราฟิก

ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ที่แท้จริงนั้นมีเพียงตัวแกนกลางของระบบ (Kernel) เท่านั้น ที่เป็นตัวควบคุมการทำงานและจัดสรรทรัพยากรในระบบ เช่น หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ การจัดการไฟล์และอุปกรณ์ เป็นต้น แต่เรามักจะเรียกโปรแกรมประยุกต์เพิ่มเติมอื่นๆ ที่เข้ามารวมอยู่ทั้งหมดว่า ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถใช้งานเพิ่มเติมบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ได้ เช่น โปรแกรมสำหรับงานธุรกิจ ซึ่งสามารถทำงานได้ตั้งแต่ตารางคำนวณ โปรแกรมประมวลผลคำ ฐานข้อมูล โปรแกรมนำเสนอข้อมูล เช่นเดียวกับโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์

>จุดเด่นของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ คือระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เป็นโปรแกรมที่พัฒนาภายใต้กรอบกติกาที่เรียกว่า General Public License หรือเรียกย่อว่า GPL กล่าวคือ ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ จะเปิดเผยซอร์สโค้ด (Source Code) สำหรับผู้ที่

ต้องการจะนำไปพัฒนาต่อ แต่ผู้ที่นำไปพัฒนาต่อแล้วนั้นจะต้องเปิดเผยซอร์สโค๊ด เพื่อให้ผู้อื่นนำไปใช้งานได้ต่อไปอีกด้วย ลีนุกซ์จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ฟรี สามารถทำงานได้รวดเร็ว แม้ว่าจะทำงานได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เพราะระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ได้รับการออกแบบให้ใช้งานอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทุกอย่างของเครื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการหน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory) การจัดการทำงานแบบหลายๆ งานพร้อม ๆ กัน (Multitasking) การใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการดอสและระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และความสามารถในการใช้แฟ้มข้อมูลร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้

ความต้องการทรัพยากรของระบบขั้นต่ำที่ลีนุกซ์สามารถทำได้คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีหน่วยประมวลผลกลาง รุ่น 80386/sx หน่วยความจำ ๔ เมกกะไบต์ ฟล็อปปีดิสก์ ขนาด ๑.๔๔ หรือ ๑.๒ เมกะไบต์ จอภาพแบบโมโนโครม ฮาร์ดดิสก์อย่างน้อย ๕๐๐ เมกะไบต์ แต่ถ้าต้องการเล่นกราฟิกโดยใช้ X Window ควรมีหน่วยความจำตั้งแต่ ๘-๑๖ เมกะไบต์ขึ้นไป

นับตั้งแต่โปรแกรมวินโดวส์ ๓.๑๑ ที่ต่อมาได้พัฒนาเพิ่มเติมเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๕ จนถึงระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๙๘ และรุ่ยล่าสุดคือ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ๒๐๐๐ ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ถือได้ว่า เป็นระบบของคนรุ่นใหม่ ที่พัฒนาขึ้นมาโดยศึกษาในยุคอินเทอร์เน็ต มีการเผยแพร่และเติบโตผ่านทางอินเทอร์เน็ตมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในปัจจุบัน
ดูเพิ่มเติมเรื่อง วิวัฒนาการของไมโครคอมพิวเตอร์ และการพัฒนาซอฟต์แวร์ เล่ม ๒๕