อาหารของสัตว์ทะเลหน้าดินมีอะไรบ้าง
กระบวนการออสโมซิสมีผลกระทบต่อปลิงทะเลอย่างไร
รยางค์คืออะไร และมีประโยชน์ต่อสัตว์ทะเลหน้าดินอย่างไร
การหายใจของสัตว์ทะเลหน้าดินเกี่ยวข้องกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาพออกซิเจนต่ำอย่างไร
โพลิปของปะการังคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร

อาหารของสัตว์ทะเลหน้าดินมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหยญ่ ]

เราอาจแบ่งกลุ่มของสัตว์ทะเลหน้าดินออกตามลักษณะการกินอาหารของมันซึ่งจะสัมพันธ์กับลักษณะพื้นท้องทะเลที่มันอาศัยอ ยู่ด้วย
  1. พวกที่กินพืชเป็นอาหาร ( Herbivores ) ตัวแทนที่สำคัญ ได้แก่ พวกหอยฝาเดียวและพวกหอยเม่น พวกนี้จะมีฟันสำหรับแทะสาหร่ายหรือพืชขนาดเล็กที่เกาะตามพื้นหิน
  2. พวกที่กินสัตว์เป็นอาหาร ( Carnivores ) ตัวแทนที่สำคัญได้แก่ หอยฝาเดียวบางชนิด เช่น หอยกระแจะหรือหอยมะระที่ชอบเจาะไชกิน หอยนางรมและเพรียงเป็นอาหาร ปลาดาวหลายชนิดชอบกินหอยสองฝาและปูทะเล
  3. พวกที่กรองอาหารจากมวลน้ำ ( Filter feeders ) พวกนี้มีอวัยวะสำหรับกรองพวกแพลงค์ตอนพืชและแพลงค์ตอนสัตว์จากมวลน้ำ อวัยวะที่ ใช้กรองอาหารอาจเป็นหนวด ระยางค์ส่วนปากหรือส่วนเหงือก ตัวอย่างสัตว์กลุ่มนี้ ได้แก่ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยกะพง และจักจั่นทะเล
  4. พวกที่กินอินทรียสารเป็นอาหาร พวกนี้แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยได้อีกคือพวกที่ดำรงชีพโดยการกินซากพืชซากสัตว์เท่าน ั้น ( Scavengers ) เช่น พวกแมลงสาบทะเล พวกปูก้ามคาบเป็นพวกที่กัดกินซากพืช ซากสัตว์หรือกินพวกบัคเตรีและจุลชีพบนอินทรียสาร ( Det ritus feeders ) พวกปลิงทะเลจะกินอินทรียสารที่อยู่ในดินเป็นอาหาร ( Deposit feeders ) โดยอาจกินกรวดทรายเข้าไปในตัวและมีกระบวนการ ย่อยและดูดซึมเฉพาะอินทรียสารไว้และถ่ายกรวดทรายออกมาในรูปของอุจจาระ

กระบวนการออสโมซิสมีผลกระทบต่อปลิงทะเลอย่างไร

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
สัตว์ทะเลหน้าดินจะมีความสามารถในการควบคุมปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกายของมันแตกต่างกัน เมื่อเรานำปลิงทะเลไปใส่ในน้ำจืด ตัวปลิงทะเลจะพองออกเรื่อย ๆ จนแตกตายและในทางตรงกันข้ามถ้านำปลิงทะเลไปใส่ในน้ำทะเลที่เค็มจัด ตัวปลิงทะเลก็จะเหี่ยวลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีน้ำออกจากตัว ทั้งสองกรณีที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากกระบวนการออสโมซิส (osmosis ) กระบวนการดังกล่าวจะควบคุมการไหล ของน้ำผ่านแผ่นเยื่อจากของเหลวที่มีความเค็มน้อยหรือที่มีปริมาณเกลือแร่น้อยกว่าไปยังของเหลวที่มีความเข้มข้น ของเกลือแร่มากกว่า ในเ ซลล์ของสิ่งที่มีชีวิตจะมีเยื่อหุ้มเซลล์ล้อมรอบซึ่งน้ำสามารถจะซึมไหลผ่านได้ โมเลกุลอื่นและอิออนซึ่งรวมทั้งเกลือแ ร่ สารละลายอินทรียสารและโปรตีนที่อยู่ในเลือดจะซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้เช่นกันแต่ไม่สะดวกเท่ากับน้ำ การซึมผ่าน ของเกลือแร่และโมเลกุลอื่น ๆ นั้นถูกควบคุมด้วยกระบวนการออสโมซิส ความเข้มข้นของเกลือแร่ภายในตัวปลิงทะเลนั้นจะใกล้เคียงกับน้ำทะเลภายนอก ดังนั้นเมื่อเรานำปลิงทะเลไปใส่ในน้ำจืด โมเลกุลของน้ำซึมผ่านเข้าผิวหนังของมันทำให้ตัวมันพองออกเรื่อย ๆ เซลล์ของ มันจะหยุดการทำงานที่ความเ ค็มต่ำและจะแตกออกในที่สุดในน้ำจืด สัตว์ทะเลจะต้องมีกลยุทธ์หรือการปรับตัวเพื่อจะหลีกเลี่ยงและทนได้ต่อก ารเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำภายนอกตัวมันเองได้บ้าง หอยสองฝาสามารถหลบหลีกสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงของความเค็มของน้ำภายนอกได้โดยการปิดฝาแน่นเพื่อลดการส ัมผัสกับน้ำภายนอกให้มากที่สุด ปลาอาจว่ายน้ำหนีได้ แต่กลยุทธ์ดังกล่าวใช้หลีกเลี่ยงสภาพความเค็มที่ไม่เหมาะสมใน ช่วงเวลาสั้นเท่านั้น

ระยางค์คืออะไร และมีประโยชน์ต่อสัตว์ทะเลหน้าดินอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

สัตว์ทะเลหน้าดินกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งจะดำรงชีพเป็นผู้ล่าเหยื่อนับตั้งแต่พวกไส้เดือนทะเลที่มีขนาดเล็ก พวกนี้จ ะมีระยางค์สำหรับเคลื่อนที่ตามเหยื่ออย่างรวดเร็ว ที่ส่วนหัวจะมีตาที่พัฒนาอย่างดีสำหรับมองเห็นเหยื่อและมีเขี้ยวที่ แข็งแรงสำหรับกัดฉีกเหยื่อ หนอนสายพานสามารถยืดตัวออกได้ยาวมากอาศัยอยู่ในรูตามกอสาหร่ายหรือแทรกอยู่ตามซอกหินปะการัง มีระยางค์ส่วนหัว ที่ใช้ยืดออกมาพันรอบเหยื่อ ระยางค์ที่ใช้จับเหยื่อนี้จะมีหนามแหลมหรือเข็มพิษที่ใช้แทงเข้าไปในเหยื่อ เหยื่อขอ งหนอนสายพานอาจมีสขนาดใหญ่กว่าตัวของ มัน นอกจากนี้หนอนสายพานบางชนิดยังปล่อยเมือกเหนียวออกมาช่วยจับเหยื่อได้ หนอนสายพานมักเป็นผู้ล่าตอนกลางคืน มันจะกินหนอนชนิดอื่น ไส้เดือนทะเล ครัสเตเชียน และปลาขนาดเล็กเป็นอาหาร ดอกไม้ทะเลและปะการังก็เป็นผู้ล่าเช่นกัน สัตว์ทั้งสอง ชนิดเวลาล่าเหยื ่อจะอยู่กับที่ ยืดระยางค์ส่วนหนวดที่รายล้อมรอบปากออกมา ที่หนวดของมันจะมีเข็มพิษสำหรับแทงเพื่อสยบเหยื่อเราเร ียกว่า nematocysts เข็มพิษบางชนิดจะแทงเข้าไปในตัวเหยื่อทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตหยุดการเคลื่อนที่และตายได้ในที่สุด บางชนิดจะมีลักษณะเป็นหนามแห ลม บางชนิดจะเป็นใยเหนียวเพื่อพันรอบเหยื่อ เมื่อเหยื่อถูกจับได้ดอกไม้ทะเลและปะการังจะใช้หนวดจับส่งเหยื่อเข้าปาก และเข้าสู่ทางเดินอาหารในที่สุด เหยื่อจะถูกย่อยในทางเดินอาหารนี้ ส่วนที่ย่อยไม่ได้จะถูกพ่นออามาทางปาก เช่น เ ปลือกแข็ง เป็นต้น

การหายใจของสัตว์ทะเลหน้าดินปรับตัวให้เข้ากับสภาพออกซิเจนต่ำอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

สัตว์ทะเลหน้าดินส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับสภาพที่มีออกซิเจนต่ำในแหล่งที่อยู่อาศัย สัตว์เหล่านี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพออกซิเจนต่ำได้หลายวิธี เช่น การเปลี่ยนรูปแบบการหายใจโดยใช้ออกซิเจน (aerobic respiration) ไปเป็นการหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจน (anaero bic respiration) สัตว์ทะเลที่ใช้กลยุทธดังกล่าวจะสามารถอยู่ได้ดีในเขตน้ำขึ้นน้ำลง หรือในบริเวณหาดเลน เช่น หอยนางรม ตามปก ติเมื่อจมอยู่ใต้น้ำจะใช้ส่วนเหงือกในการหายใจ มีการแลกเปลี่ยนก๊าซบริเวณเหงือก ในขณะที่น้ำลงตัวมันโผล่พ้นน้ำ หร ือเมื่อมัน เผชิญกับสภาพน้ำเน่าเสีย หอยนางรมจะปิดฝาแน่นและหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจน มันจะใช้อาหารที่สะสมไว้ในรูปไขมันและไกลโคเจนเป็นแหล่งพลังงานแทน ปูก้ามดาบก็เช่นเดียวกันเมื่อขึ้นจากรูมาหากินเมื่อยามน้ำลง มันจะเปลี่ยนจากก ารหายใจโดยไม่ใช้ออกซิเจนมาเป็นแบบที่ใช้อ อกซิเจน เราพบว่าหอยแครงจะเผยอเปลือกออกจากกัน เวลาที่โผล่พ้นน้ำยื่นส่วนเท้าสีแดงคล้ายแลบลิ้นออกมา การที่หอยแครงทำเช่นนี้เป็นการหุบอากาศ หรือออกซิเจนจากอากาศไปใช้โดยตรงแทนที่จะใช้ออกซิเจนจากมวลน้ำโดยผ่านส่วนเหงือกเหมือนเค ยในยามที่จมอยู่ใต้น้ำ นอกจาก นี้สัตว์ทะเลหน้าดินโดยเฉพาะในเขตน้ำกร่อยจะมีส่วนประกอบของเลือดเป็นเม็ดเลือด (respiratory pigments) ที่แตกต่างกัน เม็ดเลือดเหล่า นี้จะมีประสิทธิภาพสูงในการจับหรือเก็บกักโมเลกุลของออกซิเจนได้ดี ในสัตว์บางชนิด เช่น ปูหลายชนิด จะมีการสงวนออกซิเจน ไว้ในแอ่งน้ำที่อยู่ภายในรูของมันเป็นเหมือนอ่างเก็บกักออกซิเจนไว้ใช้ในยามที่ขาดแคลน

โพลิปของปะการังคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การสืบพันธุ์ในสัตว์ทะเลหน้าดินจะพบได้ทั้งการสืบพันธุ์แบบมีเพศและการสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศ การสืบพันธุ์แบบไ ม่มีเพศจะพบเป็นส่วนน้อยและพบในสัตว์ที่มีขนาดเล็กอยู่รวมกลุ่มกัน สัตว์ทะเลที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศ ได้ แก่ ฟองน้ำ ซึ่งสืบพันธุ์โดยการแตกห น่อ ที่พบมากคือพวกดอกไม้ทะเลและปะการัง พวกดอกไม้ทะเลสามารถสลัดส่วนเท้าที่ใช้ยึดเกาะกับพื้นทิ้งไว้ให้งอกขึ้ นมาเป็นตัวใหม่ได้ การที่สัตว์ทะเลหน้าดินสามารถสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศได้ก็มีผลดีคือสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวด เร็วโดยการแบ่งตัวหรือแตกหน่อเพื่อครอ บครองพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การลงเกาะของตัวอ่อน นอกจากนี้มันยังไม่ต้องเสียพลังงานมากในการผสมพันธุ์หรือในกา รรอโอกาสเพื่อใช้เชื้อตัวผู้และเชื้อตัวเมียมาผสมกัน ตัวอ่อนของปะการังที่พร้อมที่จะลงเกาะจะทำการสำรวจพื้น ที่ลงเกาะ เมื่อพบบริเวณที่เหมาะสมมันจะจมตัวล งจากมวลน้ำลงเกาะที่พื้นเจริญเป็นตัวแก่หนึ่งตัวเรียกว่า โพลิป มีลักษณะเป็นทรงกระบอกมีส่วนท้ายยึดเกาะกับพื้นและด้านตรงข้ามเป็นระยางค์ส่วนหนวดอยู่ล้อมรอบปาก จากโพลิปหนึ่งตัวของปะการังก็จะมีการแตกหน่อไปเรื่อย ๆ จนกลาย เป็นปะการังแต่ละหัวที่เราเห็นซึ่งปร ะกอบด้วยโพลิปอีกหลายพันตัว ไส้เดือนทะเลจำพวกแม่เพรียงก็มีการสืบพันธุ์แบบไม่มีเพศโดยการแยกส่วน (Fragmentations) ซึ่ง เป็นการเตรียมการขั้นสำคัญสำหรับการผสมพันธุ์แบบมีเพศ ไส้เดือนทะเลเหล่านี้ในฤดูกาลผสมพันธุ์จะมีลำตัวแบ่งเป็นปล้อง แต่ละปล้องเป็นเสมือ นตัวเลือกที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ ดังนั้นในแต่ละปีไส้เดือนทะเลเหล่านี้จะมีการรวมกลุ่มกันที่ผิวหน้าน้ำ โดยเฉพา ะยามพระจันทร์เต็มดวงมันจะว่ายน้ำไปมาและสลัดปล้องออกมา ปล้องแต่ละปล้องเหล่านี้จะจับคู่กันและผสมพันธุ์เป็นตัวใหม่ขึ้นมา ไส้เดือนทะเลเหล่านี้มักจ ะเรืองแสงด้วยเป็นสีเขียวแกมแดง จะทำให้ผิวน้ำตอนกลางคืนเรืองแสงระยิบระยับที่เรียกกันว่าพรายน้ำ



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ] | ย้อนหลัง |ดูต่อ...]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.