บทบาทของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษฯ เป็นอย่างไร
การตั้งโรงฝึก, ผู้เข้ารับการฝึกอบรม, การจัดหาครูผู้สอน เป็นอย่างไร
วิชาที่ศิลปาชีพเปิดสอนมีอะไรบ้าง
ประเภทของงานศิลปาชีพที่มูลนิธิฯ ส่งเสริมในภาคต่างๆ เป็นอย่างไร


บทบาทของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษฯ เป็นอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

นอกจากการส่งเสริมการผลิตสินค้าหัตถกรรมของภาคราชการและหน่วยงานอื่นแล้ว มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นับเป็นกำลังสำคัญต่อการสนับสนุนด้านการผลิต และการอนุรักษ์ศิลปาชีพพื้นบ้านของไทย โดยนับตั้งแต่ได้มีการก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งมีจุดเริ่มต้น จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปเยี่ยมราษฎรตามชนบท ทรงพบว่าราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวนาชาวไร่ต้องทำงานหนัก และต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม ศัตรูพืชระบาด เป็นต้น ทำให้ชาวนาชาวไร่ มีฐานะยากจน การนำสิ่งของไปแจกแก่ราษฎรผู้ประสบภัยก็ เป็นเพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภว่า เป็นการช่วยเหลือที่ไม่ยั่งยืน ควรจะหาวิธีอื่นที่ช่วยให้ราษฎรพึ่งตนเองได้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชปณิธารในการส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านทั่วทุกภาค เพื่อให้ราษฎรของพระองค์ มีรายได้เสริมจากอาชีพเกษตรอันเป็นอาชีพหลัก แล้วยังสามารถอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านแต่โบราณ อันเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศชาติให้คงอยู่ต่อไปด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ขึ้น และมีการดำเนินงานอย่างมีระบบจนกระทั่งทำให้งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งในอดีตทำกันอยู่เฉพาะใต้ถุนบ้านสำหรับใช้ภายในครัวเรือน ให้กลับมาเป็นงานฝีมือออกสู่ตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางศิลปหัตถกรรมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

การตั้งโรงฝึก, ผู้เข้ารับการฝึกอบรม, การจัดหาครูผู้สอน เป็นอย่างไร

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
การตั้งโรงฝึกศิลปาชีพในส่วนกลาง หลังจากที่ได้ดำเนินการก่อตั้งมูลนิธิศิลปาชีพฯ แล้วสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นควรให้มีการก่อสร้างอาคารศิลปาชีพขึ้นในสวนจิตรลดา เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนศิลปาชีพแขนงต่างๆ แก่ราษฎรที่ได้รับคัดเลือกเข้าเรียน โดยได้เริ่มโครงการขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 ด้วยการใช้วิธีกางเต็นท์ขึ้นข้างตึกที่ทำ การของกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และต่อมามีนักเรียนเพิ่มขึ้น รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มสาขาวิชาศิลปาชีพให้มากขึ้น สถานที่เรียนไม่เพียงพอ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างอาคารศิลปาชีพขึ้นโดยทรงใช้จ่ายจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อีกจำนวนหนึ่ง
ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในระยะแรก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับการฝึกสอนด้วยพระองค์เอง โดยจะทรงคัดเลือกจากกลุ่มสตรีและเกษตรกรที่มีฐานะยากจนและไร้ที่ทำมาหากิน ต่อมางานศิลปาชีพได้แพร่ขยายเพิ่มขึ้น มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกศิลปาชีพในภาคต่างๆ ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ละแห่งจะพิจารณาคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึก โดยยึดพระราโชบายของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นหลัก
การจัดหาครูผู้ฝึกสอน ในระยะแรก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเสาะแสวงหาครูผู้มีฝีมือด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่ยังหลงเหลืออยู่ มาถ่ายทอดวิชาการอันละเอียดอ่อน ซึ่งบางคนก็เป็นชาวบ้านในท้องถิ่น ข้าราชบริพารรวมทั้งการขอความร่วมมือจากครูผู้ฝึกสอนงานหัตถกรรมในครอบครัวของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้มาช่วยฝึกสอนแก่ราษฎร์อีกด้วย ต่อมาการจัดหาครูฝึกสอนได้อยู่ในความรับผิดชอบของมูลนิธิฯ

วิชาที่ศิลปาชีพเปิดสอนมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปัจจุบันที่ศูนย์อุตสาหกรรมศิลปาชีพ สวนจิตรลดา มีผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมมากกว่าศูนย์ศิลปาชีพในภาคอื่นๆ วิชาที่เปิดสอนมี 20 สาขาคือ
๑. ถมเงินและถมทอง
๒. ช่างเครื่องเงินและเครื่องทอง
๓. การเขียนลาย
๔. การทำคร่ำ
๕. การจักสานย่านลิเภา
๖. การจักสานลายขิต
๗. การตกแต่งด้วยปีกแมลงทับ
๘. การทอผ้าไหม
๙. การทอจก
๑๐. การทอพรม
๑๑. การปักผ้า
๑๒. การผลิตดอกไม้ประดิษฐ์
๑๓. การตัดเย็บ
๑๔. การแกะตัวหนังตะลุง
๑๕. การแกะสลักไม้
๑๖. การแกะสลักหินอ่อน
๑๗. การปั้น
๑๘. การบรรจุภัณฑ์
๑๙. งานช่างไม้
๒๐. งานช่างหวาย

ประเภทของงานศิลปาชีพที่มูลนิธิฯ ส่งเสริมในภาคต่างๆ เป็นอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงพิจารณาจากสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และวัสดุในแต่ละท้องถิ่นเป็นหลัก กิจกรรมการฝึกอบรมศิลปาชีพในภาคต่างๆ สามารถสรุปได้ดังนี้
ภาคเหนือ ส่งเสริมให้ฝึกอบรมการเย็บปักถักร้อย การทอผ้า ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าจก การทำเครื่องประดับเงินและทอง ตามแบบศิลปะของชาวไทยภูเขา เป็นต้น
ภาคอีสาน ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมการทอผ้าไหมมัดหมี่ เพื่อรักษาศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะไว้มิให้สูญหายแต่ให้ปรับปรุงวิธีการทอ การย้อมสี การตกแต่งสำเร็จให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการปลูกต้นหม่อนและเลี้ยงไหมอีกด้วย
ภาคกลาง ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมการทำดอกไม้ประดิษฐ์ การทำเครื่องจักสานด้วยหวาย ไม้ไผ่ และป่านศรนารายณ์ การทอผ้าฝ้าย การปั้นตุ๊กตาชาววัง การตัดเย็บเสื้อผ้า การถนอมอาหาร เป็นต้น
ภาคใต้ ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมการทอผ้า การจักสานด้วยหวาย ไม้ไผ่ ย่านลิเภา การทอเสื่อกระจูด การเย็บปักถักร้อย การทำถมเงินถมทอง เป็นต้น



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.