โรคเอดส์ เป็นโรคที่เพิ่งพบใหม่เมื่อประมาณปี พ.ศ.2521 คำว่า "เอดส์" เป็นคำย่อภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลง
โรคเอดส์พบเป็นครั้งแรกในบุรุษรักร่วมเพศที่นครลอแอเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และสองปีต่อมาจึงได้พบว่าโรคนี้มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส

ซึ่งในปัจจุบันเรียกชื่อว่าเชื้อฮิวแมน อิมมิโนเด็พฟีเชนซีไวรัสหรือเรียกย่อๆ ว่า ไวรัส เอไอวี
ไวรัสเอไอวีติดต่อได้หลายวิธี คือ
- การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ชนิดรักร่วมเพศหรือรักต่างเพศ

- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ พบในผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นที่นิยมใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- การรับเลือดหรือองค์ประกอบของเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อการรับอวัยวะปลูกถ่ายชนิดต่างๆ รวมทั้งการปลูกถ่ายไขกระดูกและการผสมเทียม

- ทารกติดเชื้อจากมารดา โดยทารกอาจได้รับเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา หรือติดเชื้อขณะคลอด หรือติดเชื้อในระยะเลี้ยงดูหลังคลอด
เชื้อเอไอวี ไม่ติดต่อโดยการใช้สระน้ำ ห้องน้ำ เรียนหนังสือ และทำงานร่วมกัน

เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปติดเชื้อและเพิ่มจำนวนในเซลล์ได้หลายชนิด แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ลิม-โฟซัยท์ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาว ที่มีความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย เมื่อการติดเชื้อดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง เซลล์จะถูกทำลายลงอย่างมาก

จนร่างกายไม่สามารถสร้างชดเชยขึ้นใหม่ได้ทัน ภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายจึงอ่อนแอ
เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคเสื่อมลง ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้เหมือนเดิม จึงทำให้ติดเชื้อจุลชีพหลายชนิด ทั้งเชื้อแบคทีเรีย รา และ ปรสิต และเป็นการติดเชื้อแบบฉวยโอกาส

ซึ่งหมายความว่า ในคนทั่วไปที่มีภูมิคุ้มกันโรคเป็นปกติ เชื้อเหล่านี้จะไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้เลย การที่ภูมิคุ้มกันโรคเสื่อมเป็นการเปิดโอกาสให้เชื้อจุลชีพเหล่านี้ก่อโรคขึ้น และผู้ป่วยเอดส์บางรายจะเป็นมะเร็งร่วมด้วย

ระยะเวลานับแต่เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจนถึงแสดงอาการของโรคเอดส์ คือมีการติดเชื้อฉวยโอกาส และ/หรือเป็นมะเร็งอาจกินเวลานานหลายปี ในระหว่างที่ยังไม่แสดงอาการของโรคนั้น จะทราบว่าติดเชื้อเอไอวีหรือไม่โดยการตรวจเลือด ซึ่งสามารถขอรับการบริการนี้ได้จากโรงพยาบาลทั่วไป

อาการของโรคเอดส์ ได้แก่ เป็นไข้เรื้อรัง ท้องร่วงเรื้อรัง น้ำหนักลดผิดปกติ ปอดบวม ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย เป็นฝ้าขาวในปาก ความจำเสื่อม เป็นมะเร็ง และยังมีอาการอื่นๆ ได้อีกมาก

ในปัจจุบันยังไม่มียาสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้หายขาดได้ ยาที่มีใช้เพียงแต่ยืดชีวิตผู้ป่วยออกไปเท่านั้น สำหรับวัคซีนยังอยู่ในระหว่างการศึกษาทดลองก่อนที่จะนำมาใช้ในการป้องกันโรคต่อไป



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ | ดูต่อ... ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.