ชั้นและชื่อช้างเผือก
ฐานะของช้างเผือก
ช้างสำคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีกี่เชือก
ชั้นและชื่อช้างเผือก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ชั้นของช้างเผือกมี ๓ ชั้น คือ ช้างเผือกเอก ช้างเผือกโท และช้างเผือกตรีการจะกำหนดว่า ช้างเผือกเชือกใดจะเป็นชั้นใดนั้นตำราคชลักษณ์กำหนดไว้ว่า
ช้างสีสังข์ ๑ ช้างทองเนื้อริน ๑ สงเคราะห์เข้าในเกณฑ์ว่าเป็น เผือกเอก
ช้างสีบัวโรย ๑ สงเคราะห์เข้าในเกณฑ์เป็น เผือกโท
ช้างสียอดตองตากแห้ง ๑ สีแดงแก่ ๑ สีแดงอ่อน ๑ สีทองแดง ๑ สีเมฆ ๑(นิล) สีดำ ๑ สงเคราะห์เข้าในเกณฑ์เป็น เผือกตรี


แต่การกำหนดว่าช้างเผือกแต่ละเชือกจะเป็นชั้นใดนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้กำหนด ผู้เชี่ยวชาญการตรวจคชลักษณ์มีหน้าที่เพียงทำรายงานกราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อประกอบกับพระบรมราชวินิจฉัยเท่านั้น
ส่วนชื่อของช้างเผือกหรือช้างสำคัญที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อาจแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ
ประเภทที่ ๑ มีคำที่ความหมายว่า ช้างอยู่ด้วย เช่น คชา กุญชร หัตถี หสดิน คเชนทร์ เช่น พระบรมคชลักษณ์ พระเทพกุญชร พระบรมจักรพาลหัตถี พระบรมหัสดิน พระบรมวิไลเชนทร์ เป็นต้น
ประเภทที่ ๒ ตั้งชื่อตามลักษณะบางอย่างของช้าง เช่น ช้างพลายเล็บครบ มีชื่อว่า พระบรมนัขมณี ช้างพลายงาเดียว มีชื่อว่า พระบรมเมฆเอกทนต์ ช้างหลายเล็บดำ มีชื่อว่า พระพิไชยนิลนัข ช้างพลายสีนิล มีชื่อว่าพระสรีสกลกฤษณ์ เป็นต้น
นอกจากนี้ชื่อช้างเผือกจะมีชื่อเป็น พระยา เจ้าพระยา เหมือนบรรดาศักดิ์ข้าราชการในสมัยก่อน เช่น พระวิสูตรรัตนกิริณี พระยาเศวตไอยรา เจ้าพระยาปราบไตรจักร เป็นต้น ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ทรงกำหนดให้ใช้คำว่า พระเศวต นำหน้าชื่อ และลงท้ายด้วยคำว่า เลิศฟ้า
ฐานะของช้างเผือก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ช้างเผือกเป็นราชพาหนะคู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ มีฐานะเทียบเท่าเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า ดังจะเห็นได้จากพระกรรม์ภิรมย์ คือ ฉัตร ๕ ชั้นทำด้วยผ้าขาวลงยันต์ มี ๓ องค์ด้วยกันคือ พระเสนาธิปัต พระฉัตรชัย และพระเกาวพ่าห์ เป็นเครื่องสูงที่ใช้กางเชิญนำพระราชยาน เวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตรา และใช้พระกรรม์ภิรมย์สวมถุงเข้ากระบวนพระอิสริยยศแห่นำเสด็จพระราชวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า ในพระราชพิธีโสกันต์ เป็นต้น ในพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ ก็ใช้พระกรรม์ภิรมย์สวมถุงแห่นำเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังเห็นได้จากที่พราหมณ์ อ่านคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างและกาพย์ขับไม้ ซึ่งถือว่าเป็นของสูงจะมีเฉพาะพระราชพิธีสำคัญๆ ได้แก่ การสมโภชพระมหาเศวตฉัตร และเครื่องศิริราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีฉัตรมงคล พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ และพระราชพิธีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นพิเศษ เช่น คำฉันท์ดุษฎีสังเวย และกาพย์ขับไม้สมโภชพระพุทะมหมณีรัตนปฎิมากร เนื่องในพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๒๐๐ ปี เป็นต้น
ช้างสำคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีกี่เชือก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ช้างสำคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มี ๑๐ เชือก ในปัจจุบันอยู่ที่โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ยกเว้นพระเศวตววรรัตนกรี ซึ่งได้ล้ม ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ และ พระเศวตสุรคชาธาร ซึ่งล้ม ณ โรงช้างต้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐ คือ

๑. พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ช้างพลายเผือกโท ลูกเถื่อน นายแปลก คล้องได้ที่ จังหวัดกระบี่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙ พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย น้อยเกล้าฯ ถวาย เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๑ เป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวกอัฎฐทิศ ชื่อ กมุท สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๒

๒. พระเศวตวรัตนกรีฯ ช้างพลายเผือกลูกบ้าน ตกลูกที่บ้านนายแก้ว ปัญญาคง ตำบลอ่อนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่พันตำรวจเอกนิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่ น้อมเกล้าฯ ถวาย สมโภชขึ้น ระวาง ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๙

๓. พระเศวตสุรคชาธารฯ ช้างพลายเผือก ลูกเถื่อน นายเจ๊ะเฮง หะระดี กำนันตำบลการอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ได้ลูกช้างพลัดแม่ พันตำรวจเอก ศิริ คชหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา น้อมเกล้าฯ ถวาย เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๑ เป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์จำพวกช้าง ๑๐ หมู่ ชื่อ ดามพหัตถี สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๑

๔. พระศรีเศวตศุภลักษณ์ฯ ช้างพังเผือก ลูกเถื่อน ชื่อเจ้าแต๋น กรมป่าไม้ได้มาจากอำเภอ พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำไปเลี้ยงไว้ ณ วนอุทยานเขาช่อง จังหวัดตรัง ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และอธิบดีกรมป่าไม้ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์ จำพวกอัฎฐคช ชื่อ ดามพหัสดินทร์สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๙

๕. พระเศวตศุทธวิลาศฯ ช้างพลายเผือก ลูกเถื่อน ชื่อบุญรอด คนงานของกรมป่าไม้ได้พบลูกช้างที่ป่าบริเวณแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาได้นำมาเลี้ยงไว้ ณ อุทยานเขาเขียว จังหวัดชลบุรี อธิบดีกรมป่าไม้ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงษ์ จำพวกอัฎฐคช ชื่อดามพหัสดินทร์ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๐

๖. พระวิมลรัตนกิริณีฯ ช้างพังเผือก ลูกเถื่อน ชื่อ ขจร นายปรีชาและนางพิมพ์ใจ วารวิจิตร ได้มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และได้นำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ณ ทุ่งสีกัน กรุงเทพฯ นายปรีชาและนางพิมพ์ใจ วารวิจิตร ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย เป้ฯช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์จำพวกอัฎฐทิศ ชื่อกมุท สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๐

๗. พระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ ช้างพังเผือก ลูกเถื่อน ชื่อจิตรา นายมายิ มามุ ราษฎร บ้านกูมุง หมู่ที่ ๗ ตำบลจะแนะ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้ลูกช้างพลัดแม่บนเทือกเขากือซา นายวัชร สิงคิวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส น้อมกล้าฯ ถวาย เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นช้างสำคัญในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวกอัฎฐทิศ ชื่อ อัญชัน สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๐

๘. พระเศวตภาสุรคเชนทร์ฯ ช้างพลายเผือก ลูกเถื่อน ชื่อภาศรี นายสุรเดช มหารมย์เจ้าของไร่ภาศรี ใกล้เขื่อนแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้มาจากชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านหนองปีนแตก ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี นายศุภโยค พาณิชย์วิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี น้อมเกล้าฯ ถวายสมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงษ์ จำพวกอัฎฐคช ชื่อ ดามพหัสดินทร์

๙. พระเทพวัชรกิริณีฯ ช้างพังเผือกลูกเถื่อน ชื่อขวัญตา พระปลัดบุญส่ง ธัมมปาโล เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ได้มาจากนายสนิท ศิริวานิช กำนันตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภโยค พาณิชย์วิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี น้อมเกล้าฯ ถวาย สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๑ เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์ จำพวก อัฎฐคช ชื่อดามพหัสดินทร์

๑๐. พระบรมนัขทัศฯ ช้างพลายเผือกเล็บครบ ลูกเถื่อน ชื่อดาวรุ่ง พระปลัดบุญส่งธัมมปาโล เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ ได้มาจากราษฎร อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้นำมาเลี้ยงไว้ที่วัดเขาบันไดอิฐ คู่กับช้างพัง "ขวัญตา" นายศุภโยค พาณิชย์วิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี น้อมเกล้าฯ ถวาย สมโภชขึ้นระวาง ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๑ เป็นช้างสำคัญในตระกูลวิษณุพงศ์ จำพวกอัฎฐคช ชื่อครบกระจอก เป็นช้างที่มีเล็บครบ ๒๐ เล็บ คือเท้าละ ๕ เล็บทั้ง ๔ เท้า