หนังสือมีกี่ประเภท
หน้าที่ในการผลิตหนังสือ
การจัดพิมพ์
บรรณาธิการคือใคร
หนังสือมีกี่ประเภท


ความสนใจของมวลชนที่มีต่อหนังสือได้มีมากขึ้นไปตามความเจริญของสังคมและบ้านเมือง จนมีคำกล่าวกันว่าหนังสือเป็นเครื่องวัดความเจริญของสังคมอย่างหนึ่ง ความสนใจได้แตกแขนงออกไปอย่างกว้างขวาง และสนใจในรายละเอียดลึกลงไปในแต่ละแขนง ทำให้เกิดการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ และทำให้เกิดหนังสือประเภทต่างๆ ขึ้นมาก แต่ละประเภทมีกลุ่มบุคคลที่สนใจแตกต่างกันไป ลักษณะการใช้งาน อายุการใช้งานก็แตกต่างกันไปด้วย วิธีการผลิตหนังสือแต่ละประเภทและวัสดุที่ใช้ผลิตก็ต้องแตกต่างกันออกไป ผู้ผลิตจะต้องหาวิธีการผลิตให้เหมาะสมกับหนังสือแต่ละประเภท
การแบ่งประเภทของหนังสือมีวิธีแบ่งได้หลายอย่าง แต่เพื่อให้เห็นลักษณะการผลิตและรูปเล่มได้เด่นชัด หนังสืออาจแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ วารสาร (Periodical) และหนังสือเล่ม (book) วารสาร (Periodical) เป็นหนังสือที่มีชื่อหนังสือคงที่ จัดพิมพ์ออกจำหน่ายจ่ายแจกตามลำดับเรื่อยไป เช่น หนังสือที่พิมพ์ออกมาทุกวันจะมีชื่อหนังสือชื่อเดียวกันตลอด ได้แก่ สยามรัฐ ไทยรัฐ เดลินิวส์ หรือหนังสือที่พิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ทุกสองสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุกระยะเวลาต่าง ๆ มีชื่อหนังสือเหมือนกัน เช่น สตรีสาร วิทยาจารย์ หลักไท หนังสือเหล่านี้เป็นวารสาร หนังสือประเภทวารสารยังอาจแบ่งออกเป็นประเภทย่อยได้เป็นหนังสือพิมพ์ (newspaper) นิตยสาร (magazine)
หนังสือพิมพ์ (newspaper) เป็นหนังสือที่มีวัตถุประสงค์หลักในการให้ข่าวสารปัจจุบันแก่ผู้อ่าน ส่วนนิตยสารนั้นมุ่งที่จะให้ความรู้ความบันเทิงเป็นสิ่งสำคัญ การที่วัตถุประสงค์ในการจัดทำแตกต่างกัน ลักษณะและการใช้งานของหนังสือ และลักษณะรูปร่างของหนังสือจึงย่อมแตกต่างกันออกไปด้วย จะเห็นว่าหนังสือพิมพ์นั้นพิมพ์บนกระดาษแผ่นใหญ่เรียงซ้อนกัน พับเป็นเล่มโดยไม่เย็บเล่มและไม่มีปก ส่วนนิตยสารนั้นมักมีปกที่พิมพ์สีสันสวยงาม เย็บเป็นเล่มและเจียนเล่มเรียบร้อย ขนาดของเล่มเล็กกว่าหนังสือพิมพ์ การที่หนังสือประเภทใดจะมีรูปเล่ม และขนาดอย่างใดย่อมแล้วแต่ลักษณะและวัตถุประสงค์การใช้งานของหนังสือเล่มนั้น ๆ เป็นสำคัญ รูปเล่มและขนาดเล่มจะเป็นตัวกำหนดเครื่องจักรเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตด้วย จึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเชื่อมโยงกันไปทั้งสิ้น
นิตยสาร (magazine) สำหรับนิตยสารนั้น ผู้ซื้อจะมีความพิถีพิถันมากกว่าซื้อหนังสือพิมพ์ นิตยสารจึงมีปกที่พิมพ์ภาพสวยงาม อายุการใช้งานมีระยะเวลานานกว่าหนังสือพิมพ์ซึ่งจะมีอายุอย่างน้อยเท่ากับระยะเวลาออกนิตยสารนั้นๆ นิตยสารจึงยังคงคุณค่านานกว่าหนังสือพิมพ์ แม้เมื่อพ้นเวลาใช้งานแล้วก็ยังพอมีราคาอยู่บ้าง
หนังสือเล่ม (book) เป็นประเภทใหญ่ของหนังสืออีกประเภทหนึ่ง อาจ แบ่งออกเป็นประเภทย่อยได้หลายวิธี คือแบ่งตามลักษณะของผู้อ่าน เช่น หนังสือเด็ก หนังสือผู้ใหญ่หรือแบ่งตามเนื้อหาสาระ เช่น หนังสือสารคดี หนังสือบันเทิงคดี ซึ่งแต่ละประเภทแบ่งย่อยออกไปได้อีก เช่น สารคดี อาจแบ่งเป็นแบบเรียนในระดับการศึกษาต่างๆ คู่มือครู แบบฝึกหัดตำราทางวิชาการ หนังสืออ้างอิง บันเทิงคดีก็แบ่งเป็น นวนิยาย กวีนิพนธ์ หนังสือเด็กก็อาจแยกออกเป็น หนังสือภาพ หนังสือการ์ตูน นิยาย หนังสือแต่ละประเภทก็มีลักษณะรูปเล่ม เฉพาะที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของหนังสือประเภทนั้น ๆ การผลิตหนังสือแต่ละประเภทจึงมีวิธีการ และอุปกรณ์ที่เหมาะสมแก่การผลิตหนังสือประเภทนั้นๆ ซึ่งก็ย่อมแตกต่างกันออกไปแต่ละประเภท
หนังสืออ้างอิง เป็นหนังสือที่มีลักษณะพิเศษอีกแบบหนึ่งที่ผู้อ่านจะเลือกอ่านค้นคว้าเอาเฉพาะเรื่องที่ต้องการ เช่น หนังสือพจนานุกรมจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง ผู้ซื้อจะค้นดูศัพท์เฉพาะคำที่ต้องการทราบความหมาย โดยจะเปิดดูหน้าและตำแหน่งตรงที่มีศัพท์ที่ต้องการจะค้น แล้วอ่านดูว่ามีคำแปลว่าอย่างใด เข้าใจแล้วก็ปิดเล่ม หนังสือเล่มหนึ่งๆ ได้อ่านจริง ๆ ไม่กี่บรรทัดไม่กี่หน้า หากเป็นพจนานุกรมฉบับกระเป๋าก็จะต้องผลิตให้มีขนาดเล็ก สามารถพกติดตัวไปได้สะดวก สามารถค้นดูศัพท์ได้ทุกเวลาที่ต้องการ ขนาดของเล่มหนังสือจะเป็นสิ่งกำหนดตัวพิมพ์ ความหนาของแผ่นกระดาษและชนิดของกระดาษที่จะพิมพ์ เพื่อให้หนังสือมีขนาดพอเหมาะที่จะบรรจุศัพท์ต่างๆ ลงในเล่มให้ครอบคลุมได้กว้างขวางที่ต้องการ และให้ได้ขนาดกว้างยาวและหนาพอที่จะพกในกระเป๋าเสื้อของผู้อ่านได้
หน้าที่ในการผลิตหนังสือ
การผลิตหนังสืออาจพูดได้ว่าเป็นการผลิตสองขั้น คือ ผลิตทางด้านความคิดขั้นหนึ่งอันได้แก่ การสร้างสรรค์เนื้อหา เรื่องราว และความคิดที่อยู่ในตัวหนังสือนั้น และการผลิตทางด้านวัตถุ อันได้แก่ การพิมพ์ ซึ่งเป็นการนำตัวพิมพ์หรือแม่พิมพ์มาทาหมึกพิมพ์พิมพ์ลงบนกระดาษ ประกอบเล่มด้วยปก ผ้าหุ้มปกเป็นรูปเล่มหนังสือ การจัดพิมพ์เป็นการทำหน้าที่เชื่อมโยงประสานให้การผลิตทั้งสองขั้นนั้นได้รับช่วงกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้อ่าน การผลิตหนังสือ ประกอบด้วยหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการอยู่ ๔ ประการ คือ
๑. หน้าที่ในการจัดพิมพ์ ผู้รับผิดชอบคือผู้จัดพิมพ์ (publisher)
๒. หน้าที่การผลิตในด้านความคิด คือ การจัดให้มีการประพันธ์หรือรวบรวมเรื่องราวจากการประพันธ์มาจัดพิมพ์ ผู้รับผิดชอบคือบรรณาธิการ (Editor)
๓. หน้าที่การผลิตในด้านวัตถุ คือ การพิมพ์ผู้รับผิดชอบคือ ผู้พิมพ์ (Printer)
๔. หน้าที่ทางการจำหน่ายจ่ายแจก ผู้รับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการพิมพ์เรียกว่า ผู้โฆษณา (distributor) คือ เป็นผู้ที่จำหน่ายจ่ายแจกหนังสือ
หน้าที่ที่กล่าวข้างต้นเป็นงานที่การผลิตหนังสือทุกประเภทจะต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่ละหน้าที่อาจเป็นงานที่คน ๆ เดียวทำหรือกลุ่มคนหลายคนทำก็ได้ในหน้าที่หนึ่ง ๆ บางอย่างอาจมีคน ๆ เดียวทำในหลายหน้าที่ก็ได้ เช่น ผู้ประพันธ์แต่งหนังสือเอง จัดพิมพ์ และพิมพ์ออกขายเอง ผู้ประพันธ์คนนั้นทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดพิมพ์ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ และผู้โฆษณา
การจัดพิมพ์

การจัดพิมพ์เป็นหน้าที่ของบุคคลที่เรียกว่า ผู้จัดพิมพ์ หรือถ้ากล่าวถึงหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องนี้เรียกว่า สำนักพิมพ์ ผู้จัดพิมพ์เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการแสวงหาข้อมูล ด้านความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นผู้อ่านหรือผู้ซื้อว่ามีความต้องการอ่านหนังสือชนิดใด ประเภทใด หนังสือบางประเภทผู้ซื้อและผู้อ่านเป็นคนเดียวกัน แต่บางประเภทผู้ซื้อกับผู้อ่านอาจเป็นคนละคนกัน เช่น กรณีที่ผู้ปกครองซื้อหนังสือมาให้บุตรหลานในปกครองอ่าน จะต้องทราบว่าหนังสือที่ผู้ซื้อจะซื้อนั้นเป็นหนังสือลักษณะใด จะซื้อในราคาใด ผู้จัดพิมพ์เป็นผู้ที่จะติดต่อให้ผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์สร้างสรรค์งานขึ้นผู้จัดพิมพ์เป็นผู้กำหนดจำนวนพิมพ์ วิธีพิมพ์ระบบวิธีการจำหน่าย เป็นผู้จัดหาทุนในการดำเนินการ ความสำเร็จของผู้จัดพิมพ์อยู่ที่ว่าจะสามารถทำให้หนังสือที่ผลิตขึ้นมานั้น ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อหรือผู้อ่านได้เพียงใด
บรรณาธิการคือใคร
บุคคลสำคัญในการผลิตหนังสือทางด้านความคิด ได้แก่ ผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ที่ถอดความนึกคิดออกเป็นตัวหนังสือ ผู้ที่จะเป็นผู้เขียนหรือผู้ประพันธ์ได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในเรื่องที่จะเขียนและมีความสามารถในการเขียน คุณสมบัติสองอย่างนี้ต้องอยู่ในคน ๆ เดียวกันจึงจะเขียนหนังสือขึ้นมาได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้บางครั้งก็หาได้ยากที่จะอยู่ในบุคคลเดียว บางคนอาจมีความรอบรู้ในเรื่องราวบางเรื่องอย่างดียิ่ง แต่ไม่มีความสามารถที่จะประพันธ์เป็นหนังสือได้ คุณสมบัติในการเขียนเป็นเรื่องที่สามารถจะเล่าเรียนและฝึกฝนได้ ผู้สร้างหนังบางครั้งก็ต้องจัดให้ผู้เขียนกับผู้รู้ได้มาพบกันและร่วมมือกันจัดเขียนเป็นหนังสือขึ้น หนังสือบางเรื่องจะต้องใช้ความรู้จากผู้รู้หลาย ๆ คนร่วมกันเขียน หนังสือบางเล่มจะต้องใช้ผู้รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง แล้วระดมผู้รู้เขียนร่วมมือช่วยกันเขียน การผลิตหนังสือทางด้านความคิดจึงได้มีการจัดขึ้นเป็นระบบการดำเนินการ มีผู้รับผิดชอบที่เรียกกันว่า บรรณาธิการ
การถ่ายทอดความคิดทางหนังสือนั้นนอกจากการเขียนด้วยตัวหนังสือแล้ว ก็อาจใช้ภาพถ่ายทอดความคิดให้เกิดความเข้าใจได้ดีกว่า บางครั้งควรต้องใช้ทั้งภาพและตัวหนังสือประกอบกันไป การสร้างภาพขึ้นมามีวิธีทำได้หลายอย่าง อาจเป็นภาพวาดซึ่งใช้บุคคลเป็นผู้วาดขึ้น ซึ่งเรียกว่า ผู้เขียนภาพภาพวาดมีวิธีวาดหลายแบบ เช่น วาดเป็นภาพลายเส้น ภาพการ์ตูน ภาพสีน้ำมัน ภาพวาดด้วยพู่กันลม ในปัจจุบันอาจใช้คอมพิวเตอร์วาดก็ได้ นอกจากภาพวาดแล้วอาจใช้ภาพถ่ายมาเป็นภาพประกอบในหนังสือ การถ่ายภาพเพื่อนำมาใช้ประกอบในหนังสือมีเทคนิควิธีการสร้างภาพมากมายหลายแบบ ภาพที่นำมาใช้พิมพ์นอกจากภาพขาวดำ โดยทั่วไปแล้วยังสามารถนำสีมาใช้ประกอบกับภาพเพื่อเรียกความสนใจจากผู้อ่านให้มากขึ้น สามารถสร้างจินตนาการและความคิดของผู้อ่านได้กว้างไกลการสร้างภาพก็เป็นงานผลิตหนังสือทางด้านความคิด มีหน่วยงานเรียกว่าหน่วยศิลป์หรือฝ่ายศิลป์ ซึ่งมีบรรณาธิการฝ่ายศิลป์ดูแลรับผิดชอบ การสร้างภาพประกอบในหนังสือแต่ละภาพจะมีบุคคลที่ทำหน้าที่ ที่ศึกษาค้นคว้าและออกความเห็นว่าควรมีภาพอะไรและมีลักษณะรายละเอียดอย่างใด เพื่อให้ช่างเขียนหรือช่างถ่ายภาพไปสร้างภาพขึ้นมาตามแนวความคิดถ่ายภาพไปสร้างภาพขึ้นมาตามแนวความคิดนั้น หรือมีบุคคลที่จะคัดเลือกบรรดาภาพที่มีนั้น หรือมีบุคคลที่จะคัดเลือกบรรดาภาพที่มีอยู่มาพิมพ์ก็ได้ การนำเอาภาพและตัวหนังสือมารวมกันเป็นหน้า และจัดรูปหน้าหนังสือแต่ละหน้าเข้าเป็นเล่ม ก็ต้องมีบุคคลที่จะรับผิดชอบดำเนินการ เรียกว่า ผู้ออกแบบเล่มหนังสือ (Book designer) ซึ่งเป็นงานที่รวมอยู่ในการผลิตหนังสือทางด้านความคิดเช่นกัน
หัวข้อก่อนหน้าหัวข้อถัดไป