การจารึกหมายถึงวีธีการอะไร
วิธีบันทึกลายลักษณ์อักษรลงในจารึก ทำได้กี่วิธี
จารึกที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทย ชื่อว่าอะไร
แบ่งจารึกตามการใช้อักษรต่างๆ ได้กี่กลุ่ม
จารึกใดบ้างที่วิวัฒนาการมาจากรูปอักษรไทยในจารึกพ่อขุนรามคำแหง
การจารึกหมายถึงวีธีการอะไร


หนังสือที่ใช้อ่านศึกษาเล่าเรียนกันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ทำด้วยกระดาษเป็นส่วนใหญ่แต่กระดาษเป็นวัตถุที่ไม่คงทนถาวร ชำรุดฉีกขาดง่าย เมื่อผู้เขียนหนังสือมีความประสงค์จะบันทึกเรื่องราวไว้ให้คงอยู่นานๆ จำเป็นต้องเขียนบนวัตถุที่มีความแข็งแรงคงทนถาวร เช่น แผ่นศิลา แผ่นไม้ และแผ่นโลหะชนิดต่างๆ ได้แก่ แผ่นเงิน แผ่นทอง เป็นต้น การเขียน หรือบันทึกลายลักษณ์อักษรลงบนแผ่นศิลา และแผ่นวัตถุเนื้อแข็งชนิดต่าง ๆ ต้องทำด้วยวิธี "จารึก"

จารึก เป็นวิธีการบันทึกลายลักษณ์อักษรอย่างหนึ่ง ที่ทำให้รูปอักษรเป็นร่องลึกลงไปในเนื้อวัตถุชนิดต่างๆ เช่น แผ่นศิลา โดยใช้เหล็กสกัด ตอกสกัดลงไปในเนื้อศิลาให้เป็นร่องลึกรอยรูปอักษร และเรียกแผ่นศิลาที่มีรูปอักษรเป้นร่องลึกนี้ว่า "ศิลาจารึก"
นอกจากจารึกบนแผ่นศิลาที่เรียกว่า ศิลาจารึกแล้ว ยังมีจารึกที่บันทึกลายลักษณ์อักษรบนวัตถุที่มีเนื้อแข็งน้อยกว่าศิลา ได้แก่ วัตถุประเภทไม้ ดินเผาและโลหะชนิดต่างๆ เป็นต้น ซึ่งบันทึกลายลักษณ์อักษรด้วยการใช้เครื่องมือทำด้วยเหล็ก มีปลายแหลมคมเรียกว่า เหล็กจารโดยใช้เหล็กจารเขียนลายลักษณ์อักษรให้เป็นร่องลึกรอยรูปอักษรแทนการสกัด และด้วยเหตุที่วัตถุซึ่งนำมาใช้รองรับการเขียนด้วย เหล็กจารมีลักษณะแข็งแรงและคงทนถาวร อีกทั้งร้อยรูปอักษรที่ปรากฏบนวัตถุนั้นก็มีรูปลักษณ์เช่นเดียวกันการจารึก จึงรวมเรียกเอกสารประ เภท นี้ว่า จารึกเช่นเดียวกัน ได้แก่ จารึกบนแผ่นไม้จารึกบนแผ่นดินเผา และจารึกบนแผ่นโลหะชนิดต่างๆ เป็นต้น
เอกสารที่บันทึกลายลักษณ์อักษรบนแผ่นไม้ แผ่นดินเผา และแผ่นโลหะชนิดต่างๆ เหล่านี้ บางครั้งจะพบว่ามิได้บันทึกลายลักษณ์อักษรไว้ด้วยเหล็กจาร แต่ใช้วิธีเขียนหรือชุบด้วยสีหรือหมึก ชุบคือลักษณะการใช้พู่กันหรือปากกาจุ่มสีหรือหมึกเขียนตัวอักษร เอกสารหรือปากกาจุ่มสีหรือหมึกเขียนตัวอักษรเอกสารลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า จารึก เช่นเดียวกัน
ศิลาจารึกเป็นเอกสารโบราณอย่างหนึ่งที่สำเร็จด้วยหัตถกรรม โดยการสลักลายลักษณ์อักษรเป็นภาษาที่ใช้สื่อความหมายแทนคำพูด แตกต่างจากรูปภาพหรือภาพสลักที่มุ่งหมายจะเล่าเรื่องราวหรือบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งจัดเป็นงานศิลปกรรมประเภทประติมากรรม ถึงแม้ว่าบางครั้งจารึกจะปรากฏอยู่รวมกันกับการสลักก็ตาม เช่น ศิลาจารึกภาพชาดกวัดศรีชุม เป็นภาพจากหลักลายเส้นบนแผ่นศิลาเล่าเรื่องในชาดก มีจารึกอักษรข้อความ อธิบายภาพประกอบส่วนที่ว่างด้วย

วิธีบันทึกลายลักษณ์อักษรลงในจารึก ทำได้กี่วิธี


วิธีบันทึกลายลักษณ์อักษรลงในจารึก
วัตถุที่ใช้ทำจารึกมีหลายชนิด แต่มีลักษณะร่วมกันคือ แข็งแรงคงทนถาวร ฉะนั้นการบันทึกลายลักษณ์อักษรลงบนจารึก จึงต้องใช้เครื่องมือต่างกันไปตามชนิดของวัตถุที่นำมาใช้ทำจารึกแต่เครื่องมือนั้นต้องมีส่วนที่เหมือนกันประการหนึ่งคือ ความแข็งแรงและแหลมคมในขณะจารึก การจารึกลายลักษณ์อักษรมีวิธีการดังนี้
  1. จารึกด้วยเหล็กสกัด ในสมัยแรก ๆ อุปกรณ์การสร้างงานจารึกทำขึ้นอย่างง่ายๆ ไม่มีรูปแบบแน่นอน แต่วัตถุที่ใช้ทำจารึกส่วนใหญ่ใช้ศิลาเนื้อแข็งมากาๆ ได้แก่ หินดินดาน หินทราย เป็นต้น เมื่อตัดแท่งศิลาให้ได้รูปร่างตามต้องการแล้ว ต้องขัดพื้นผิวหน้าให้เรียบแล้วใช้เหล็กสกัดที่มีปลายแบน และแหลมคมเป็นเครี่องมือตอกสกัดลงไปในเนื้อศิลาให้เป็นรูปลายลักษณ์อักษร การจารึกอักษรอย่างนี้ทำได้ 2 วิธี คือ
    1.1 จารึกโดยร่างข้อความไว้ก่อนจารึก
    1.2 จารึกโดยไม่ร่างข้อความไว้ก่อนโดยใช้เหล็กสกัดตอกลงไปในเนื้อศิลาให้เป็นรูปลายลักษณ์อักษรทันที
  2. จารึกด้วยเหล็กจาร กลุ่มจารึกทำจากวัตถุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ศิลา เช่น จารึกที่ทำจากไม้และโลหะชนิดต่าง ๆ เนื้อวัตถุไม่แข็งมากและบางกว่าศิลา การบันทึกลายลักษณ์อักษรจึงไม่ใช้วิธีสกัด แต่จะใช้เหล็กที่มีปลายแหลมคม เรียกว่า เหล็กจาร เขียนลายลักษณ์อักษรลงบนแผ่นวัตถุนั้นทันที เช่น จารึกลานทอง จารึกพระพิมพ์ดินเผา เป็นต้น
  3. จารึกด้วยวิธีอื่น ๆ เป็นการจารึกลายลักษณ์อักษรด้วยวิธีอื่น โดยไม่ใช้เหล็กสกัดและเหล็กจาร แต่บันทึกลายลักษณ์อักษรด้วยวิธีเขียนหรือชุปลายลักษณ์อักษรที่ปรากฏอยู่บนวัตถุ ได้แก่ ไม้ ดินเผา ฝาผนังพระอุโบสถ เป็นต้น จารึกเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่กับงานจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ ตู้ลายรดน้ำเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น ซึ่งอนุโลมเรียกว่า จารึกหรืออักษรจารึกเช่นเดียวกัน
จารึกที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในประเทศไทย ชื่อว่าอะไร


จารึกที่พบรุ่นแรกในประเทศไทย
จารึกรุ่นแรกในประเทศไทย เป็นจารึกที่ได้รับอิทธิพลรูปอักษรจากประเทศอินเดียสมัยราชวงศ์ปัลลวะเช่นเดียวกัน ได้พบจารึกอักษรปัลลวะบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ มีหลักธรรมในศาสนาทั้งพระพุทธศาสนาและลัทธิศาสนาพราหมณ์ เป็นต้น ในพื้นที่ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แม้ในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ ประเทศพม่า กัมพูชา และมาเลเซีย เป็นต้น ก็ได้พบเห็นอักษรชนิดนี้ด้วย ย่อมแสดงว่าในดินแดนทั้ง 4 ประเทศ คือ ไทย พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย เป็นต้น ก็ได้พบเห็นอักษรชนิดนี้ด้วย ย่อมแสดงว่าในดินแดนทั้ง 4 ประเทศ คือ ไทย พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย มีหลักฐานเกี่ยวกับรูปแบบอักษรปัลลวะอยู่ร่วมกันเหมือนกัน และถ้านำความสัมพันธ์ทางด้านภูมิศาสตร์ หรือภูมิสถาน ในสมัยโบราณเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย อาจจะทำให้ได้หลักฐานอันน่าสนใจศึกษาเพิ่มขึ้น
ศิลาจารึกเก่าที่สุดพบในประเทศไทย เท่าที่มีหลักฐานทางศักราชปรากฏอยู่ด้วยคือ "จารึกเขาน้อย" พบที่เขาน้อย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 1180 ศิลาจารึกชิ้นนี้เป็นหลักฐานเอกสารโบราณที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมทางด้านการใช้รูปอักษรที่ปรากฏบนผืนแผ่นดินไทยครั้งแรก และเป็นยุคเริ่มต้นสมัยประวัติศาสตร์ของไทยด้วย นับว่าเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องตรงกันกับหลักฐานทางด้านศิลปกรรมในประเทศไทย ซึ่งร่วมสมัยกับพุทธศิลปะสมัยทวารวดี ศิลปกรรมสมัยแรกของประเทศไทย
แบ่งจารึกตามการใช้อักษรต่างๆ ได้กี่กลุ่ม


กลุ่มจารึกที่ใช้อักษรปัลลวะ ในประเทศไทยมีพบอยู่ทั่วไป ในบริเวณภาคได้พบที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และพังงา ในบริเวณภาคกลางพบที่ลุ่มแม่น้ำกลอง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำป่าสัก ได้แก่ จังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธา นี สระบุรีและเพชรบูรณ์ ในภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบในบริเวณลุ่มน้ำบางปะกงลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำชี ที่จังหวัดปราจีนบุรี บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี
กลุ่มจารึกที่ใช้อักษรมอญโบราณ ปรากฏหลักฐานแน่ชัดในบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17 พบหลักฐานการใช้อักษรมอญโบราณ ภาษามอญโบราณ ในบริเวณลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน คือดินแดนที่เป็นอาณาจักรหริภุญชัย ในเขตจังหวัดลำพูนปัจจุบันโดยได้สืบทอดอารยธรรมกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 17 ลงมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 19 อารยธรรมมอญโบราณที่หริภุญชัยก็สิ้นสุดลงกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรหริภุญชัยแก่พระยามังราย ในปีพุทธศักราช 1839 ตรงกับรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัย
กลุ่มจารึกที่ใช้อักษรขอมโบราณ พบอยู่ในบริเวณภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ของของประเทศไทยปัจจุบัน มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-16 แต่ยังไม่พบจารึกอักษรขอมโบราณในแถบภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดตากขึ้นไป ทั้งนี้อาจเป็นได้ว่า กระแสอิทธิพลวัฒนธรรมแบบขอมโบราณนี้ไม่แพร่หลายขึ้นไปสู่ภาคเหนือของประเทศไทย หลักฐานทำนองงนี้รวมไปถึงโบราณสถานที่เรียกกันว่า ปราสาทหิน ปราสาทอิฐ และปรางค์แบบกัมพูชา หรือลพบุรี ที่มีอยู่ทั่วไปในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ แต่ไม่เคยปรากฏอยู่ทางภาคเหนือ
จารึกที่ใช้อักษรขอมในสมัยต่อจากจารึกที่ใช้อักษรขอมโบราณ คือจารึกที่ใช้อักษรขอมที่มีอายุอยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17-18 โดยเฉพาะจารึกที่ปราสาทพระขรรค์ ประเทศกัมพูชา จะบอกให้ทราบว่า ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งครองราชย์อยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 นั้น ได้ขยายอาณาเขตของอาณาจักรออกไปกว้างขวางมาก ส่วนหนึ่งของอาณาจักรได้เข้ามาอยู่ในบริเวณที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน
กลุ่มจารึกที่ใช้อักษรขอม ที่มีอายุอยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 ได้ แก่จารึกดงแม่นางเมือง จังหวัดนครสวรรค์ พุทธศักราช 1710 ซึ่งจารึกด้วยอักษรขอม ภาษาเขมรและภาษาไทย จารึกหลังพระพุทธรูปนาคปรก จังหวัดลพบุรี พุทธศักราช 1756 ซึ่งจารึกด้วยอักษรขอม ภาษาเขมร และภาษาไทยและกลุ่มจารึกพระเจ้าชัยวารมันที่ 7 ทรงสร้างเพื่อประกาศเรื่องการสร้าง โรงพยาบาล ได้แก่ จารึกเมืองพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จารึกด่านประคำ จังหวัดบุรีรีมย์ และจารึกปราสาทตาเมียนโตจ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจารึกด้วยอักษรขอม ภาษาสันสกฤต เป็นต้น
จารึกใดบ้างที่วิวัฒนาการมาจากรูปอักษรไทยในจารึกพ่อขุนรามคำแหง


จารึกที่ใช้รูปอักษรซึ่งวิวัฒนาการมาจากรูปอักษรไทยในจารึกพ่อขุนรามคำแหงมีดังนี้
จารึกอักษรไทยสุโขทัย เป็นจารึกที่ใช้รูปอักษรซึ่งมีกำเนิดในอาณาจักรสุโขทัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19 และมีใช้ต่อมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 20 เช่น จารึกพ่อขุนรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย จารึกวัดพระยืน จังหวัดลำพูนและจารึกวัดเขากบ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้ น จารึกอักษรไทยอยุธยา เป็นจารึกที่ใช้รูปอักษรที่วิวัฒนาการมาจากรูปอักษรไทยสุโขทัยปรากฏใช้อยู่ทั่วไปในบริเวณภาคกลาง ของประเทศไทยระ หว่างพุทธศตวรรษที่ 20-24 เช่น จารึกแผ่นดีบุกวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น จารึกอักษรไทยล้านนา เป็นจารึกที่พบในอาณาจักรล้านนาบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน ลักษณะเป็นรูปอักษรที่วิวัฒนาการมาจากรูปอักษรไทยสุโขทัย มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20 และตัวอักษรอย่างนี้ได้พัฒนาไปเป็นรูปอักษรอีกแบบหนึ่ง เรียกกันในปัจจุบันว่า อักษรไทยล้านนาหรือ อักษรฝักขาม เช่น จารึกปราสาท จังหวัดเชียงราย เป็นต้น
จารึกอักษรไทยอีกสาน จารึกที่ใช้ตัวอักษรแบบนี้พบเฉพาะในภาคอีสานของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะเป็นรูปอักษรที่วิวัฒนาการ มาจากรูปอักษรไทยล้านนา ซึ่งได้แพร่อิทธิพลผ่านไปในอาณาจักรล้านช้าง และย้อนกลับข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาทางฝั่งตะวันตกเข้าสู่ภาคอีสานแ ละในสมัยหลังต่อมา ตัว อักษรอย่างนี้ได้พัฒนาไปเป็นรูปอักษรอีกแบบหนึ่ง เรียกกันในปัจจุบันว่า อักษรไทยน้อย ซึ่งปรากฏใช้ใน สมัยกรุงรัตนโกสินทร์เท่านั้น ตัวอย่างจารึกอักษรไทยอีสาน เช่น จารึกวัดแดนเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นต้น
จารึกอักษรธรรม จารึกที่ใช้อักษรชนิดนี้มีทั้งภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย แต่ลักษณะตัวอักษรแตกต่างกัน ในภาคเหนือเรียกว่าอักษรธรรมล้านนาหรือตัวเมืองหรือตัวธรรม มีลักษณะใกล้เคียงกับตัวอักษรมอญ พม่า ปรากฏการใช้ครั้งแรกในระหว่า พุทธศตวรรษ ที่ 20 เช่น จารึกวัดช้างค้ำ จังหวัดน่าน เป็นต้น ในภาคอีสานเรียกอักษรธรรมอีสาน หรือ หนังสือธรรม อักษรชนิดนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับอักษรธรรมล้านนา โดยได้รับอิทธิพลของรูปอักษรธรรมล้านนา ผ่านมาทางอาณาจักรล้านช้าง เช่น เดียวกับรูปอักษรไทยอีสาน ตัวอย่างจารึกที่ใช้รูปอักษรธรรมอีสาน เช่น จารึกวัดถ้ำ สุวรรณคูหา จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น
หัวข้อก่อนหน้าหัวข้อถัดไป