ความสัมพันธ์ระหว่างสารมลพิษกับสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นอย่างไร
มลพิษในอากาศเกิดจากแหล่งกำเนิดแบ่งได้กี่ประเภท มีอะไรบ้าง
เครื่องยนต์สมัยใหม่ไม่มีรูระบายให้ก๊าซออก และนำไปใส่ในลูกสูบเพื่ออะไร
หลักของการลดก๊าซไนโตรเจนออกไซค์ คืออะไร
ความสัมพันธ์ระหว่างสารมลพิษกับสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นอย่างไร

เมื่อมีสารมลพิษอยู่ในบรรยากาศ สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศในที่นั้นจะมีผลต่อสภาวะมลพิษเป็นอย่างยิ่ง ลมแรงย่อมพัดพาสารมลพิษให้กระจายตัวไปได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ลมสงบทำให้สารมลพิษอยู่นิ่งและอาจเกิดอันตรายในบริเวณใกล้เคียง ในทางตรงกันข้ามการชักนำเอาสารมลพิษให้ฟุ้งกระจายไปไกลดังเช่น การต่อปล่องควันให้สูงนั้น อาจไม่แก้ปัญหาในระยะยาวแต่กลับสร้างปัญหามลพิษกับสถานที่อื่นซึ่งอยู่ห่างไกลก็เป็นได้
อุณหภูมิของบรรยากาศควบคุมการกระจายตัวของสารมลพิษ ตามปกติอากาศจะเย็นลงเป็นลำดับตามความสูงลักษณะเช่นนี้มักเกิดขึ้นในเวลากลางวัน เมื่อแสงแดดส่องถึงพื้นดินและช่วยพาให้สารมลพิษลอยสูงขึ้น ส่วนในเวลากลางคืนจวบจนรุ่งสางก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนในเวลากลางคืนจวบจนรุ่งสางก่อนพระอาทิตย์ขึ้น พื้นดินจะแผ่รังสีความร้อนที่สะสมไว้ บรรยากาศใกล้พื้นจึงเย็นลงกว่าอากาศข้างบน ลักษณะความผกผันของอุณหภูมิ (inversion) นี้ นอกจากไม่ช่วยให้สารมลพิษกระจายตัวขึ้นสูงแล้ว ยังกลับเก็บกักไว้กับที่หรือกดให้ลอยต่ำลง สภาพภูมิศาสตร์นี้มีความสำคัญต่อมลพิษทางอากาศเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่น นครลอสแองเจลีส ซึ่งมีหุบเขาล้อมรอบและอยู่ประชิดฝั่งทะเล มลพิษซึ่งเกิดจากการจราจรไม่สามารถกระจายพ้นออกจากหุบเขาได้ เพราะลมบกอ่อนแรงกว่าลมทะเล และลมจากพื้นราบสู่ภูเขาอ่อนกว่าลมจากภูเขาสู่พื้นราบ จึงเกิดการเก็บกักสารมลพิษไว้ในแอ่งจนเป็นอันตรายต่อชาวเมือง
ตัวอย่างเหล่านี้แสดงถึงความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนระหว่างภูมิอากาศกับภูมิประเทศตลอดจนการกระจายตัวของสารมลพิษทางอากาศท้าย ที่สุดอาจร่วมกันส่งเสริมให้เกิดอันตรายร้ายแรงมากยิ่งขึ้นในบางกรณี
มลพิษในอากาศเกิดจากแหล่งกำเนิดแบ่งได้กี่ประเภท มีอะไรบ้าง


มลพิษในอากาศเกิดจากแหล่งกำเนิด 2 ประเภทคือ แหล่งซึ่งเคลื่อนที่ได้กับแหล่งซึ่งเคลื่อนที่ไม่ได้ ตามปกติยานยนต์ทำให้เกิดมลพิษขณะเคลื่อนที่ จึงจัดรวมเป็นประเภทแรก เช่น รพยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง เครื่องบิน รถไฟ เรือหางยาว และ เรือยนต์ต่างๆ ส่วนประเภทที่สอง ได้แก่ การอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งโรงจักรไฟฟ้า ฯลฯ แหล่งเหล่านี้ระบายสารพิษออกสู่บรรยากาศขณะอยู่กับที่
ยานยนต์ทำให้เกิดมลพิษจากการสันดาปเชื้อเพลิงภายในเครื่องยนต์เป็นหลัก แต่เชื้อเพลิงอาจรั่วไหลก่อนการสันดาปจากถังน้ำมัน ท่อส่งและรูในคาร์บูเรเตอร์ ฯลฯ จึงเกิดมลพิษได้อีกเช่นกัน ในการอุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าจากโรงจักร หรือความร้อนจากหม้อน้ำภายในโรงงาน ดังนั้นจึงเกิดมลพิษจากการสันดาปเพื่อผลิตพลังงานควบคู่ไปกับส่วนที่เกิดจากกระบวนการต่างๆ เพื่อผลิตสินค้า
ในเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และนครราชสีมา เป็นต้น มักมีการจราจรติดขัดอยู่เนืองๆ จะสังเกตเห็นฝุ่นฟุ้ง บางครั้งละอองเหล่านี้จับตัวเป็นกลุ่มควันลอยหนาตา ประกอบกับมีรายงานยืนยันว่า มีฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอยู่มากมายและมีแนวโน้มสูงขึ้นชัดเจนจึงสรุปได้ว่าในเมืองใหญ่ๆ นั้น
ก. รถยนต์ทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง และสารมลพิษสำคัญเหล่านี้คือ ฝุ่นละออง คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และตะกั่ว เป็นต้น
ข. จะมีมลพิษทางอากาศมากขึ้นอีกในอนาคต
ค. ควรควบคุมและแก้ไขปัญหาโดยด่วน
เครื่องยนต์สมัยใหม่ไม่มีรูระบายให้ก๊าซออก และนำไปใส่ในลูกสูบเพื่อะไร

เครื่องยนต์สมัยใหม่ไม่มีรูระบายให้ก๊าซออก ตรงกันข้ามกลับนำกลับเข้าไปในลูกสูบในภายหลังเพื่อประโยชน์ 2 ประการ คือ
ก. เผาไหม้เชื้อเพลิงที่ตกค้างจนเกิดการสันดาปสมบูรณ์ก่อนระบายออกสู่บรรยากาศ
ข. ลดอุณหภูมิในการจุดระเบิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดก๊าซไนทริกออกไซด์ โดยเฉพาะในกรณีของรถดีเซล ไอน้ำมันนอกจากจะออกจากเครื่องยนต์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว น้ำมันหรือไฮโดรคาร์บอนจะระเหยออกจากถังน้ำมันเป็นประจำ
ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุมมิให้น้ำมันระเหยทั้งในเวลาเดินเครื่องหรือดับเครื่อง หลักการที่นิยมใช้กัน คือ
ก. ออกแบบถังน้ำมันมีฝาปิดสนิท
ข. ถังน้ำมันกินพื้นที่น้อย ผิวระเหยจึงมีจำกัด
ค. มีช่องว่างเหลือในถังเพื่อให้น้ำมันได้ขยายตัวเมื่อร้อน
ง. ติดระบบเก็บกักไอน้ำมันที่ระเหยออกจากถังน้ำมัน
จ. นำไอน้ำมันที่จับไว้ ป้อนเข้าเครื่องยนต์ในอัตราพอเหมาะ
ฉ. เปลี่ยนส่วนผสมน้ำมันให้ระเหยได้น้อยละ
หลักของการลดก๊าซไนโตรเจนออกไซค์ คืออะไร
เครื่องยนต์เผาไหม้เชื้อเพลิงที่อุณหภูมิสูงและมีอากาศมากพอควร จึงเกิดก๊าซไนทริกออกไซด์ การลดสารมลพิษนี้จึงมีหลักการ 2 อย่าง คือ
ก.หมุนเวียนไอเสียกลับเข้าไปเผาไหม้ใหม่ ดังที่ได้อธิบายไว้ในตอนต้น ไอเสียจะช่วยลดอุณหภูมิลง
ข.เพิ่มอากาศในระหว่างการเผาไหม้ จะทำให้ไอน้ำมันเจือจางลงจะเห็นได้ว่าใช้หลักการนี้ลดไฮโดรคาร์บอนและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ด้วย การปรับเครื่องหรือออกแบบเครื่องยนต์ใหม่จึงนิยมใช้แนวทางนี้ เพราะเป็นวิธีที่สามารถลดมลพิษทั้งสามคือ ไฮโดรคาร์บอน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ได้พร้อมกัน แต่มีข้อจำกัดอยู่ว่า หากปรับไอน้ำมันให้เจือจางมากเกินไปนั้น เครื่องยนต์จะเดินสะดุด
ในประเทศไทยเริ่มนิยมใช้ก๊าซหุงต้มหรือก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันเบนซินเชื้อเพลิงในสภาพก๊าซจะสามารถผสมผสานกับอากาศได้ดีกว่า หากก๊าซนั้นมีสิ่งสกปรกเจือปนมาน้อย ย่อมเกิดสารมลพิษน้อยลงตามไปด้วย
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป