ประวัติการเลี้ยงผึ้งโพรงในประเทศไทย

การเลี้ยงผึ้งโพรงในประเทศไทย เชื่อว่ามีมานานนับร้อยปีแล้วในระยะแรกๆ คนเลี้ยงผึ้งใช้โพรงไม้หรือวัสดุที่เป็นโพรงให้ผึ้งเข้าไปทำรังอยู่ ต่อมาจึงมีการพัฒนาใช้หีบไม้ในการเลี้ยงผึ้งโพรง
ปัจจุบันมีการเลี้ยงผึ้งโพรงมากที่สุดที่เกาะสมุย
และภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งส่วนมากนิยมเลี้ยงแบบให้ผึ้งเข้าไปทำรังอยู่ในหีบไม้ตามธรรมชาติไม่มีคอนให้ผึ้งเกาะและเครื่องย้ายไม่ได้ แต่การศึกษาของหน่วยวิจัยชีววิทยาของผึ้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าสามารถนำผึ้งโพรงมาเลี้ยงในรังมาตรฐานแบบเดียวกับผึ้งโพรงฝรั่ง
โดยใช้แผ่นรังเทียมให้ผึ้งสร้างรวงรังเกาะอยู่กับคอนไม้ทำให้เคลื่อนย้ายและสลัดเอาน้ำผึ้งออกจากรวงรังได้ง่ายสามารถเพิ่มจำนวนประชากรผึ้งได้เป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็วการใช้เทคนิคการเพาะผึ้งนางพญาและเปลี่ยนนางพญาใหม่ ทุกๆ ๖ เดือนช่วยลดอัตราการแยกและหนีรังได้ด้วย
มีบันทึกใน พ.ศ.๒๔๘๓ เกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งโพรงฝรั่งครั้งแรก โดยศาสตราจารย์ศุภชัย วานิชวัฒนา ขณะเป็น
อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่ามีการนำผึ้งพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาครั้งแรกเพื่อการศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อมาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ.๒๔๙๖ ศาสตราจารย์หลวงสมานวนกิจอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้สั่งผึ้งจากออสเตรเลียเข้ามาแต่ในระยะแรกๆ การเลี้ยงผึ้งโพรงฝรั่งไม่ประสบความ
สำเร็จเนื่องจากปัญหาศัตรูผึ้งและผู้เลี้ยงขาดความรู้พื้นฐานทางด้านชีววิทยา และการจัดการผึ้งที่เหมาะสม ดังนั้นการเลี้ยงผึ้งในระดับอุตสาหกรรมจึงไม่เกิดขึ้นจนกระทั่วเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๒๐ บริษัทเอกชนได้สั่งผึ้งโพรงฝรั่งมาจากต่างประเทศเพื่อขยายพันธุ์ผึ้ง และผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากผึ้ง จนสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้

ชนิดของผึ้งเลี้ยง
ผึ้งที่เลี้ยงในประเทศไทยมีอยู่ ๒ ชนิด คือ ผึ้งโพรงไทย และผึ้งโพรงฝรั่ง
ผึ้งโพรงไทยเป็นผึ้งพื้นเมืองของประเทศไทย ซึ้งเลี้ยงโดยเกษตรกรในชนบททั่วไป
พบมากในแถบจังหวัดภาคใต้ เช่น ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ที่เกาะสมุยนิยมเลี้ยงผึ้งโพรงมากที่สุด ส่วนใหญ่ใช้วิธีสร้างหีบเลี้ยงง่ายๆ คอยดักหรือย้ายรังผึ้งจากโพรงไม้ในธรรมชาติลงในหีบเลี้ยงและคอยเวลาเก็บน้ำผึ้งในฤดูดอกไม้บาน ดังนั้นการเลี้ยงผึ้งโพรงไทยจึงเริ่มเลี้ยงได้ง่ายและลงทุนน้อยกว่าผึ้งโพรงฝรั่ง เหมาะสำหรับการเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมในระดับครอบครัว หรือเป็นงานอดิเรกผึ้งโพรงไทยสามารถผลิตน้ำผึ้งได้ประมาณ ๕-๒๐ กิโลกรัมต่อรังต่อปี
ผึ้งโพรงไทยเป็นผึ้งที่มีขนาดลำตัวยาว ๑๑-๑๒ มิลลิเมตร มีขนาดลำตัวใหญ่กว่าผึ้งมิ้ม แต่เล็กกว่าผึ้งโพรงฝรั่ง มีพฤติกรรมสร้างรังตามโพรงไม้ภายในหลังคาบ้าน และบริเวณที่มิดชิดภายในเป็นโพรง มีรูเข้าออกเป็นช่องเล็กๆ สร้างรวงรังซ้อมกันหลายชั้นเก็บน้ำผึ้งได้เป็นจำนวนมาก มีนิสัยไม่ดุร้าย
สามารถนำมาเลี้ยงได้ แต่ผึ้งโพรงมีพฤติกรรมแยกรังบ่อยครั้ง ถ้าขาดแคลนอาหารและมีศัตรูรบกวนมักจะทิ้งรังไปเลย อย่างไรก็ตามพบว่ามีวิธีการควบคุมการแยกรังและทิ้งรังของผึ้งโพรงไทยได้
ผึ้งโพรงฝรั่งเป็นผึ้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกันมากในจังหวัดภาคเหนือคือ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย
ผึ้งโพรงฝรั่งมีประชากรผึ้งงานในรังมากกว่าผึ้งโพรงไทยคือ ผึ่งโพรงฝรั่งมีประมาณ ๔๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ ตัวต่อรัง แต่ผึ้งโพรงไทยมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐ ตัวเท่านั้น ดังนั้นผึ้งโพรงฝรั่งจึงสามารถหาน้ำผึ้งและสะสมน้ำผึ้งได้มากกว่าผึ้งโพรงไทย จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงเพื่อการค้าในระดับอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีการเลี้ยงผึ้งโพรงฝรั่งกันมากกว่า ๕๐,๐๐๐ รัง ผู้เลี้ยงผึ้งแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ
๑) เลี้ยงเป็นงานอดิเรกและอาชีพเสริม ๑-๕๐ รัง
๒) เลี้ยงเป็นการค้าในระดับครอบครัว ๕๐-๒๐๐ รัง
๓) เลี้ยงในระดับอุตสาหกรรมการเกษตร ๒๐๐-๒,๐๐๐ รัง ผึ้งโพรงฝรั่งสามารถผลิตน้ำผึ้งได้มากถึง ๒๐-๑๐๐ กิโลกรัมต่อรังต่อปี
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป