สมุนไพรอะไรบ้างที่ควรนำมาใช้รักษาขั้นพื้นฐาน
กระชาย กระวาน กระเทียม กระเพรา
กานพลู กล้วยน้ำว้า ขิง ขมิ้น
ข่า ขี้เหล็ก ชุมเห็ดเทศ ชุมเห็ดไทย
ดีปลี ตะไคร้
กระชาย


[ขยายดูภาพใหญ่]

กระชาย ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ กะแอน ระแอน (เหนือ) ขิงทราย (มหาสารคาม จี๊ปู่ ซีพู (เงี้ยว แม่ฮ่องสอน) เป๊าซอเราะ เป๊าะสี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านพระอาทิตย์ (กรงเทพฯ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โบเซน เบอร์เกีย โรทุนดา (บินเนียส) แมนสฟิลด์ (Boesenbergia rotunda (Linnaeus) Mansfild)

สรรพคุณและวิธีใช้ นำเหง้าแห้งประมาณครึ่งกำมือ ต้มเอาน้ำดื่มแก้ท้องอืดเฟ้อ
กระวาน


[ขยายดูภาพใหญ่]

กระวาน ชื่อพื้นเมืองได้แก่ กระวานขาว (กลาง) กระวานโพธิสัตว์ กระวานจันทร์ กระวานดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อะโมมุม เครอร์วานห์ปีแอร์ (Amomum Krervanh Pierre)
สรรพคุณและวิธีใช้ เอาผลแก่จัด ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ขนาดครั้งละหนึ่งช้อนชาครึ่งถึงสามช้อนชา ชงกับน้ำอุ่น เอาน้ำดื่มเพื่อรักษาอาการท้องอืด แน่น เฟ้อ
กระเทียม

[ขยายดูภาพใหญ่]
กระเทียม ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ หอมเทียม (เหนือ) เทียม หัวเทียม (ใต้) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าอัลลิอุม ซาติอุม ลินเนียส (Allium Sativum Linnaeus)
สรรพคุณและวิธีใช้
  1. นำใบมีดสะอาดขูดผิวหนังส่วนที่เป็นเกลื้อน และฝานหัวกระเทียมทาถูลงไป ทำอย่างนี้เช้า-เย็น ติดต่อกันประมาร 10 วัน
  2. ฝานหัวกระเทียมทาบริเวณที่เป็นกลากเช่นเดียวกับข้อ 1
  3. ปอกหัวกระเทียมเอาเฉพาะเนื้อใน 5 กลีบ หั่นซอยให้ละเอียดกินหลังอาหารทุกมื้อสำหรับรักษาอาการจุกเสียด แน่น อืดเฟ้อ
กะเพรา


[ขยายดูภาพใหญ่]

กะเพรา ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ กอมก้อ กอมก้อดง (เชียงใหม่) กะเพราขาว กะเพราะแดง (กลาง) ห่อกวอซู ห่อตุปลู (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) อิ่มคิมหลำ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โอซิมุม ซังก์ตุม ลินเนียส (Ocimum sanctum Linnae us)

สรรพคุณและวิธีใช้ ใช้ใบและยอด 1 กำมืด (น้ำหนักสดประมาณ 25 กรัม แห้งประมาณ 4 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม สำหรับรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้อง เหมาะสำหรับเด็ก หรือใช้ใบสด 3 ใบ ผสมเกลือพอสมควร บดให้ละเอียดละลายในน้ำสุกหรือน้ำผึ้ง หยอดใ ห้เด็กอ่อนที่คลอดได้ราวๆ 2-3 วันกินเป็นยาขับลม
กานพลู


[ขยายดูภาพใหญ่]

กานพลู ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ จันจี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ยูจีเนีย คาริโอฟิลลุส (สเปรงเกล) บุลล็อค และแฮอร์ริสัน (Eugenia caryophyllus (sprengel)Bullock et Harrison)

สรรพคุณและวิธีใช้
1. ใช้ดอกแห้ง (เป็นส่วนของผลแต่เรียกทั่วไปว่าดอก) 5-8 ดอก (0.12-0.6 กรัม) ต้มหรือบดเป็นผงกินรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อและปวดท้อง
2. ใช้ดอกแห้ง 3 ดอก ทุบแล้วแช่ในน้ำเดือด 1 ขวดเหล้า ใช้น้ำนี้ชงนมให้เด็กกิน จะช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องขึ้น ท้องเฟ้อ
3. ใช้ดอกแห้งตำพอแหลกผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อยเพียงให้แฉะ แล้วใช้สำลีจิ้มอุดฟันที่ปวด จะบรรเทาอาการปวดฟัน
กล้วยน้ำว้า


[ขยายดูภาพใหญ่]

กล้วยน้ำว้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า มูซา (เอบีบีกรุ๊พ) "น้ำว้า" (Musa (ABB group)"Nam Wa")

สรรพคุณและวิธีใช้
1. หั่นผลกล้วยดิบ เป็นชิ้นบาง ๆ ผึ่งแดดให้แห้ง และบดให้ละเอียดจนเป็นแป้งใส่ขวดโหลไว้ เวลาปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะอาหารเอาผงกล้วยน้ำว้า 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในด้วยและเติมน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะผสมและคนให้ทั่ว กินวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
2. ใช้เนื้อกล้วยห่ามกินสด หรือใช้ผงกล้วยน้ำว้าดิบกินรักษาอาการท้องเดิน
ขิง


[ขยายดูภาพใหญ่]

ขิง ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ ขิงแกลง ขิงแดง (จันทบุรี) ขิงเผือก (เชียงใหม่) สะเอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ซิงจอเบอร์ออฟฟิซินาเล รอสโค (Zingiber officinale Roscoe)

สรรพคุณและวิธีใช้
1. ใช้เหง้าสดขนาดเท่าหัวแม่มือ ทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่มรักษาอาการท้องอืด จุกเสียด ปวดท้องและคลื่นไส้อาเจียน
2. ฝนเหง้ากับน้ำมะนาว ผสมเกลือเล็กน้อยใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ ระงับอาการไอและขับเสมหะ
ขมิ้น


[ขยายดูภาพใหญ่]

ขมิ้น ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ ขมิ้นแกง ขมิ้น หยอก ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขมิ้นชัน (กลาง) ขี้มิ้น (ใต้) ตายอ (กะเหรี่ยง-กำแพงเพชร) สะยอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มีชื่อวิทยาศาสตร์วา เคอร์คูมา ลองกา ลินเนียส (Curcuma longa Linnaeus)

สรรพคุณและวิธีใช้
1. นำผงเหง้าขมิ้นผสมกับน้ำฝน คนให้เข้ากันใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนเช้าเย็น
2. เมื่อถูกยุงกัด จะรู้สึกคันและมีตุ่มขึ้นบริเวณที่ถูกยุงกัด ให้นำเหง้าขมิ้นมาขูดเอาเนื้อขมิ้นทาบริเวณที่ถูกกัด จะทำให้หายคันและตุ่มจะยุบหายไป
3. เอาผงเหง้าขมิ้นมาละลายน้ำ ใช้ทาบริเวณที่ถูกยุงกัดบ่อยๆ
4. ผสมผงเหง้าขมิ้นกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน กินครั้งละ 3-5 เม็ด วันละ 4 ครั้งหลังอาหาร และก่อนนอน เพื่อรักษาอาการท้องอืด เฟ้อ อาหารไม่ย่อย และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
5. นำเหง้าขมิ้นขนาดพอสมควรมาล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ เจือน้ำสุกเท่าตัว กินครั้งละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครัง อาจเติมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้กินได้ง่ายขึ้น ใช้รักษาอาการท้องร่วง
6. ผสมผงเหง้าขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อย ๆ จนน้ำมันกลายเป็นสีเหลืองใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผล หรือจะใช้ขมิ้นที่ล้างให้สะอาดแล้วมาตำจนละเอียด คั้นเอาน้ำใส่แผลสดก็ได้
ข่า


[ขยายดูภาพใหญ่]

ข่า ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ กฏกกโรหินี (กลาง) ข่าหยวก ข่าหลวง (เหนือ) เสะเออเคย สะเอเชย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ลังกูลัส กาลังกา (ลินเนียส) สตุนซ์ (Languas galanga (Linnaeus) Stuntz)

สรรพคุณและวิธีใช้
1. ใช้เหง้าขนาดเท่าหัวแม่มือ (ถ้าเป็นเหง้าสดจะหนักประมาร 5 กรัม ถ้าแห้งหนักประมาณ 2 กรัม) ทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่ม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อและปวดท้อง
2. เอาเหง้าข่าแก่ ๆ มาล้างให้สะอาด ฝานเป็นแว่นบาง ๆ หรือทุบพอแตก นำไปแช่ในเหล้าโรง ทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน ทำความสะอาดขัดถูผิวหนัง บริเวณที่เป็นกลากหรือเกลื้อนจนแดงและแสบเล็กน้อย แล้วเอาข่าที่แช่ไว้มาทาบริเวณนั้น จะรู้สึกแสบ ๆ เย็น ๆ ให้ทาเช้าและเย็น หลังอาบน้ำทุกวันติดกันประมาณ 2 สัปดาห์ กลากเกลื้อนจะหายไป เมื่อหายแล้วควรทาต่อไปอีก 1 สัปดาห์ และต้มเสื้อผ้าทุกชิ้นเพื่อให้หายขาด
ขี้เหล็ก


[ขยายดูภาพใหญ่]

ขี้เหล็ก ชื่อพื้นบ้าน ได้แก่ ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี) ขี้เหล็กบ้าน (ลำปาง,สุราษฎร์ธานี) ขี้เหล็กหลวง (เหนือ) ขี้เหล็กใหญ่ (กลาง) ผักจี้ลี้ (ชาน-แม่ฮ่องสอน) แมะขี้เหละพะโดะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ยะหา (มาเลย์-ปัตตานี) มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า คัสเซีย ไซแอเมีย ลามาร์ค (Cassia siamea Lamarck)

สรรพคุณและวิธีใช้
1. ใช้ใบขี้เหล็ก 4-5 กำมือ ต้มเอาแต่น้ำดื่มก่อนอาหาร รักษาอาการท้องผูก
2. ใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน รักษาอาการนอนไม่หลับ
ชุมเห็ดเทศ

[ขยายดูภาพใหญ่]
ชุมเห็ดเทศ ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ ขี้คาก ลับมืนหลวง หมากกะลิงเทศ (เหนือ) ชุมเห็ดใหญ่ (กลาง) ตะสีพอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คัสเซีย อะลาตา ลินเนียส (Cassia alata Linnaeus)

สรรพคุณและวิธีใช้
1. ใช้ช่อดอก 2-3 ช่อ ต้มกินกับน้ำพริกเพื่อระบายท้อง
2. ใช้ใบเพสลาดสด 8-12 ใบ ผึ่งแดด จนแห้ง แล้วป่นให้เป็นผงชงกับน้ำเดือด รินน้ำดื่มเพื่อระบายท้อง
3. นำใบเพสลาดมาตำให้ละเอียด ใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากหรือเป็นสังคัง
ชุมเห็ดไทย

[ขยายดูภาพใหญ่]
ชุมเห็ดไทย ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ ชุมเห็ดควาย ชุมเห็ดนา ชุมเห็ดเล็ก (กลาง) กิเกีย หน่อปะหน่าเหน่อ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) พรมดาน (สุโขทัย) ลับมืนน้อย (เหนือ) หญ้าลึกลืน (ปราจีนบุรี) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คัสเซย ทอรา ลินเนียส (Cassia tora Linnaeus)

สรรพคุณและวิธีใช้ ใช้เมล็ดแห้งที่คั่วแล้ว 2-2 1/2 ช้อนโต๊ะ ต้มหรือชงน้ำร้อนดื่ม แก้อาการท้องผูก
ดีปลี


[ขยายดูภาพใหญ่]

ดีปลี ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ ดีปลีเชือก (ใต้) ประดงข้อ ปานนุ (กลาง) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ปีเปอร์ เรโตรฟรักตุม วาห์ล (Piperretrofractum Vahi)

สรรพคุณและวิธีใช้ ใช้ผลแก่แห้ง 1 กำมือหรือประมาณ 10-15 ดอก ต้มเอาน้ำดื่ม แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ตะไคร้


[ขยายดูภาพใหญ่]

ตะไคร้ ชื่อพื้นเมือง ได้แก่ คาหอม (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ไคร (ใต้) จะไคร (เหนือ) หัวสิงไค (เขมร-ปราจีนบุรี) เซิดเกรย เหลอะเกรย (เขมร-สุรินทร์) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ซิมโบโพกอน ซิตราตุส (เดอ แคนโดล) สตัปฟ์ (Cymbopogon citratus (De Candolle)Stapf)

สรรพคุณและวิธีใช้ นำตะไคร้ทั้งต้นและรากมา 5 ต้น สับให้เป็นท่อน ต้มกับน้ำ 3 ส่วนและเกลือเล็กน้อย ต้มให้เหลือ 1 ส่วน กินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน ติดต่อกัน 3 วัน สำหรับรักษาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียดในท้อง
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป