วิธีปรุงอาหารไทยมีอะไรบ้าง
การทำอาหารหวานมีการเสริมรสให้เด่นขึ้นได้อย่างไร
ส่วนต่างๆ ของผักที่ใช้เป็นอาหารได้แก่อะไรบ้าง
อาหารตามฤดูกาลคืออะไร
วิธีปรุงอาหารไทยมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

อาหารไทยปรุงได้หลายวิธีแต่ละวิธีของการปรุงให้รสชาติและลักษณะแตกต่างกัน ได้แก่
๑. การตำ หมายถึง การนำอาหารอย่างหนึ่งอย่างใด หรือหลายๆ อย่างมารวมกัน แล้วตำเข้าด้วยกันบางอย่างอาจตำเพื่อนำไปประกอบอาหารและบางอย่างตำเป็นอาหาร เช่น ปลาป่น กุ้งป่น น้ำพริกสด น้ำพริกแห้ง น้ำพริกเผา พริกกับเกลือ ส้มตำ
๒. การยำ หมายถึง การนำผักต่างๆ เนื้อสัตว์และน้ำปรุงรสมาเคล้าเข้าด้วยกันเผาๆ จนให้รสซึมซาบเสมอกัน ยำของไทยมีรสหลักอยู่ 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน สำหรับน้ำปรุงรสจะราดก่อนเวลารับประทานเล็กน้อยทั้งนี้เพื่อให้ยำมีรสชาติดี ตัวอย่างอาหารประเภทยำคือ ยำผัก เช่น ยำผักกระเฉด ยำถั่วพู ยำเกสรชมพู่ ฯลฯ ยำเนื้อสัตว์ เช่น ยำเนื้อต่าง ยำไส้กรอก ยำหมูยอ ฯลฯ
๓. การแกง หมายถึง อาหารน้ำซึ่งใช้เครื่องปรุงโขลกละเอียดนำมาละลายกับน้ำหรือน้ำกะทิให้เป็นน้ำแกง มีเนื้อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งผสมกับผักด้วย
๔. การหลน หมายถึง การทำอาหารให้สุกด้วยการใช้กะทิข้นๆ มี 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน ลักษณะน้ำน้อย ข้น รับประทานกับผักสด เพราะเป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้ม ตัวอย่างอาหาร เช่น หลนเต้าเจี้ยว หลนปลาร้า หลนเต้าหู้ยี้ ฯลฯ
๕. การปิ้ง หมายถึง การทำอาหารให้สุกโดยวางของสิ่งนั้นไว้เหนือไฟไม่สู้แรงนัก การปิ้งต้องปิ้งให้ผิวสุกเกรียมหรือกรอบ เช่น การปิ้งข้าวตัวการปิ้งกล้วย การปิ้งขนมหม้อแกง (ตามแบบสมัยโบราณปิ้งด้วยเตาถ่าน มิได้ใช้เตาอบเหมือนปัจจุบัน)
๖. การย่าง หมายถึง การทำอาหารให้สุก โดยวางอาหารไว้เหนือไฟอ่อนๆ หมั่นกลับไปกลับมา จนข้างในสุกและข้างนอกอ่อนนุ่มหรือแห้งกรอบต้องใช้เวลานานพอสมควร จึงจะได้อาหาร ที่มีลักษณะรสชาติดี เช่น การย่างปลา ย่างเนื้อสัตว์ต่างๆ
๗. การต้ม หมายถึง การนำอาหารที่ต้องการต้มใส่หม้อพร้อมกับน้ำตั้งไฟให้เดือดจนกว่าจะสุก ใช้เวลาตามชนิดของอาหารนั้นๆ เช่น การต้มไข่ ต้มผัก ต้มเนื้อสัตว์ ฯลฯ
๘. การกวน หมายถึง การนำอาหารที่มีลักษณะเป็นของเหลวมารวมกัน ตั้งไฟแรงปานกลางใช้เครื่องมือชนิดใดชนิดหนึ่งคนให้เร็วและแรงจนทั่วกัน คือข้นและเหนียว ใช้มือแตะอาหารไม่ติดมือ เช่น การกวนกาละแม ขนมเปียกปูน ตะโก้ ถั่วกวน ฯลฯ
๙. จี่ หมายถึง การทำอาหารให้สุกด้วยน้ำมัน โดยการทาน้ำมันน้อยๆ พอให้ทั่วกระทะแล้วตักอาหารใส่ กลับไปกลับมาจนสุกตามต้องการ เช่น การทำขนมแป้งจี่ ขนมบ้าบิ่น เป็นต้น
๑๐. หลาม หมายถึง การทำอาหารให้สุกในกระบอกไม้ไผ่โดยใช้ไม้ไผ่สดๆ ตัดให้มีข้อติดอยู่ข้างหนึ่ง แล้วบรรจุอาหารที่ต้องการหลามในกระบอกไม้ไผ่นั้น ก่อนหลามต้องใช้กาบมะพร้าวห่อใบตองอุดปากกระบอกเสียก่อนแล้วนำไปเผาจนสุก เช่น การหลามข้าวหลาม ฯลฯ
การทำอาหารหวานมีการเสริมรสให้เด่นขึ้นได้อย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การทำอาหารหวาน มีการเสริมรสให้เด่นขึ้น โดยนำไปอบให้หอม การอบอาหารให้หอมมี 2 วิธี คือ การอบแห้ง และการอบน้ำ
๑. การอบแห้ง ได้แก่ การนำดอกมะลิสด กุกลาบสด หรือดอกกระดังงาลนไฟใส่ลงในภาชนะที่บรรจุขนมที่ทำสุกแล้ว ปิดฝาให้สนิทหรืออบด้วยควันเทียน โดยจุดเทียนอบให้ติดสักครู่แล้วดับเทียน เทียนที่ดับแล้วจะมีควันคลุ้งอยู่นำเทียนที่ควันคลุ้งใส่ลงในภาชนะที่บรรจุขนม อบไว้ 1 คืน ขนมที่นิยมอบด้วยดอกไม้สดหรือควันเทียน ได้แก่ ขนมกลีบลำดวน ข้าวตูเป็นต้น
๒. การอบน้ำ ต้องใช้น้ำสะอาดใส่ลงในภาชนะ นำดอกมะลิหรือกุลาบสด ใส่ลงไปให้มีท่าว่างพอสมควร ปิดฝาทิ้งไว้ 1 คืน รุ่งเช้าจึงหยิบดอกไม้ออก น้ำที่อบใช้ทำขนมต่าง ๆ ได้แก่ ถั่วกวน ขนมชั้น หรือน้ำเชื่อม ทำให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน
พืชบางชนิด เช่น ใบเตย ดอกอัญชันเปลือกมะพร้าวเผา เป็นต้น สามารถนำมาคั้นหรือแช่น้ำใช้ใส่ขนม เพื่อช่วยให้มีสีสวยงามและมีกลิ่นหอม นอกจากนี้ ยังมีสิ่งสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสวยงาม ทำให้อาหารมีรูปทรงน่ารับประทานยิ่งขึ้น สิ่งนั้นคือ น้ำปูนใส
ส่วนต่างๆ ของผักที่ใช้เป็นอาหารได้แก่อะไรบ้าง

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ส่วนต่างๆ ของผักที่ใช้เป็นอาหาร ได้แก่
ใบ เช่น ใบยอ ใบชะมวง ใบย่านาง ใบบัวบก ใบสะระแหน่ ใบกะเพรา ใบแมงลัก ใบโหระพา ฯลฯ
ราก หัว เหง้า เช่น ขิง ข่า กระชาย รากผักชี หัวผักกาด หัวหอม หัวกระเทียม หัวสาคู
เมล็ด เช่น พริกไทย แมงลัก งา ถั่ว ผักชี ฯลฯ
ผล เช่น มะกรูด มะนาว มะระ ส้มซ่า มะอึก มะเขือพวง ฯลฯ
เปลือก เช่น อบเชย ฯลฯ
ดอก เช่น ดอกขจร ดอกแค ดอกโสน
ลำต้น เช่น บอน คูน (พืชหัวชนิดหนึ่งคล้ายเผือก ก้านใบและแผ่นใบสีเขียวอ่อน มีนวล ก้านใบใช้เป็นผักได้) ฯลฯ
อาหารตามฤดูกาลคืออะไร

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
อาหารตามฤดูกาล
การที่ประเทศไทยมีฤดูหลายฤดู ทำให้คนไทยคิดปรุงอาหารที่เหมาะสมกับฤดูกาลขึ้น เช่นในฤดูร้อนคนไทยจะนิยมรับประทานข้าวแช่คือ ข้าวขัดใส่น้ำลอยดอกไม้ ปัจจุบันจะใส่น้ำแข็งด้วย ทำให้รู้สึกหายร้อน ข้าวแช่รับประทานกับอาหารที่จัดปรุงเป็นพิเศษ มีเนื้อผัดหวาน กะปิดทอด หัวผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาช่อนแห้งหรือปลายี่สกผัดหวาน พริกหยวกยัดไส้ หอมสอดไส้ รับประทานแนมกับผักสดซึ่งสลักสวยงาม มีแตงกวา กระชาย มะม่วง พริกชี้ฟ้า ต้นหอม ข้าวแช่จะจัดใส่ภาชนะจากเชิงสวยงาม นอกจากมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังเหมาะกับดินฟ้าอากาศอีกด้วย
ระหว่างฤดูฝนซึ่งยาวนานถึง 6 เดือน คนไทยจะทำอาหารไว้รับประทานในบ้าน ทั้งนี้เนื่องจากฝนตกติดกันนาน ทำให้การเดินทางไปจ่ายของไม่สะดวก จึงนิยมกวนขนม เช่น ข้าวเหนียวแก้ว กะละแม ข้าวเหนียวแดง หรือมักจะดองผักและผลไม้ไว้รับประทานนานๆ
ฤดูหนาว คนไทยจะรับประทานอาหารที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น เช่น น้ำขิง มันต้มน้ำตาลไข่หวาน ถั่วเขียวต้มน้ำตาล และเมื่อนั่งผิงไฟแก้ความหนาวก็จะเผามัน เผาเผือก ทำขนมเบื้องขนมครก และข้าวเกรียบปากหม้อรับประทานกัน เป็นต้น
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป