คูส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกช่วยทำให้ไร่นาได้รับน้ำอย่างทั่วถึง
คูส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกช่วยทำให้ไร่นาได้รับน้ำอย่างทั่วถึง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรในถิ่นทุรกันดาร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรในถิ่นทุรกันดาร
การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นการจัดหา และนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ในด้านการเกษตร ด้วยวิธีการที่เหมาะสม ที่สำคัญได้แก่ น้ำใช้ เพื่อการเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์

ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรท้องที่ต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประจำทุกปีนั้น ทำให้ทรงทราบถึงสาเหตุแห่งความยากจนของราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการทำมาหากิน ในท้องถิ่นทุรกันดาร หรือตามหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญว่า ราษฎรส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นชาวไร่ชาวนามักประสบปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำ ทั้งน้ำกิน และน้ำใช้ เพื่อการเกษตร จึงไม่สามารถประกอบอาชีพทางการเกษตร ให้ได้ผลตามที่มุ่งหมาย ทำให้ราษฎร ซึ่งตั้งหลักแหล่งอยู่ในท้องถิ่นห่างไกลเหล่านั้น มีแต่ความยากจน และขาดแคลนอาหารสำหรับบริโภค

ด้วยเหตุนี้ ในการเสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมราษฎรตามหมู่บ้านต่างๆ ทุกครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงสอบถามข้อมูลจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จฯ ถึงเรื่องเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ สภาพการทำนา และการเพาะปลูกอย่างอื่น สภาพฝน และแหล่งน้ำธรรมชาติ ในบริเวณนั้น มีเพียงพอใช้ หรือขาดแคลน เป็นประการใดบ้าง เพื่อประกอบพระราชดำริ เมื่อทรงศึกษาข้อมูลจากราษฎรอย่างละเอียดแล้ว ถ้าปรากฏว่า สภาพภูมิประเทศ และแหล่งน้ำธรรมชาติของบริเวณหมู่บ้าน และตำบลใด พอมีลู่ทางก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรที่เหมาะสมขึ้นได้ ก็จะพระราชทานแนวพระราชดำริ กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ให้นำไปพิจารณาความเหมาะสม ก่อนวางโครงการ ในขั้นรายละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ จนถึงการก่อสร้างต่อไป
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทอดพระเนตรแหล่งน้ำและทรงซักถามข้อมูลจากราษฎร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทอดพระเนตรแหล่งน้ำและทรงซักถามข้อมูลจากราษฎร

คลองส่งน้ำรับน้ำไปสู่พื้นที่เพาะปลูก
คลองส่งน้ำรับน้ำไปสู่พื้นที่เพาะปลูก

บึง แหล่งน้ำธรรมชาติในชนบทที่ปรับปรุงให้สามารถเก็บน้ำได้มาก
บึง แหล่งน้ำธรรมชาติในชนบทที่ปรับปรุงให้สามารถเก็บน้ำได้มาก

ฝายทดน้ำ ช่วยทดน้ำที่ไหลมาให้มีระดับสูง แล้วส่งเข้าคลองส่งน้ำ
ฝายทดน้ำ ช่วยทดน้ำที่ไหลมาให้มีระดับสูง แล้วส่งเข้าคลองส่งน้ำ
ประเภทของงานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

งานพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตร ที่นิยมก่อสร้างกันทั่วไปมีหลายประเภท ได้แก่ งานอ่างเก็บน้ำ งานสระเก็บน้ำ งานขุดลอกหนองและบึง งานฝายทดน้ำ งานคลองส่งน้ำ และงานสูบน้ำ โดยมีรายละเอียดงานแต่ละประเภท ดังนี้

๑. งานอ่างเก็บน้ำ

อ่างเก็บน้ำ คือ บริเวณ หรือแหล่งเก็บน้ำที่ไหลมาตามร่องน้ำ หรือลำน้ำธรรมชาติ โดยการสร้างเขื่อนปิดกั้นระหว่างหุบเขา หรือเนินสูง เพื่อเก็บกักน้ำรวมไว้ในระหว่างหุบเขา หรือเนินสูงนั้น จนเกิดเป็นแหล่งเก็บน้ำที่มีขนาดต่างๆ กัน โดยเรียกเขื่อนกั้นน้ำนี้ว่า "เขื่อนเก็บกักน้ำ"

๒. งานสระเก็บน้ำ

สระเก็บน้ำ คือ แหล่งเก็บขังน้ำฝน น้ำท่า หรือน้ำที่ไหลออกมาจากดิน ด้วยการขุดดินให้เป็นสระสำหรับเก็บขังน้ำ โดยมีขนาดความยาว ความกว้าง และความลึกของสระ ตามจำนวนน้ำที่ต้องการจะเก็บไว้ใช้งาน

๓. งานขุดลอกหนองและบึง

เป็นงานขุดลอกดินในหนองและบึงธรรมชาติที่ตื้นเขิน ให้มีความลึกจนสามารถเก็บน้ำได้เพิ่มมากขึ้น

๔. งานฝายทดน้ำ

เป็นงานก่อสร้างฝาย ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างปิดขวางทางน้ำไหล เพื่อทดน้ำที่ไหลมาให้มีระดับสูง จนสามารถผันเข้าไปตามคลองหรือคูส่งน้ำ ให้กับพื้นที่เพาะปลูกตามบริเวณสองฝั่งลำน้ำ ส่วนน้ำที่เหลือจะไหลล้นข้ามสันฝายไปเอง

๕. งานคลองส่งน้ำ

คลองส่งน้ำคือ ทางน้ำที่ขุดหรือก่อสร้างขึ้น เพื่อนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จากอ่างเก็บน้ำ และจากแหล่งน้ำด้านหน้าฝาย หรือหน้าเขื่อนระบายน้ำ แจกไปให้พื้นที่เพาะปลูก หรือบริเวณที่ต้องการน้ำ คลองส่งน้ำทุกสายจะมีแนวไปตามบริเวณที่สูง ซึ่งสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ที่ต้องการน้ำทั้งหมดได้ โดยคลองที่สร้างจะมีขนาดและสัดส่วนพื้นที่รูปตัดขวางของตัวคลอง โตพอที่จะส่งน้ำในปริมาณที่ต้องการ และมีระดับน้ำในคลองสูง เพื่อการส่งออกไปยังบริเวณที่ต้องการน้ำได้อย่างสะดวก นอกจากนั้น บริเวณคลองส่งน้ำทุกสาย จะต้องสร้างอาคารประเภทต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อใช้ควบคุม และบังคับน้ำให้สามารถส่งไปตามคลอง จนถึงพื้นที่ทุกแห่งที่ต้องการ

๖. งานสูบน้ำ

เป็นงานสูบน้ำจากแหล่งน้ำ ให้สูงขึ้นถึงระดับพื้นดิน ที่สามารถส่งน้ำต่อไปตามคลองส่งน้ำ ให้กับพื้นที่เพาะปลูก แหล่งน้ำดังกล่าวอาจเป็นแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง และอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจะต้องมีน้ำเพียงพอให้สูบไปใช้งานได้ ในเวลาที่ต้องการ
อ่างเก็บน้ำ สามารถเก็บน้ำจำนวนมากเพื่อใช้ในการเกษตร
อ่างเก็บน้ำ สามารถเก็บน้ำจำนวนมากเพื่อใช้ในการเกษตร

ท่อส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก
ท่อส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก

การพัฒนาแหล่งน้ำช่วยให้สัตว์เลี้ยงไม่ขาดแคลนน้ำ
การพัฒนาแหล่งน้ำช่วยให้สัตว์เลี้ยงไม่ขาดแคลนน้ำ

ภูมิประเทศบริเวณสร้างเขื่อนดินต้องมีเนินสองฝั่งลำน้ำใกล้กัน
ภูมิประเทศบริเวณสร้างเขื่อนดินต้องมีเนินสองฝั่งลำน้ำใกล้กัน
การเลือกประเภทงานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

ในการเลือกประเภทงานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ต้องมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการใช้น้ำ ศึกษาสภาพแหล่งน้ำธรรมชาติ และตรวจสอบภูมิประเทศ ในบริเวณที่จะก่อสร้างงานพัฒนาแหล่งน้ำให้ถูกต้อง ตามหลักวิชาการก่อนเสมอ เพื่อประกอบการพิจารณาว่า สมควรเลือกสร้างงานพัฒนาแหล่งน้ำประเภทใด จึงจะมีความเหมาะสม และได้ประโยชน์ตามที่ต้องการ

๑. ความต้องการใช้น้ำ

ประกอบด้วย

๑.๑ ความต้องการน้ำเพื่อการเพาะปลูก

เป็นปริมาณน้ำที่พืชต้องการ เพื่อการเจริญ เติบโต โดยพื้นที่เพาะปลูก อาจได้รับน้ำดังกล่าวจากน้ำฝน ได้จากฝนรวมกับน้ำที่จัดหามาเพิ่มเติม จากงานพัฒนาแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น หรือใช้แต่น้ำ ที่ได้มาจากงานพัฒนาแหล่งน้ำ ที่สร้างขึ้นอย่างเดียว ซึ่งปริมาณดังกล่าวเป็นน้ำ ที่พืชใช้ เพื่อการเจริญเติบโตในแปลงเพาะปลูก รวมกับน้ำที่สูญเสีย เนื่องจากการรั่วซึมลงในดิน และที่ไหลออกจากแปลงปลูกพืชไปตามผิวดินด้วย

๑.๑.๑ ความต้องการน้ำในนาข้าว


ต้นข้าวในระยะแรกปลูกต้องการน้ำจำนวนไม่มาก และต้องการเพิ่มมากขึ้นๆ จนต้องการน้ำมากที่สุด ในระยะที่ต้นข้าวออกรวง จนถึงระยะที่เมล็ดข้าวเริ่มแก่ จึงระบายน้ำออก การทำนาในประเทศไทย น้ำที่ใช้เพื่อการปลูกข้าว โดยเฉลี่ยตั้งแต่ระยะไถคราด เตรียมแปลง แล้วปล่อยน้ำขังในนาตอนเริ่มปักดำ ถึงระยะเก็บเกี่ยว จะต้องการรวมทั้งหมด เป็นความลึกประมาณ ๑,๓๐๐ มิลลิเมตร

๑.๑.๒ ความต้องการน้ำสำหรับ พืชไร่ ผัก และต้นไม้ผล


พืชไร่ ผัก และต้นไม้ผล มีความต้องการน้ำมากหรือน้อย ในปริมาณ แตกต่างกัน นอกจากนั้น แต่ละช่วงของการเจริญ เติบโตสำหรับพืชต่างๆ ก็ต้องการน้ำในอัตราไม่เท่ากัน นั่นคือ ระยะแรกปลูก พืชมีความต้องการน้ำน้อย และจะต้องการเพิ่มมากขึ้น จนต้องการน้ำมากที่สุด ในระยะที่พืชออกดอก และมีผล จนกระทั่งผลเริ่มแก่เต็มที่ จึงต้องการน้ำน้อยมาก เช่น ผักที่ปลูกในประเทศไทย โดยเฉลี่ยจะต้องการน้ำ รวมตลอดอายุของผัก เป็นความลึกประมาณ ๔๐๐ - ๕๐๐ มิลลิเมตร ส่วนพืชไร่ เช่น ข้าวโพด จะต้องการน้ำรวมตลอดอายุที่ปลูกประมาณ ๓๕๐ - ๔๐๐ มิลลิเมตร ฯลฯ

๑.๒ ความต้องการน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์


ในท้องถิ่นที่สัตว์เลี้ยงขาดแคลนน้ำเป็นประจำ งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ควรพิจารณารวมน้ำสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ด้วย ตามเกณฑ์โดยประมาณคือ วัวและควายต้องการน้ำตัวละประมาณ ๕๐ ลิตรต่อวัน หมูตัวละประมาณ ๒๐ ลิตรต่อวัน และไก่ตัวละประมาณ ๐.๑๕ ลิตรต่อวัน เป็นต้น

๑.๓ ความต้องการน้ำของราษฎรในหมู่บ้าน


หมู่บ้าน และตำบล ซึ่งขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ราษฎรมักขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ที่จะสร้างอยู่ในบริเวณใกล้กับหมู่บ้าน จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราษฎรในชนบท ซึ่งจะมีน้ำ เพื่อการใช้สอยได้ตลอดทั้งปี โดยทั่วไปราษฎรในชนบทที่ขาดแคลนน้ำ จะต้องการน้ำประมาณวันละ ๖๐ ลิตร ต่อคน

๑.๔ ความต้องการน้ำสำหรับเลี้ยงปลา

แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรส่วนใหญ่ใช้เป็นที่เลี้ยงปลาได้ เช่น อ่างเก็บน้ำ สระเก็บน้ำ รวมทั้งหนองและบึง ที่ขุดแล้วมีน้ำตลอดปี ในช่วงปลายฤดูแล้ง หรือก่อนที่จะมีน้ำท่าไหลลงมาให้เก็บกักใหม่ ควรกำหนดให้เหลือน้ำในแหล่งน้ำมีความลึกไม่น้อยกว่า ๑ เมตร เพื่อที่ปลาจะได้มีชีวิต และเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องไปได้ดี

๒. สภาพแหล่งน้ำ


แหล่งน้ำที่เหมาะสม สำหรับงานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรแต่ละประเภท มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

๒.๑ แหล่งน้ำที่ควรสร้างอ่างเก็บน้ำ

เป็นแหล่งน้ำบนผิวดินประเภทลำน้ำ ได้แก่ ลำน้ำ ที่มีน้ำไหลตลอดปี มีน้ำไหลเฉพาะในฤดูฝน หรือลำน้ำ ซึ่งไม่มีน้ำไหลในฤดูแล้ง อ่างเก็บน้ำที่สร้าง จะเก็บน้ำที่ไหลลงมามากตอนช่วงฤดูฝน ให้เป็นแหล่งน้ำสำรอง สำหรับใช้เพื่อการเกษตรได้ ทั้งในฤดูฝน และฤดูแล้ง

๒.๒ แหล่งน้ำที่ควรสร้างสระเก็บน้ำ

เป็นแหล่งน้ำบนผิวดินเช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำ แต่สระเก็บน้ำเป็นงานขนาดเล็ก ซึ่งเก็บน้ำได้น้อย ตามจำนวนดินที่ขุดขึ้นไปจากสระ จึงไม่ต้องการแหล่งน้ำบนผิวดินที่เป็นลำธาร หรือลำห้วย เหมือนกับงานอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำที่ควรเลือกสร้างงานสระเก็บน้ำ ได้แก่ ร่องน้ำขนาดเล็ก บริเวณพื้นที่ลาดเอียง ซึ่งมีน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ พื้นที่ราบ พื้นที่ลุ่ม มีน้ำท่วมเป็นครั้งคราว ตลอดจนพื้นที่บริเวณที่มีระดับน้ำใต้ผิวดินอยู่ตื้น

๒.๓ แหล่งน้ำที่ควรขุดลอก


ได้แก่ หนองและบึง ที่มีสภาพตื้นเขิน จนเก็บขังน้ำตอนช่วงฤดูฝนไว้ได้ไม่มากเท่าที่ควร และเป็นเหตุให้น้ำที่เก็บไว้มีไม่พอใช้ในฤดูแล้ง

๒.๔ แหล่งน้ำที่ควรสร้างฝายทดน้ำ


ได้แก่ ลำน้ำลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดปี หรือเกือบตลอดปี โดยฝายจะมีโอกาสทดและผันน้ำไปใช้ เพื่อเพาะปลูกพืชได้ทุกเวลาที่ต้องการ และเมื่อลำน้ำสายใดไม่มีน้ำไหลตลอดเวลา หรือเกือบทั้งปี ถ้าหากภูมิประเทศไม่สามารถสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำได้แล้ว ที่ลำน้ำดังกล่าวก็ควรพิจารณาสร้างเป็นฝายแทน ซึ่งจะสามารถทดน้ำไปใช้ในการเพาะปลูกได้ ตลอดระยะฤดูฝนที่มีน้ำไหล ส่วนในฤดูแล้ง เมื่อไม่มีน้ำไหล ฝายจะทำหน้าที่เก็บน้ำไว้ในลำน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค หรืออาจแบ่งไปใช้ปลูกพืชผักสวนครัวได้บ้าง

๒.๕ แหล่งน้ำที่ควรสร้างคลองส่งน้ำ


เป็นแหล่งน้ำบนผิวดินประเภทต่างๆ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำถาวรมีน้ำให้ใช้ตลอดปี แหล่งน้ำด้านหน้าฝายและเขื่อนระบายน้ำ และลำน้ำขนาดใหญ่ ที่มีน้ำไหลมามากในฤดูกาลเพาะปลูก จนมีระดับเสมอตลิ่งหรือใกล้เคียงกับตลิ่งทุกปี

๒.๖ แหล่งน้ำที่ควรสูบน้ำไปใช้

ได้แก่ แหล่งน้ำที่มีน้ำตลอดปี หรือมีน้ำให้สูบขึ้นมาใช้ เมื่อต้องการ เช่น อ่างเก็บน้ำ ในกรณีสูบน้ำขึ้น ไปใช้เพาะปลูกในบริเวณของอ่างเก็บน้ำ และ ลำน้ำต่างๆ ซึ่งมีน้ำไหลในฤดูกาลเพาะปลูก เป็นต้น

๓. สภาพภูมิประเทศ


สภาพภูมิประเทศ ของบริเวณที่จะก่อสร้าง งานพัฒนาแหล่งน้ำทุกประเภท มีความสำคัญที่จะต้องพิจารณา พร้อมกับสภาพแหล่งน้ำเสมอ ในบางท้องที่ แม้ว่าแหล่งน้ำจะเอื้ออำนวยให้ทำการพัฒนาได้ ถ้าหากภูมิประเทศไม่เหมาะสม อาจเป็นสาเหตุทำให้เสียค่าก่อสร้างจำนวนมาก จนต้องยกเลิกโครงการ เนื่องจากได้รับประโยชน์ไม่คุ้มกับการลงทุนก็ได้
หลักการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

เนื่องจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ที่มีการดำเนินงาน ตามแผนพัฒนาหลัก และโครงการที่ก่อสร้างตามพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนใหญ่เป็นโครงการประเภทเก็บกักน้ำ และประเภททดน้ำ โดยการสร้างเขื่อนดินสำหรับเก็บกักน้ำ และฝายทดน้ำ พร้อมด้วยงานระบบส่งน้ำ เพื่อการส่งน้ำไปช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก ในเขตโครงการให้ทั่วถึง ดังนั้นหลักการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ในที่นี้จะกล่าวถึงหลักการดำเนินงานทางวิชาการ เกี่ยวกับงานอ่างเก็บน้ำ และงานฝายทดน้ำ เฉพาะสาระสำคัญที่ควรทราบดังนี้

แผนภาพแสดงโค้งความจุของอ่างเก็บน้ำ
แผนภาพแสดงโค้งความจุของอ่างเก็บน้ำ

๑. หลักการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำ

๑.๑ การกำหนดขนาดอ่างเก็บน้ำ


เป็นการกำหนดขนาดความจุของอ่างเก็บน้ำ ซึ่ง เป็นปริมาณน้ำที่เขื่อนเก็บกักน้ำ ควรเก็บไว้ให้มีปริมาตรเพียงพอกับความต้องการที่จะใช้ และให้พอเหมาะกับปริมาณน้ำเฉลี่ยทั้งปี ที่คาดว่าจะเกิดจากพื้นที่รับน้ำฝนบริเวณเหนือเขื่อน โดยปริมาณน้ำที่เขื่อน ควรเก็บไว้ทั้งหมดนี้ จะรวมถึงน้ำส่วนหนึ่ง ที่ต้องระเหย และซึมหายไปจากอ่างเก็บน้ำ และรวมถึงปริมาณของตะกอนดินที่ถูกน้ำกัดเซาะ แล้วพัดพามาทับถมลงในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งจะทำให้ความจุของอ่างเก็บน้ำ มีปริมาตรลดน้อยลงไปทุกปีๆ

๑.๒ การออกแบบเขื่อนดิน

ประกอบด้วยการออกแบบเกี่ยวกับฐานราก และการออกแบบตัวเขื่อน

แผนภาพตัดขวางแสดงเขื่อนดินขนาดเล็ก
แผนภาพตัดขวางแสดงเขื่อนดินขนาดเล็ก

๒. หลักการดำเนินงานโครงการฝายทดน้ำ

๒.๑ การกำหนดขนาดและสัดส่วน ของฝายทดน้ำ

โดยทั่วไปการกำหนดขนาดของฝาย จะต้องมีการคำนวณออกแบบ เพื่อหาขนาด และสัดส่วนต่างๆ ให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำสูงสุด ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในลำน้ำ ให้ไหลข้ามไปได้ทั้งหมด โดยปลอดภัย อีกทั้งตัวฝาย ตลอดจนส่วนประกอบต่างๆ ก็จะต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และสร้างด้วยราคาที่ประหยัดเป็นหลักเสมอ

๒.๒ รูปแบบของฝายทดน้ำ

ฝาย ที่ก่อสร้างสำหรับงานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร มีรูปแบบต่างๆ กัน เมื่อต้องการให้ฝายมีความมั่นคงแข็งแรง และใช้งานได้นานตลอดไป นอกจากการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความมั่นคงแข็งแรงแล้ว ยังต้องมีการคำนวณออกแบบ กำหนดขนาดและสัดส่วนของฝายให้ถูกต้อง เหมาะสมกับภูมิประเทศ และสภาพปริมาณน้ำไหลสูงสุดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในลำน้ำดังได้กล่าวแล้ว

ฝายที่สร้างมีความยาวสันฝายมาก สามารถระบายน้ำที่ไหลมามากที่สุดให้ข้ามสันฝายไปได้โดยปลอดภัย
ฝายที่สร้างมีความยาวสันฝายมาก สามารถระบายน้ำที่ไหลมามากที่สุดให้ข้ามสันฝายไปได้โดยปลอดภัย
ฝายคอนกรีต
ฝายคอนกรีต

อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
การดำเนินงานสนองพระราชดำริ

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ตามพระราชดำริ เป็นโครงการที่เริ่มทำการศึกษา และวางโครงการขึ้น ตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อจากนั้นจึงพิจารณาดำเนินการก่อสร้างให้สอดคล้องเพิ่มเติม นอกเหนือจากแผนงานพัฒนาหลักของแต่ละหน่วยราชการ ที่กำหนดไว้ตามความเหมาะสม

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรฯ เป็นงานส่วนใหญ่ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามพระราชดำริ โดยมีกรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลัก ทำการก่อสร้างสนองพระราชดำริ มีจุดมุ่งหมายสำคัญ เพื่อการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา หรือบรรเทาความเดือดร้อน จนสามารถสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของราษฎร ในการจัดหาน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก ในท้องที่ ซึ่งขาดแคลนน้ำ ให้มีน้ำใช้ทำการเพาะปลูกพืช สนับสนุนการเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนจัดหาน้ำให้กับราษฎรในเขตโครงการ ใช้น้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคอีกด้วย

ต่อมาการวางโครงการ และก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ตามพระราชดำริ ได้ขยายออกไปตามภาคต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ในภาคเหนือเริ่มก่อสร้างโครงการแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ ส่วนในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เริ่มโครงการแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ และ พ.ศ. ๒๕๑๙ ตามลำดับ ซึ่งต่อมาได้มีการก่อสร้าง กระจายไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ปีละหลายสิบโครงการ จนถึงสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๒๙ กรมชลประทาน ได้ทำการก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ตามพระราชดำริขนาดต่างๆ รวมทั้งหมดมากกว่า ๗๐๐ โครงการ มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๑,๔๖๐,๐๐๐ ไร่ เช่น ภาคเหนือ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๑๘๘,๐๐๐ ไร่ โครงการฝายทดน้ำแม่มอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ โครงการเขื่อนระบายน้ำน้ำเชิน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พื้นที่ได้รับประโยชน์ ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ไร่ โครงการอ่างเก็บน้ำ ห้วยเดียก อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ และ ภาคใต้ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำใกล้บ้าน อำเภอ เมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ ๑,๘๐๐ ไร่ เป็นต้น
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป